เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

เมื่อรัฐบาลทหารเมียนมา งัดสารพัดวิธีจนตรอก พยุงเงินทุนสำรองระหว่างประเทศ

30 ส.ค. 2567 | 21:08น.

แพ้ภัยตัวเองเพราะไร้ความสามารถในการบริหารประเทศไม่เกินจริง สำหรับรัฐบาลทหารเมียนมา แรงต่อต้านการรัฐประหารนำไปสู่สงครามกลางเมืองรอบทิศ การขาดแคลนเงินดอลลาร์ของรัฐบาลทำให้เกิดการควบคุมสกุลเงินจ๊าตที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลกระทบต่อผู้นำเข้าและผู้ส่งออก

เท่านั้นไม่พอสารพัดกลยุทธ์ถูกงัดขึ้นมาใช้กับพลเมืองตัวเอง  หาทางให้ได้เงินมาเพิ่มในกองทุนสำรองระหว่างประเทศ เพื่อบรรเทาปัญหาการขาดแคลนสกุลเงินต่างประเทศ  ขาดสภาพคล่องทางการเงิน ซึ่งส่งผลให้เศรษฐกิจไม่มั่นคงมากขึ้น ข้อมูลเศรษฐกิจที่น่าเชื่อถือมีการเผยแพร่ออกมาเพียงเล็กน้อยนับตั้งแต่การรัฐประหารในปี 2021 เวิลด์แบงก์หรือ ธนาคารโลกคาดว่า อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่มากกว่า 26% ในปีที่ผ่านมา

นักลงทุนย้ายหนี

เรดิโอ ฟรีเอเชีย (Radio Free Asia ) รายงานว่า ความไร้เสถียรภาพทางการเมืองนับตั้งแต่การรัฐประหารจุดชนวนการลงทุนต่างชาติย้ายหนีออกจากเมียนมา การลงทุนจากต่างชาติในเมียนมาลดลง หากแสดงเป็นกราฟก็จะได้กราฟแนวลาดชัน ในช่วง 3 ปีครึ่ง บริษัทต่างๆ ชั่งน้ำหนักความเสี่ยงจากการดำเนินงานในประเทศ ท่ามกลางสงครามกลางเมือง

เวิลด์แบงก์รายงานว่า เศรษฐกิจเมียนมาอยู่ในภาวะร่วงอย่างอิสระ นับตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 หดลงเกือบ 20 % และ ในปี 2024 คาดการณ์จีดีพีโตราว 0.5-1% ปัจจัยส่วนใหญ่มาจากความขัดแย้งเป็นวงกว้างและการบริหารผิดพลาดของรัฐบาลทหาร

นักลงทุนพากันหนีออกนอกประเทศ อ้างการเมืองไร้เสถียรภาพ เงินเฟ้อที่สูง ปัญหาความยากลำบากนานัปการ ความท้าทายในการได้วัตถุดิบ และอัตรากำลังคนที่ไม่เพียงพอ จึงลดบทบาทหรือออกจากเมียนมา หรือทั้งสองอย่าง

แถลงการณ์อย่างเป็นทางจากสำนักงานผู้อำนวยการการลงทุนและการบริหารบริษัทแห่งเมียนมา ( Myanmar’s Directorate of Investments and Company Administration) เผยว่า ในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2024 การลงทุนต่างชาติมีมูลค่า 150 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 5,000 ล้านบาท  เมื่อเปรียบเทียบกับเม็ดเงิน 2.9 พันล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 98,000 ล้านบาท ที่ไหลเข้าเมียนมาในช่วง 3 ปี ระหว่างปี 2021 -2024 ตัวเลขเหล่านี้แสดงถึงจำนวนที่ลดลงเมื่อเทียบกับการลงทุนจากต่างประเทศเพียงปีเดียวมูลค่า 3.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐหรือราว 128,000 ล้านบาทในปี 2020 สมัยออง ซาน ซู จี อดีตที่ปรึกษาแห่งรัฐ หรือผู้นำในทางปฏิบัติของเมียนมา

บริษัทเซมบ์คอร์ป ( Sembcorp) ของสิงคโปร์ หนึ่งในบริษัทล่าสุดที่ลดการดำเนินงานในเมียนมาลงเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม โดยประกาศปิดโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซในเมืองมยินจาน ภูมิภาคมัณฑะเลย์เป็นการชั่วคราว โดยอ้างถึงข้อกังวลด้านความปลอดภัย  ในทำนองเดียวกัน เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา บริษัท ซีเจ ฟีด เมียนมา (CJ Feed Myanmar) จากเกาหลีใต้ได้ประกาศระงับการผลิตและการขายอาหารสัตว์ในโรงงานในเมืองที่ใหญ่ที่สุดอย่างย่างกุ้ง เนื่องจากวิกฤตเศรษฐกิจ

การควบคุมอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตของรัฐบาลทหารทำให้เกิดความยากลำบากต่อการดำเนินงานของบริษัทต่างชาติ เนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินจ๊าตเมื่อเทียบเงินดอลล่าร์นั้นไร้เสถียรภาพ เนื่องจากเงินเฟ้อ ธนาคารกลางควบคุมเงินดอลล่าร์ด้วยอัตราแลกเปลี่ยนคงที่ 2,100 จ๊าตต่อดอลล่าร์สหรัฐ

เรดิโอฟรีเอเชีย ภาคภาษาพม่า (Radio Free Asia Burmese) ระบุว่า รัฐบาลปราบปรามผู้แลกเปลี่ยนเงินจ๊าดในตลาดมืด เนื่องจากต้องการเงินตราต่างประเทศจากระบบธนาคารทางการกำหนดอย่างมาก ซึ่งประชาชนและบริษัทถูกบังคับให้แลกเงินดอลล่าร์เป็นเงินจ๊าตในอัตราแลกเปลี่ยนที่ต่ำแสนต่ำ ตามเรตที่รัฐบาลทหารควบคุม ส่วนในภาคสถาบันการเงินที่ไม่เป็นทางการในเมียนมา หรือที่รู้จักกันว่า hundi นั้น 1 ดอลล่าร์สหรัฐมีค่ากว่า 6,000 จ๊าต

อัดฉีด 100 ล้านดอลล่าร์กู้วิกฤตเชื้อเพลิง

เอเอฟพี (AFP) รายงานว่า ธนาคารกลางในยุครัฐบาลทหารเมียนมาประกาศอัดฉีดเงิน 100 ล้านดอลล่าร์สหรัฐหรือราว 3,300 ล้านบาทให้แก่ภาคพลังงาน เพื่อช่วยผู้นำเข้าซื้อเชื้อเพลิงและน้ำมัน แต่ไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับว่าจะให้เงินเมื่อไร หรือที่อัตราต่อดอลล่าร์เท่าไร ซึ่งขณะนี้ อัตราแลกเปลี่ยนทางการที่กำหนดโดยรัฐบาลทหารอยู่ที่ 2,100 จ๊าตต่อดอลล่าร์ แต่ ในตลาดมืดขายกันที่ราว 6,500 จ๊าตต่อดอลล่าร์สหรัฐ

ค่าเงินจ๊าตร่วงหนักเมื่อเทียบเงินดอลล่าร์ นับตั้งแต่ทหารยึดอำนาจในปี 2021 ส่งต่อความสามารถของผู้นำเข้าที่จะจ่ายค่าขนส่งเชื้อเพลิง จึงได้เห็นชาวบ้านในนครย่างกุ้งเข้าแถวยาวเหยียดเพื่อซื้อน้ำมัน บริเวณด้านนอกปั๊ม นอกจากนี้ภาวะขาดแคลนน้ำมันยังส่งผลกระทบต่อหลายธุรกิจร้านค้าที่พึ่งพาเครื่องปั่นไฟในช่วงที่ไฟฟ้าดับในเมืองย่างกุ้งเกิดขึ้นบ่อยครั้ง

รีดแรงงานในไทย

นิคเคอิ เอเชีย (Nikkei Asia) รายงานว่า รัฐบาลต้องการให้แรงงานที่ทำงานในต่างประเทศซึ่งมีอยู่กว่า 2 ล้านคนส่งเงินกลับบ้านผ่านช่องทางราชการมากขึ้นรัฐบาลทหารเมียนมา โดยเพิ่มการตรวจสอบบริษัทนายหน้า 580 แห่งของประเทศอย่างเข้มข้น เพื่อหาเงินมาเพิ่มในกองทุนสำรองระหว่างประเทศ แก้ปัญหาการขาดแคลนสกุลเงินต่างประเทศและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจ

ตามคำสั่งลงวันที่ 12 สิงหาคม กระทรวงแรงงานเมียนมาสั่งให้บริษัทจัดหางานส่งหลักฐานการโอนเงินของคนงานในต่างประเทศด้วยตนเองไปยังสำนักงานใหญ่ในกรุงเนปยีดอว์ และเตือนว่าหากไม่ปฏิบัติตาม อาจทำให้ต้องหยุดการดำเนินงาน เพื่อรับประกันว่า คนงานกว่า 2 ล้านคนที่ทำงานในต่างประเทศโอนเงินอย่างน้อย 25% ของรายได้ต่างประเทศให้ครอบครัวผ่านระบบธนาคารหรือช่องทางที่ได้รับอนุญาตจากทางการตามอัตราแลกเปลี่ยนที่กำหนดโดยทางการเพื่อทางการนั่นเอง หากไม่ปฏิบัติตามจะส่งผลให้ถูกห้ามทำงานในต่างประเทศเป็นเวลาสามปี เมื่อใบอนุญาตปัจจุบันหมดอายุ

แรงงานข้ามชาติจำนวนมากลังเลที่จะใช้ช่องทางการธนาคารอย่างเป็นทางการเพื่อส่งเงินเดือนกลับบ้านเนื่องจากอัตราแลกเปลี่ยนของธนาคารที่ทางการกำหนดไว้ที่ 4,150 จ๊าตต่อดอลลาร์ ในขณะที่อัตราตลาดอยู่ที่ประมาณ 6,000 จ๊าตต่อดอลลาร์ ส่วนมาตรการที่ใช้ในปัจจุบัน กระทรวงฯกำหนดให้หน่วยงานที่ส่งคนงานไปประเทศไทยและมาเลเซียส่งหลักฐานการโอนเงินเป็นเวลา 4 เดือนตั้งแต่เดือนกันยายนถึงธันวาคม 2023ิ

กลับไปยากจน

รัฐบาลทหารได้ทำลายการเติบโตทางเศรษฐกิจที่สะสมมาเป็นเวลากว่าทศวรรษ ระหว่างปี 2011 ถึง 2019 เศรษฐกิจของเมียนมาเติบโตเฉลี่ย 6% ต่อปี ทำให้เป็นหนึ่งในเศรษฐกิจที่เติบโตเร็วที่สุดในภูมิภาค อัตราความยากจนลดลงจาก 49% ในปี 2005 เหลือ 25% ในปี 2017

เรดิโอ ฟรีเอเชีย (Radio Free Asia) ระบุว่า ขณะที่เศรษฐกิจฟื้นขึ้นจากจุดต่ำสุดในปี 2021 เมื่อจีดีพีหด 18 % แต่ยังคงลดลง 12 % นับตั้งแต่การรัฐประหาร ธนาคารโลกคาดการณ์การเติบโต 0.5- 1% ในปี 2024 ก็ดูเหมือนจะเกินเอื้อมเสียด้วยซ้ำ กองทัพลากประเทศกลับเข้าสู่ความยากจนอีกครั้งด้วยด้วยความไร้ความสามารถของตัวเอง ปัจจุบัน ประชากรมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด 55 ล้านคนได้กลับเข้าสู่ความยากจนอีกครั้ง

รายงานโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ หรือ UNDP ล่าสุดนั้นเลวร้ายยิ่งกว่า โดยอ้างอิงการสัมภาษณ์ภาคสนามที่พบว่าผู้ตอบแบบสอบถาม 49.7 % ใช้ชีวิตด้วยเงินน้อยกว่า 76 เซ็นต์สหรัฐต่อวัน ตัวเลขดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าตั้งแต่ปี 2017 UNDP ระบุว่าชนชั้นกลางในเขตเมืองลดลง 50 % นับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร

อัตราเงินเฟ้อยังคงสูงมากที่มากกว่า 18 % แม้ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 29 % ในกลางปี ​​2023 ตามข้อมูลของธนาคารโลก ราคาอาหารเพิ่มขึ้นสามเท่านับตั้งแต่เกิดการรัฐประหาร โดยข้าวเพิ่มขึ้นจาก 60,000 จ๊าตต่อกิโลกรัมเป็น 180,000 จ๊าตต่อกิโลกรัม และจากการสำรวจของธนาคารโลก พบว่าบริษัทต่างๆ ดำเนินงานด้วยกำลังการผลิต 56% ในปี 2023 ซึ่งลดลง 16% จากปี 2022 ส่งผลให้รายรับจากภาษีลดลง