เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
Economic เชียงใหม่รับมือเศรษฐกิจซบ ดึง ‘Wellness Summit’ ปลุกเมืองท้ายปี
ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
Economic ส่งออกครึ่งปีหลังเหนื่อย รับมือ ‘ม.301-สงครามรอบใหม่’
ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
Real Estate ทุ่มเวนคืน 8.8 พันล้าน เร่ง ‘วงแหวนรอบ 3’ ฝั่งตะวันออก  
‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
Real Estate ‘ไลฟ์ สุขุมวิท-พระราม 4’ คอนโดฯ วิวโค้งน้ำบางกะเจ้า
ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
Biz Movement ตลาดงูบอลไพธอนโตไม่หยุดแพงสุดหลักล้าน ส่งขายอินเดีย เวียดนาม
ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
Finance ธอส.อุ้มภาคอสังหาฯมองตลาดพ้นจุดต่ำสุด ‘ลดค่าโอน-จดจำนอง’ หนุน
TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
Business TG x Bath & Bloom ชวนสูด ‘กลิ่นไทย’ บนเครื่องบิน
ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
Business ไพรเวตเจ็ต ตั้งเข็ม มุ่ง ‘เวียดนาม’ รับดีมานด์พุ่ง
ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
Columns ขับเคลื่อนท่องเที่ยวคุณภาพ ต้องไม่ใช่แค่นโยบาย…รัฐต้องลงทุน “อินฟราสตรักเจอร์” หนุน
50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
50th Impact 50 ปี ‘วงษ์สยามก่อสร้าง’ มือหนึ่งประมูลงานราชการ
ดูทั้งหมด

วิกฤต “การเมือง-เศรษฐกิจ” ข้อเสนอ-หลักการ-ทางออก

27 เม.ย. 2562 | 10:16น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม

โดย อนุสรณ์ ธรรมใจ

อดีต กก.ผู้ทรงคุณวุฒิ ศูนย์พัฒนาพลังแผ่นดิน เชิงคุณธรรม สำนักนายกรัฐมนตรี

 

สังคมไทยสามารถแสวงหาทางออกจากวิกฤตการณ์ทางการเมืองได้ด้วยการร่วมกันแสวงหากลไก หรือกระบวนการปรึกษาหารือกัน เพื่อก้าวข้ามผ่านวิกฤตการณ์ความขัดแย้งและความรุนแรงทางการเมืองได้ด้วยยึดหลักการประชาธิปไตย หลักนิติรัฐ และหลักธรรมาภิบาล โดยรัฐบาล คสช.สามารถมีบทบาทสำคัญในการลดเงื่อนไข ลดความเสี่ยงในการนำพาสังคมไทยไปสู่ความขัดแย้งรุนแรง และเริ่มต้นได้ด้วยการยกเลิกแนวคิดสืบทอดอำนาจ

หลังประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการวันที่ 9 พ.ค. พ.ศ. 2562 จุดเริ่มต้นของวิกฤตการณ์ทางการเมืองรอบใหม่อันยืดเยื้ออาจจะปรากฏเป็นสัญญาณชัดเจนขึ้น เพื่อไม่ให้สังคมไทยถลำลึกสู่วิกฤตการณ์ สังคมไทย ผู้มีอำนาจรัฐต้องหลีกเลี่ยงการดำเนินการใด ๆ อันนำสู่การเพิ่มความขัดแย้งและการเผชิญหน้า

ผลพวงจากการเลือกตั้งในวันที่ 24 มี.ค. 2562 ที่ใช้เวลาประกาศผลเป็นทางการที่ยาวนานที่สุด ผ่านมาแล้วกว่า 3 สัปดาห์ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่สรุปวิธีคำนวณ ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อได้ และต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญตีความ เป็นเรื่องที่ผิดปกติอย่างยิ่ง เพราะกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 91 และ พ.ร.บ.เลือกตั้งมาตรา 128 ได้ตราไว้ชัดเจนถึงวิธีการคำนวณจำนวน ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ หากดำเนินการตามรัฐธรรมนูญก็จะไม่มีปัญหา

โดยมีข้อเสนอและความเห็นต่อสถานการณ์บ้านเมืองดังนี้

ส่วนแรก ข้อเสนอต่อ กกต.

ข้อแรก กกต.ต้องชี้แจงข้อสงสัยในเรื่องความไม่เรียบร้อยและความไม่โปร่งใสในการจัดการการเลือกตั้ง และเปิดเผยข้อมูลนับคะแนนรายหน่วยสู่สาธารณะ

ข้อสอง ให้ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ติดตามการทำงานของ กกต. ในการแจกใบแดง ใบเหลือง ใบส้ม ว่าตรงไปตรงมา โปร่งใสหรือไม่

ข้อสาม เสนอให้ กกต.นำเอาเครื่องลงคะแนนเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์และระบบ blockchain มาใช้ในการเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือเลือกตั้งท้องถิ่นที่จะเกิดขึ้น เพื่อความโปร่งใสและประสิทธิภาพ

ข้อสี่ ขอให้ กกต.ศึกษาถึงวิธีการจัดการเลือกตั้งของอินเดียที่มีผู้ใช้สิทธิ 900 ล้านเสียง และสามารถสรุปผลคะแนนเลือกตั้งได้ภายใน 3 วัน

ส่วนที่สอง ข้อเสนอต่อ คสช. 

ข้อแรก ให้ คสช.หยุดดำเนินคดีและยัดข้อหานักการเมืองฝ่ายตรงกันข้ามหรือนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตย หรือปิดกั้นเสรีภาพในการวิพากษ์วิจารณ์ของสื่อมวลชนและนักวิชาการ

ข้อสอง ขอให้ คสช.หยุดใช้มาตรา 44 และทบทวนการใช้มาตรา 44 เอื้อผลประโยชน์อันไม่ชอบธรรมให้กับกลุ่มทุนธุรกิจต่าง ๆ บนต้นทุนของประเทศ ประชาชนผู้เสียภาษี ฯลฯ ในระยะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลควรใช้กลไกกฎหมายในระบบ การดำเนินการใด ๆ ที่เป็นเรื่องสำคัญควรรอให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้ดำเนินการ

ข้อสาม ให้ คสช.หยุดยั้งและทบทวนแผนการสืบทอดอำนาจและคืนอำนาจให้ประชาชนอย่างแท้จริง รวมทั้งต้องไม่ทำให้การเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่พิธีกรรมหรือกลไกในการสืบทอดอำนาจ แต่เป็นช่องทางและกลไกสะท้อนความต้องการประชาชน และเป็นทางออกอย่างสันติของบ้านเมือง

ส่วนที่สาม ข้อเสนอต่อพรรคการเมืองและสังคมไทย 

ข้อแรก ขอให้ประชาชนผู้มีสิทธิเลือกตั้งคว่ำบาตร พรรคการเมืองที่ตระบัดสัตย์ ไม่ทำตามสัญญาประชาคมที่ให้ไว้กับประชาชน เมื่อ 21 ธ.ค. พ.ศ. 2561 เพื่อให้รัฐบาลที่จะจัดตั้งขึ้นเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มีเสียงสนับสนุนเกินกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้สามารถบริหารประเทศไปได้อย่างมีเสถียรภาพ

ข้อสอง ให้ช่วยกันจับตาและตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ การใช้คดีความ อำนาจเงิน และผลประโยชน์ในการชักจูงหรือบังคับให้เกิด “งูเห่า” ขึ้นในระบบพรรคการเมือง สวนทางกับการปฏิรูปการเมืองและทำลายระบบสถาบันพรรคการเมือง

ข้อสาม ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ที่ไม่เป็นไปตามหลักการประชาธิปไตย พรรคการเมืองต่าง ๆ ต้องพยายามจัดตั้งรัฐบาลตามเงื่อนไขและกลไกประชาธิปไตยก่อน

ข้อสี่ ร่วมกันหยุดยั้งการกระทำใด ๆ ที่มุ่งทำลายคู่แข่งทางการเมืองด้วยการสร้างความเกลียดชัง โดยใช้การบิดเบือนข้อมูล ใช้ความเท็จในการใส่ร้ายป้ายสี และดึงสถาบันหลักของชาติมาใช้เป็นเครื่องมือ

ข้อห้า องค์กรอิสระภายใต้รัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ป.ป.ช. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน คณะผู้ตรวจการแผ่นดิน เป็นต้น แม้จะถูกแต่งตั้งโดย คสช. แต่ต้องทำงานอย่างเป็นอิสระ เป็นกลาง

ข้อหก เพื่อหลีกเลี่ยงความตึงเครียดและความเสี่ยงจะเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมือง วุฒิสภาที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมดโดย คสช.ต้องไม่ทำอะไรสวนทางความต้องการและเจตนารมณ์ของประชาชน เริ่มต้นตั้งแต่การเลือกนายกรัฐมนตรี ควรเป็นการตัดสินใจของผู้แทนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน

ข้อเจ็ด รักษาพื้นที่สันติภาพ ไม่ปิดกั้นเสรีภาพและเคารพหลักสิทธิมนุษยชน

ข้อเสนอต่อกระทรวงต่างประเทศ 

การที่ผู้แทนจากสถานทูตต่าง ๆ และองค์กรระหว่างประเทศเข้าร่วมสังเกตการณ์ในการดำเนินคดีหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ และเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ก็ดี เป็นการส่งสัญญาณถึงจุดยืนของผู้แทนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดีว่า ต้องการเห็นประเทศไทยกลับคืนสู่ประชาธิปไตย และปกครองโดยหลักนิติรัฐ มีกระบวนการยุติธรรมที่เป็นมาตรฐานสากล กระทรวงการต่างประเทศไม่จำเป็นต้องไปแสดงท่าทีใด ๆ ว่า กลุ่มคนเหล่านี้แทรกแซงกิจการภายใน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

กกต. ผศ.ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ