เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
Tech BinanceTH ย้ำสินทรัพย์ดิจิทัล แยกส่วนกับ Binance Global ไม่ได้โดนแฮก
‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
Biz Movement ‘ค่าธรรมเนียม’ แพลตฟอร์มสูงแค่ไหนถึงเรียกว่าไม่เป็นธรรม ?
ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
Finance ทองส่อหลุด 4,000 เหรียญ ตลาดเสี่ยง Risk-off เงินไหลเข้าบอนด์สหรัฐ
บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
Finance บลจ.ยูโอบี ชี้เป้าหุ้นไทยปีนี้ 1,650 จุด ชู 5 ธีมลงทุน รับรอบใหม่ AI-Data Center
เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
Finance เปิดตัว ‘ธีธัช’ MD ธพส. คนใหม่ เล็งขยายธุรกิจเพิ่มปั้นรายได้
‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
Real Estate ‘สวนสยาม’ จากทุ่งนาสู่ทำเลทอง ‘บ้านหรู-ห้างใหม่’
ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (30 ต.ค. 69) ปรับลง 550 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,650 บาท
แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
Tech แฮกครั้งใหญ่ เขย่าคริปโตฯ โลก Binance โดนกว่า 1.8 แสนล้าน
หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
Finance หุ้นไทยแนวโน้มลงต่อ! ฟันด์โฟลว์ไม่หนุน InnovestX ชู 4 ธีมสู้ตลาดผันผวน
เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
Columns เกือบสูญเปล่าการศึกษา เมื่อหลงคารม ผู้นำ IMF
ดูทั้งหมด

เฉลย…เหตุใดธนาคารกรุงไทยส่อหลุดสถานะ “รัฐวิสาหกิจ” พ้นกำกับของคลัง

04 พ.ย. 2563 | 15:59น.
ธนาคารกรุงไทยเปิดเสาร์-อาทิตย์

เปิดบันทึกกฤษฎีกา (คณะพิเศษ)  วินิจฉัย 3 ปมข้อหารือด่วน สถานะแบงก์กรุงไทยส่อพ้น “รัฐวิสาหกิจ” ตามผู้ถือหุ้นใหญ่ “กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ” ส่วนการกำกับดูแลต้องทำภายใต้กฎหมายบริษัทมหาชนจำกัดเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้มีการพิจารณาข้อหารือของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ที่ได้ทำหนังสือ “ด่วนที่สุด” เมื่อวันที่ 7 ต.ค.2563 ขอให้คณะกรรมการกฤษฎีกา วินิจฉัยใน ใน 3 ประเด็น ดังต่อไปนี้

ประเด็นที่ 1

ถาม : กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ และธนาคารกรุงไทย ซึ่งกองทุนเพื่อการฟื้นพฟูฯ ถือหุ้นมากกว่า 50% มีสถานภาพเป็นรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานของรัฐ ประเภทอื่นตามมาตรา 4 แห่งพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 หรือไม่

ตอบ : คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ว่า ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ ได้บัญญัติบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” หมายถึง หน่วยงาน 3 ประเภท ได้แก่
(1) องค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล กิจการของรัฐซึ่งมีกฎหมายจัดตั้งขึ้น หรือหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ
(2) บริษัทจำกัดหรืบริษัทมหาชนจำกัดที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจตาม (1) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกิน 50%
(3) บริษัทจำกัดหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่ส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจตาม (1) หรือ (2) หรือที่รัฐวิสาหกิตาม (1) และ (2) หรือที่รัฐวิสาหกิจตาม (2) มีทุนรวมอยู่ด้วยเกิน 50%

กรณีกองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ.2485 จึงมีประเด็นพิจารณาความเป็นรัฐวิสาหกิจเฉพาะตาม (1) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ว่า กองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ เป็นองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หรือเป็นกิจการของรัฐซึ่งมีกฎหมายจัดตั้งขึ้น หรือเป็นหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ หรือไม่

ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาได้เคยมีการพิจารณาขอบเขตและความหมายขององค์กรทั้ง 3 ประเภทข้างต้นไว้แล้ว โดยกรณีองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล หมายความถึงเฉพาะองค์การที่ได้มีพระราชกฤษฎีกา (พ.ร.ฎ.) จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการจัดตั้งองค์การของรัฐบาล พ.ศ. 2896 กรณีกิจการของรัฐซึ่งมีกฎหมายจัดตั้งขึ้น ลักษณะของกิจการของรัฐดังกล่าวต้องเป็นกิจการที่ตั้งขึ้นโดยกฎหมายพิเศษหรือทุนของกิจการ ประกอบด้วยเงินงบประมาณของแผ่นดินและทรัพย์สินของแผ่นดิน และกรณีหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของนั้น หมายถึงหน่วยงานในรูปแบบอื่นใดที่ประกอบธุรกิจโดยรัฐบาลเป็นเจ้าของหน่วยงานนั้น

เมื่อพิจารณาตาม พ.ร.บ.ธนาคารแห่งประเทศไทยฯ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จัดตั้งขึ้นตามมาตรา 29 ตรี เป็นกองทุนที่มีฐานะเป็นนิติบุคคลในธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มีวัตถุประสงค์เพื่อฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินให้มีความมั่นคงและเสถียรภาพ และมีหน้าที่ และอำนาจในการชำระคืนต้นงินกู้และการชำระดอกเบี้ยเงินกู้ตามมาตรา 4 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน พ.ศ. 2555 รวมทั้งดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงินตามมาตรา 43/2 แห่ง พ.ร.บ.ธปท.ฯ

โดยเงินของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ประกอบด้วย (1) เงินและทรัพย์สินตามมาตรา 29 จัตวา (2) เงินที่จัดสรรให้จากเงินสำรองของธนาคารแห่งประเทศไทยตามมาตรา 29 สัตตะ และ (3) เงินที่สถาบันการเงินนำส่งให้แก่กองทุนตามมาตรา 43/5 เมื่อกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้ดำเนินการตามแผนการแก้ไขปัญหาสถาบันการเงิน เมื่อพิจารณากรณีการจัดตั้ง วัตถุประสงค์ และลักษณะการดำเนินกิจการของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ แล้ว

จะเห็นได้ว่ากองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาของสถาบันการเงิน ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการณ์ทางการเงินและสร้างความมั่นคงและเสถียรภาพให้กับระบบสถบันการเงิน โดยมิได้มีลักษณะเป็นการประกอบวิสาหกิจหรือกิจการเชิงพาณิชย์เช่นเดียวกับรัฐวิสาหกิจอื่น ๆ

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จึงไม่เป็นองค์การของรัฐบาลตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งองค์กรของรัฐบาล ไม่เป็นกิจการของรัฐซึ่งมีกฎหมายจัดตั้งขึ้น และไม่เป็นหน่วยงานธุรกิจที่รัฐบาลเป็นเจ้าของ 

ประกอบกับกองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ ได้ตั้งขึ้นใน ธปท. เป็นงานฝ่ายหนึ่งของ ธปท. เมื่อมาตรา 5 แห่ง พ.ร.บ.ธปท. พ.ศ.2485 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ธปท. (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2551 ได้กำหนดให้ ธปท. มีฐานะเป็นหน่วยงานของรัฐที่ไม่เป็นส่วนราชการ หรือรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณและกฎหมายอื่น

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จึงมีสถานภาพเช่นเดียวกับ ธปท. ดังนั้น กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จึงไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม (1) แห่งบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561

ในประเด็นว่า กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จะเข้าลักษณะเป็นหน่วยงานของรัฐประเภทอื่นตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ได้หรือไม่ นั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) เห็นว่า การพิจารณาการเป็น “หน่วยงานของรัฐ” ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 ต้องพิจารณาประกอบกับบทนิยามคำว่า “หน่วยรับงบประมาณ” ด้วย เนื่องจากการเป็นหน่วยงานของรัฐเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นของหน่วยงานที่จะเป็นหน่วยรับงบประมาณตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561

ดังนั้น การพิจารณาการเป็นหน่วยงานของรัฐ จึงต้องเป็นไปเพื่อวัตถุประสงค์ในการขอรับหรือได้รับจัดสรรงบประมาณรายจ่ายเท่านั้น และโดยที่ในการดำเนินกิจการกองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ ที่มาของเงินกองทุนเป็นเงินและทรัพย์สินที่ได้รับจากการดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของกองทุนฯ และเงินที่ได้รับจัดสรรจากเงินสำรองของ ธปท. โดยไม่มีบทบัญญัติกำหนดให้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ได้รับเงินงบประมาณรายจ่าย หรือเงินอุดหนุนจากงบประมาณแต่อย่างใด

กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จึงไม่เป็นหน่วยรับงบประมาณ และไม่อยู่ในความหมายของ “หน่วยงานของรัฐ” ไม่ว่าประเภทใดตามบทนิยามในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561

สำหรับปัญหาเกี่ยวกับสถานะของธนาคารกรุงไทย ว่าจะเป็น “รัฐวิสาหกิจ” ตามบทนิยามในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 หรือไม่ นั้น เมื่อข้อเท็จจริงปรากฏว่า ธนาคารกรุงไทย เป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่ได้จัดตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 โดยมีกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน ถือหุ้น จำนวน 7,696,248,833 หุ้น คิดเป็น 55.07% ของหุ้นทั้งหมด เมื่อกองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ ไม่เป็นส่วนราชการ และได้พิจารณาข้างต้นแล้วว่า กองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ ไม่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม (1) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณฯ

แม้ว่ากองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ ถือหุ้นในธนาคารกรุงไทย เกิน 50% ของทุนทั้งหมด ก็ไม่ทำให้ธนาคารกรุงไทย เข้าลักษณะเป็นบริษัทหรือบริษัทมหาชนจำกัดที่เป็นรัฐวิสาหกิจตาม (2) และ (3) ของบทนิยามคำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ในมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.วิธีการงานประมาณ พ.ศ. 2561

อนึ่ง คำว่า “รัฐวิสาหกิจ” ปรากฎอยู่ในกฎหมายหลายฉบับ การพิจารณาว่า หน่วยงานใดเป็นรัฐวิสาหกิจหรือไม่ จึงต้องพิจารณาตามที่กฎหมายแต่ละฉบับกำหนด ความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิศษ) ข้างต้น จึงเป็นการพิจารณาความเป็นรัฐวิสาหกิจตาม พ.ร.บ.วิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 เท่านั้น

ประเด็นที่ 2

ถาม : กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ และธนาคารกรุงไทย อยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ อย่างไร เนื่องจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (สำนักงาน ป.ป.ช.) แจ้งว่า กรรมการจัดการกองทุนไม่ถือเป็นกรรมการของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ จึงไม่มีหน้าที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินต่อ คณะกรรมการ ป.ป.ช.

ต่อมาเมื่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. ออกประกาศกำหนดตำแหน่งที่ต้องห้ามดำเนินกิจการ ที่มีการขัดกันแห่งผลประโยชน์ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 126 และมาตรา 127 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ ซึ่งรวมถึงตำแหน่งกรรมการของรัฐวิสาหกิจตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณด้วย สำนักงาน ป.ป.ช. จึงมีหนังสือแจ้งให้กรรมการจัดการกองทุนปฏิบัติตามประกาศดังกล่าว

ตอบ : กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ และธนาคารกรุงไทย อยู่ภายใต้บังคับแห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 หรือไม่ อย่างไร นั้น เห็นว่า โดยที่ข้อหารือของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ เป็นประเด็นเกี่ยวกับการบังคับใช้ หรือการปฏิบัติตามประกาศของคณะกรรมการ ป.ป.ช. เพื่อกำหนดผู้ดำรงตำแหน่งที่ต้องยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตามมาตรา 28 (3) และมาตรา 102 แห่ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตฯ และการกำหนดตำแหน่งเจ้าพนักงานของรัฐที่อยู่ภายใต้บังคับต้องห้ามมิให้ดำเนินกิจการในขณะอยู่ในตำแหน่งตามมาตรา 126 วรรคหนึ่ง

รวมทั้งการกำหนดผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงที่ต้องห้ามดำเนินกิจการภายใน 2 ปีนับแต่วันที่พ้นจากตำแหน่ง
ตามมาตรา 127 ซึ่งอยู่ในอำนาจของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ในการพิจารณา คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะพิเศษ) จึงไม่พิจารณาให้ความเห็นในประเด็นนี้

ประเด็นที่ 3

ถาม : หากสถานภาพของกองทุนเพื่อการพื้นฟูฯ หรือธนาคารกรุงไทย เปลี่ยนแปลงจากที่คณะกรมการกฤษฎีกามีคำวินิจฉัย ว่าเป็นรัฐวิสาหกิจ กองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จะมอบอำนาจหรือมอบฉันทะให้กระทรวงการคลังใช้สิทธิออกเสียงในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงไทย แทนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ตามที่กระทรวงการคลังร้องขอ และกระทรวงการคลังจะกำกับดูแลธนาคารกรุงไทยได้หรือไม่ เพียงใด

ตอบ : เห็นว่า เมื่อกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2485 และมีกฎระเบียบที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนดขึ้น การมอบอำนาจหรือการมอบฉันทะให้กระทรวงการคลัง เป็นผู้รับมอบย่อมจะต้องเป็นไปตามที่คณะกรรมการจัดการกองทุนกำหนด อีกทั้งเมื่อธนาคารกรุงไทย เป็นบริษัทมหาชนจำกัดซึ่งตั้งขึ้นตาม พ.ร.บ.บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 จึงอยู่ในบังคับที่ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว

กรณีการมอบฉันทะของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ในฐานะผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงไทย ให้กระทรวงการคลังใช้สิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นของธนาคารกรุงไทย แทนกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ ย่อมต้องดำเนินการให้เป็นตามหลักเกณฑ์ที่บัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ดังกล่าวและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย

ส่วนปัญหาว่ากระทรวงการคลังจะกำกับดูแลธนาคารกรุงไทยได้หรือไม่นั้น เมื่อธนาคารกรุงไทย เป็นบริษัทมหาชนจำกัดการดำเนินกิจการและการกำกับดูแลธนาคารกรุงไทย ย่อมต้องดำเนินการผ่านกลไกคณะกรรมการบริษัท และ ที่ประชุมผู้ถือหุ้นตามที่บัญญัติไว้ใกฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจำกัด