ทรู ดีแทค ควบรวมสะเทือนผู้บริโภคหนักกว่าดีลค้าปลีก

สฤณี อาชวานันทกุล

สฤณี นักวิชาการอิสระ ส่งสัญญาณ กสทช.รับมือทรูควบรวมดีแทค มือถือเหลือแค่ 2 ค่ายใหญ่ “ทรู-เอไอเอส” ฟันธงไม่ส่งผลดีต่อผู้บริโภค ต้องดันให้เกิดรายใหม่กลุ่มที่ 3 ชี้น่าเป็นห่วงกว่าแม็คโครซื้อโลตัส

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีการควบรวมกิจการธุรกิจโทรคมนาคมระหว่างเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.ทรู คอร์ปอเรชั่น กับกลุ่มเทเลนอร์ ผู้ถือหุ้นใหญ่ บมจ.โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอม มูนิเคชั่น (ดีแทค) นางสาวสฤณี อาชวานันทกุล นักวิชาการอิสระ ให้ความเห็นว่า ไม่แปลกใจกับเคสเทเลนอร์ เพราะกลุ่มนี้มีทิศทางและแสดงท่าทีที่อยากจะออกจากภูมิภาคนี้อยู่แล้ว

แต่ความน่าสนใจอยู่ที่กลุ่มทรู ซึ่งเป็นผู้ที่อยู่ต่อ และขึ้นมาเป็นเบอร์หนึ่งของธุรกิจนี้ ทั้งเป็นผู้ประกอบการในธุรกิจสื่อและบริการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวัน แม้ในทางธุรกิจอาจไม่มีคำถามมากมาย เพราะการควบรวมเกิดขึ้นทั่วไป รวมไปถึงการตั้งธงขึ้นสู่เบอร์หนึ่งของธุรกิจก็เป็นเรื่องปกติ

แต่เคสนี้จำเป็นต้อง “ตั้งคำถาม” ในแง่ของผู้บริโภค ในเมื่อผู้ให้บริการมือถือรายใหญ่ระดับประเทศลดจาก 3 เหลือ 2 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. จึงต้องมีบทบาทมากๆ

เคสนี้ถือเป็นเคสที่น่ากังวลและน่าห่วง นอกเหนือจากเรื่องคุณภาพบริการในอนาคตแล้ว สัญญาณมือถือในปัจจุบันไม่เหมือนเมื่อก่อน วันนี้มือถือเป็นสมาร์ทโฟน เป็นจุดรวมของทุกสิ่งอย่าง พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ฯ และพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฯ จึงสำคัญมาก

“จริง ๆ แล้ว กสทช.หรือส่วนที่เกี่ยวข้องต้องคิดวางแผนให้ตลาดเกิดการแข่งขัน ด้วยการผลักดันให้มีโอเปอเรเตอร์รายที่ 3 แม้ว่าธุรกิจโทรคมนาคมจะใช้เงินลงทุนสูง ความเป็นไปได้อาจจะยาก แต่รัฐต้องใช้ความพยายามและคำนึงถึงผลประโยชน์ของส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ข้อคิดนี้รวมถึงบิ๊กดีลอื่น ๆ ด้วย เพราะผลดีจะทำให้เกิดการแข่งขัน ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย หรือจบกันแบบง่ายๆ” นางสาวสฤณี กล่าว

แน่นอนว่า เมื่อผู้ให้บริการโทรคมนาคมเหลือเพียง 2 ราย และเป็นรายใหญ่ด้วย อาจทำให้การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงลดลงจากปัจจุบันที่มีผู้แข่งขัน 3 ราย

ขณะที่ ธรรมชาติของการแข่งขันด้านราคา มีผลทำให้มาร์จิ้นหรือกำไรเอกชนลดลง แต่หากเหลือ 2 รายใหญ่จริง แน่นอนผลดีทั้งหมดจะตกอยู่กับผู้ประกอบการทั้ง 2 รายที่มีอยู่ เพราะจะมีกำไรมากขึ้นจากการแข่งขันที่ลดลง

กับคำถามว่า เมื่อเทียบกับกรณีธุรกิจรีเทล อย่างกลุ่มแม็คโครฯ ซื้อโลตัสนั้น สฤณี ตอบว่า เทียบกันไม่ได้เลย เคสทรูซื้อดีแทคน่าห่วงกว่ามาก ในรายละเอียดรัฐจึงต้องคิดให้หนักและกำหนดคอนเทนต์กันให้ชัดว่า อนาคตจะวางกันยังไง ในด้านผลกระทบที่จะเกิดขึ้น รวมถึงอำนาจเหนือตลาดที่ทุกคนกลัว

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ