สาธารณสุข เสนอปิดผับ-บาร์ ต่อ จากวันที่ 16 มกราคม 2565

สธ. เสนอปิดผับบาร์ต่อ
ภาพจาก Pixabay

อนุทิน รมว.สาธารณสุข เสนอให้เลื่อนการเปิดผับ-บาร์ จากวันที่ 16 ม.ค.65 ออกไปก่อน

วันที่ 4 มกราคม 2565 นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์ ที่กระทรวง สธ. ถึงสถานการณ์โควิด-19 หลังเทศกกลปีใหม่ ที่พบการติดเชื้อในหลายคลัสเตอร์ ว่าคลัสเตอร์ต่าง ๆ เกิดจากการที่ผู้ประกอบการและผู้เข้ารับบริการละเมิดมาตรการที่รัฐบาลและกระทรวงย้ำเตือนตลอดเวลา

นายอนุทินกล่าวว่า หากเราไม่มีจิตสำนึก มีโรคระบาดเยอะ ๆ แต่ยังไม่ระวัง ยังรักความสนุกก็ทำความเดือดร้อนให้กับคนอื่น ซึ่งคนที่ปฏิบัติตามมาตรการ มีสำนึกต่อสังคมตลอดเวลาไม่เคยก่อปัญหา ดังนั้น เป็นสิ่งที่น่าเสียดายเพราะเป็นเรื่องที่ป้องกันได้ แต่ถ้าใครป่วย เราก็ได้แต่รักษา ไม่รู้จะไปเอาผิดยังไง เพราะเป็นเรื่องของจิตสำนึกรับผิดชอบต่อส่วนรวม

“คาราโอเกะที่ยังเปิดบริการไม่ได้ เราก็อนุญาตให้ปรับเป็นร้านอาหารได้ แต่พอถึงเวลาจริง ๆ เขาก็ไม่ทำ ดังนั้น ผู้ที่อนุญาตในส่วนนี้ก็ต้องรับผิดชอบ ซึ่งทางตำรวจ ผู้ว่าราชการจังหวัด ต้องไปตรวจสอบ หากพบว่าไม่ทำตามที่ขอก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ แน่นอนว่า กรมควบคุมโรคก็ต้องคิดว่าที่จะเปิดวันที่ 16 ม.ค.65 ยังจะเปิดได้อยู่หรือไม่ เพราะไม่มีการทำ Covid-19 free settings เลย และไม่ใช่จะบอกว่าจะมาตัดสินใจจากเพียงรายสองราย มันไม่ใช่ เพราะมันทั้งหมดเลย” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามย้ำว่าการพิจารณาเปิดสถานบริการผับ-บาร์ ในวันที่ 16 ม.ค.65 จะมีแนวโน้มอย่างไร นายอนุทินตอบว่า “คงจะต้องพิจารณาให้หนักกว่านี้ ถ้าเป็นผมก็คงไม่ให้เปิด ซึ่งได้แต่เสนอความเห็น เนื่องจากอำนาจสุดท้ายไม่ได้อยู่ที่ผม”

สำหรับฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด คือมีผู้ติดเชื้อสูงสุดวันละ 30,000 รายนั้น รมว.สธ. ระบุว่า “ยังเป็นเพียงแค่กลุ่มเดียวที่ไม่ให้ความร่วมมือ แต่กิจกรรมเคาตน์ดาวน์ยังได้รับความร่วมมือจากประชาชน บางส่วนก็อยู่บ้าน ซึ่งช่วยได้เยอะมาก มีแต่กลุ่มที่ไม่มีความรับผิดชอบที่ทำให้เกิดปัญหาแทบทุกภาค แต่โชคดีที่รัฐบาลจัดวัคซีนให้ ถ้าไม่ได้รับคงแย่กว่านี้ ซึ่งขอย้ำเตือนว่าคนที่ยังไม่ได้รับ หรือรับไม่ครบ ก็อาจจะเป็นคนที่แพร่เชื้อเพิ่มขึ้น” นายอนุทินกล่าว

ทั้งนี้ รัฐบาลพยายามขอความร่วมมือ เอาใจเต็มที่ ทุกคนก็ให้ความร่วมมือ อนุญาตให้ปรับผับ บาร์ คาราโอเกะเป็นร้านอาหาร แต่พอถึงเวลาก็ยังเป็นผับ บาร์ ดังนั้น ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องก็ต้องไปดำเนินการ มาตรการบังคับไม่ได้ กฎหมายไม่เปิดช่อง เราบังคับคนไม่กินเหล้า หรือไม่ออกจากบ้านไม่ได้ เราก็ขอความร่วมมือ สร้างความเข้าใจ