สุชาติวิเคราะห์ พปชร.พร้อมเลือกตั้ง กางตารางได้ ส.ส.คืน 150 ที่นั่ง
พรรคร่วมรัฐบาลนัดสังสรรค์ หลังปิดสมัยประชุมสภา ท่ามกลางข่าวลือนายกฯ อาจชิงยุบสภา แกนนำ พปชร. กร้าวปักธงเลือกตั้งใหม่ ได้ ส.ส.คืน 150 ที่นั่ง
วันที่ 8 มีนาคม 2565 นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ “ประชาชาติธุรกิจ” เกี่ยวกับเป้าหมายในการเลือกตั้งสมัยหน้า ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในปีหน้า ว่า พรรค พปชร. และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ยังได้รับความนิยมจากประชาชน โดยคาดว่า พปชร.จะได้ ส.ส.กลับคืนมาประมาณ 150 ที่นั่ง
เป้าหมาย ส.ส.พปชร.150 ที่นั่งมาจากไหนบ้าง
นายสุชาติตอบคำถามที่ว่า เป้าหมายในการเลือกตั้งครั้งหน้า ส.ส.พปชร. 150 คน จะมาจากพื้นที่ไหนบ้าง ตอนหนึ่ง ว่า
“ต้องยอมรับว่า พรรคพลังประชารัฐมีแฟนคลับที่หนาแน่นอยู่ในพื้นที่ภาคกลาง การเลือกตั้งคราวที่แล้วภาคกลางได้ ส.ส.เยอะที่สุด ประมาณ 35-36 ที่นั่ง จากเขตเลือกตั้งทั้งหมด 90 เขต แต่การเลือกตั้งครั้งหน้าถ้าเป็น 400 เขต ชลบุรี จาก 8 เขต ขยายเป็น 10 เขต ทำให้ภาคกลางมี 104 เขต”
เขาวิเคราะห์ว่า การเลือกตั้งคราวที่แล้ว ในพื้นที่ภาคกลาง พลังประชารัฐแพ้ไม่ถึง 1,000 คะแนน ประมาณ 10 กว่าเขต “กำลังบอกว่า ถ้าผมทำจริง ๆ ตอนนี้ ถ้า 104 เขต ผมวางดีไซน์ในระดับ กรรมการบริหารพรรคที่คุยกัน ให้ได้ ส.ส.สัก 60-70 เขต มองเหมือนยาก แต่มีพื้นฐานของความเป็นไปได้ คราวที่แล้ว เราไม่มี ส.ส.เลยสักคน ยังได้มา 35 คน คราวนี้เรามี 35 คนแล้ว จะขยับขึ้นไปอีกหน่อยไม่ยาก”
“ส่วนตัวคิด ว่า 150 ที่นั่ง มาจาก กทม.ให้รักษาแชมป์ไว้ให้ได้ 12 คน worst case คาดว่าเหลือ 10 คน ถ้าผมทำภาคกลางได้ 70 คน รวม กทม.ก็เป็น 80 คน ภาคใต้ รอบนี้ ประชาชนภาคใต้ชื่นชอบพรรคพลังประชารัฐ และชื่นชอบลุงตู่ ผมว่า 20 คนทำได้ เป็น 100 คน”
“พื้นที่ภาคเหนือ เหนือตอนล่างก็เป็นพื้นที่ของพลังประชารัฐ เพชรบูรณ์ สุโขทัย กำแพงเพชร นครสวรรค์ พื้นที่ภาคอีสาน โคราช รวมกันแล้วอีสานกับเหนือ ตีแบบขี้เหร่เลยนะ สัก 30 ที่นั่ง รวม ส.ส.เขตทั้งหมด 130 คน รวมกับ ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์ 20-25 คน รวม ส.ส.150 คน เป็นสมการที่เราตั้ง ผมมีฐานข้อมูลอ้างอิง”
พื้นที่ กทม. กระแส พล.อ.ประยุทธ์ ยังขายได้
ในขณะที่พื้นที่การเมือง กทม. กระแสของนายกรัฐมนตรี อาจไม่เหมือนเดิมและอาจมีบางคนย้ายพรรค คำถามคือพลังประชารัฐ จะได้ ส.ส.มากเหมือนเดิมหรือไม่ ?
นายสุชาติ ตอบว่า “เรามองว่า ส.ส.กทม.วันนี้ มีการลงพื้นที่ที่แข็งแรง ตอนนั้นที่เขาได้ เพราะว่า หนึ่ง กระแสตีกลับ มีพี่ตั้น (ณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีตแกนนำกปปส. อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ) พี่บี (พุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีตแกนนำกปปส. อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ) เป็นหลักให้น้อง ๆ ด้วย แต่วันนี้ น้อง ๆ ทุกคน 3 ปีที่ผ่านมา ลงพื้นที่หนักมาก ทำให้ชาวบ้านสัมผัสกับ ส.ส.มา 3 ปี ผมว่า ส่วนตัวเขามีความแข็งแรง”
“แต่อย่าลืมว่า การเมือง 15 วัน 20 วัน ก็พลิกกันได้ คราวที่แล้วพลิกกันแค่แป๊บเดียว แค่ชั่ววูบเองนะ ครั้งนี้มีเวลาเกือบปี ไม่คิดว่า สิ่งที่ทุกคนมองที่ผ่านมา มองจากสื่อกับฝ่ายค้านออกข่าวตีทุกวัน พรรคพลังประชารัฐแตก พลังประชารัฐแย่ละ รัฐบาลอย่างนั้นอย่างนี้ แต่ไม่ใช่เรื่องจริงทั้งหมด เป็นเรื่องของการชี้นำทางสื่อและจากฝ่ายค้าน”
นโยบายช่วยเยียวยาประชาชน คนรักรัฐบาล
ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นายสุชาติ วิเคราะห์พร้อมอธิบายนโยบายที่ลงสู่การปฏิบัติแล้ว ว่า
“ถ้ารัฐบาลทำไม่ดี นักลงทุนต่างชาติจะทำหนังสือมาขอบคุณเป็น 100 บริษัทได้ไง ทำไมบริษัทใหญ่ ๆ ให้ผมพาไปพบนายกฯ เพื่อไปขอบคุณ ที่ทำให้สามารถรอดพ้นจาก 22 ประเทศ เหลือประเทศไทยประเทศเดียวที่ส่งออกโต และลงทุนเพิ่มอีก 3 พันล้าน แล้วเจ้าของบริษัทไม่พูดให้พนักงาน 3 หมื่นกว่าคนฟังบ้างเหรอว่า บริษัทเรามีโบนัสให้เพราะอะไร เพราะรัฐบาล”
“แต่คนเหล่านี้ไม่ได้มีเสียงดังเหมือนฝ่ายค้าน เหมือนนักการเมือง เพราะเป็นพ่อค้า เป็นนักธุรกิจ แต่พูดความเป็นจริงให้กับพนักงานฟังว่าคุณได้โบนัสเพราะอะไร ได้เพราะรัฐบาลแก้ปัญหาโควิดให้ ทำให้ส่งออกโต”
“แล้วไม่คิดบ้างหรือไม่ว่า ที่เยียวยาแท็กซี่ มอเตอร์ไซค์รับจ้างเป็นแสน ๆ คน เค้าไม่รักนายกฯ ไม่รักรัฐบาลเหรอ มีรัฐบาลไหนเยียวยาคนละหมื่นบาท เยียวยาผู้เอาประกันสังคมตามมาตรา 40 มีกระทรวงแรงงานมา 30 ปี สหภาพ ผู้ใช้แรงงาน ผู้นำแรงงานลงถนนประท้วงตลอดเวลา อะไรที่รัฐบาลทำให้ไม่ได้อย่างที่เห็นสัมฤทธิ์ผล”
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวด้วยว่า “วิกฤตโควิด วิกฤตโลก วิกฤตเศรษฐกิจทั่วโลก เคยเห็นสหภาพแรงงาน ผู้นำแรงงาน พี่น้องผู้ใช้แรงงานลงถนนไหม ไม่คิดเหรอว่าเค้ารักรัฐบาลไหม รักผมไหม ผมสู้ให้เค้านะ แต่เค้าไม่ได้ออกมาใช้สิทธิ์ใช้เสียงเหมือนกันออกสื่อ ว่า ฉันรักรัฐบาลนะ สหภาพรักรัฐบาลนะ ไม่ได้ เพราะเป็นองค์กรของผู้นำภาคแรงงาน องค์กรภาคธุรกิจเอกชน ไม่ใช่ฝ่ายค้าน”
“แต่พอสินค้าเกษตรมีปัญหา หรือ น้ำมันแพง กลุ่มหนึ่งที่ได้รับผลกระทบก็ออกมาว่ารัฐบาล แต่กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากรัฐบาลมากกว่า ผู้ใช้แรงงาน 12 ล้านคน ผู้เอาประกันสังคมตามมาตรา 40 อีก 10 ล้านคน กับกลุ่มที่มีปัญหาอยู่ต่างกันไหม กลุ่มที่ได้ประโยชน์เค้าไม่จำเป็นต้องออกไปบอก เดี๋ยวเค้าจะหาว่าเชียร์รัฐบาล แต่เลือกตั้งเค้าพร้อมที่จะรู้แล้วว่า เค้าเชื่อมั่นใคร”
เหตุผลแห่งความมั่นใจ
นายสุชาติ ในฐานะแกนนำพรรคพลังประชารัฐ แกนนำรัฐบาล ให้เหตุผลที่มั่นใจเกี่ยวกับกระแสการเมือง ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ว่า
“ทำไมผมถึงมั่นใจตลอดเวลา เพราะผมลงพื้นที่ ผมรู้ว่า ชาวบ้านเอาใคร ทุกคนอาจจะมองว่า รัฐบาลแย่ ไม่ดี เวลาคนจะด่า จะว่าก็พูดออกสื่ออย่างเดียว เดนโซ่ โตโยตา โบนัส 7 เดือน 8 เดือน คุณก็ไม่รู้ว่า เค้าไม่ประกาศ แต่โรงงานไหนเจ๊ง ประกาศข่าวกันหมดเลย 3 เดือนที่ผ่านมา จ้างงานเพิ่มมา 5 หมื่นกว่าคน จากมาตรการเอสเอ็มอี ไปถามเจ้าของเอสเอ็มอีทุกคนว่า ใครบ้างไม่รักรัฐบาล ใครบ้างไม่รักกระทรวงแรงงาน ใครบ้างไม่รักลุงตู่”
“ธุรกิจกลางคืนประท้วงกันข้างทำเนียบ ศิลปินกลางคืน ผมเจรจาคำเดียวจบ รัฐบาลอยากช่วย ไม่เกินพรุ่งนี้จ่ายให้เลย บอกได้ไหมว่าจ่ายใคร คนไหน เท่าไหร่ มีกี่คน เอาข้อมูลมาให้ผม สมาคม เป็นตัวแทน ใครเป็นศิลปินกลางคืน ศิลปินกลางแจ้ง ตกงาน ว่างงาน สมาคมรับรองมาด้วย ส่งมาให้ผม 2 อาทิตย์ 1.2 แสนคน ไม่กี่วันโอนครบเลย อย่างนี้รักใคร”
“เขาขอพบลุงตู่เลย แต่ทำไมเราจะต้องป่าวประกาศว่า โอย เดี๋ยวเค้ามองว่า เอาความเดือดร้อนของประชาชนมาหาเสียง ไม่ได้ นี่ทุกคนมองว่า รัฐบาลไม่ดี เสียงไม่ดี นายกฯ ไม่ดี คุณไม่รู้อะไรแล้วว่า หลาย ๆ เรื่อง ผมว่า เสียงดีกว่าคราวที่แล้วอีก”