สคบ.ถกเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อรถ หวั่นกระทบกำไรหุ้นไฟแนนซ์วูบ 10%

สคบ.ถกเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อรถวันนี้ โบรกเกอร์หวั่นกระทบกำไรหุ้นไฟแนนซ์วูบ 10% หนักสุด “TK-S11-NCAP” ฟาก SAWAD-MTC กระทบบ้างแต่เตรียมแผนสำรองไว้แล้ว แนะเป็นจังหวะซื้อ

วันที่ 22 มิถุนายน 2565 นายธสรณ์อัฑฒ์ ธนิทธิพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ความคืบหน้าร่างประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาเกี่ยวกับเรื่องเช่าซื้อรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ของ สคบ. จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาในวันนี้ หลังจากคณะทำงานได้เสนอข้อคิดเห็นมาแล้ว โดยเบื้องต้นภาพรวมหลายประเด็นเห็นตรงกันแล้ว แต่ยังมีบางประเด็นที่เห็นต่างกันระหว่างคณะทำงาน และผู้ประกอบการ เช่น อัตราดอกเบี้ยรถจักรยานยนต์ที่มีส่วนต่างกันอยู่เล็กน้อยราว 3-4% ซึ่งผู้ประกอบการเสนอดอกเบี้ยอยู่ที่ 30% แต่คณะทำงานเสนออยู่ที่ 26% เป็นต้น

อย่างไรก็ดี ภายหลังจากเข้าประชุมคณะอนุกรรมการศึกษาแล้ว จะมีการประชุมเพื่อสรุปผลร่างประกาศอีกครั้ง คาดน่าจะได้ข้อสรุปภายในเร็ว ๆ นี้ ส่วนขั้นตอนการออกประกาศนั้น ถ้าผ่านความเห็นชอบของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาแล้ว จะเสนอคณะกรรมการกฤษฏีกาเพื่อประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหลังจากประกาศลงในราชกิจจาฯ แล้วจะกำหนดช่วงระยะเวลาประมาณ 90 วันให้มีผลบังคับใช้

กำไรหุ้นเช่าซื้อวูบ 10%

นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ประเด็นนี้ยืดเยื้อมาแล้วกว่า 1 ปี โดยทาง สคบ.จะกำหนดเพดานอัตราดอกเบี้ยเช่าซื้อซึ่งเดิมไม่มีเพดาน ฉะนั้นแนวทางนี้จะเกี่ยวข้องกับผู้ประกอบการเช่าซื้อรถยนต์มือหนึ่งและมือสอง และผู้ประกอบการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์



โดยผู้ประกอบการเช่าซื้อรถยนต์มือหนึ่งและมือสองไม่มีปัญหา เพราะว่า สคบ.จะกำหนดเพดานผู้ประกอบการเช่าซื้อรถยนต์มือหนึ่งไม่เกิน 15% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันตลาดคิดดอกเบี้ยต่ำกว่าเพดานใหม่อยู่แล้ว หรืออยู่แค่ 4-5% ต่อปี ส่วนเพดานผู้ประกอบการเช่าซื้อรถยนต์มือสองกำหนดไม่เกิน 20% ต่อปี ซึ่งปัจจุบันตลาดชาร์จดอกเบี้ย 8% ต่อปี

แต่จะมีปัญหากับผู้ประกอบการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เพราะปัจจุบันตลาดส่วนใหญ่จะชาร์จดอกเบี้ย 30-35% ต่อปี มีบางส่วนชาร์จดอกเบี้ยต่ำลงมาในระดับกว่า 20% ต่อปี ซึ่งเพดาน สคบ.ต้องการกำหนดเพดานดอกเบี้ยไม่เกิน 20% ต่อปี ฉะนั้นจะต่ำกว่าที่ตลาดชาร์จอยู่ค่อนข้างมาก

ทั้งนี้บรรดาผู้ประกอบการต้องการให้ สคบ.กำหนดเพดานดอกเบี้ยไม่เกิน 30% ต่อปี เพราะความเสี่ยงสูง หนี้เสีย(NPLs) สูง และปัจจุบันรถจักรยานยนต์ในตลาดตอนนี้ไม่ต้องดาวน์สามารถออกรถได้เลย เพราะฉะนั้นมีความเสี่ยงที่ลูกค้าจะทิ้งรถไม่ผ่อนต่อ ส่งผลให้ผู้ประกอบการเกิดขาดทุนจากรถยึดมากขึ้น และต้องตั้งสำรองเพิ่ม

“สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มีความเสี่ยงสูงกว่าพวกสินเชื่อจำนำทะเบียนรถที่ตอนนี้อัตราดอกเบี้ยเพดาน 24% ต่อปี เพราะว่าสินเชื่อจำนำทะเบียนรถเขาเป็นเจ้าของรถแล้ว ผ่อนหมดแล้ว หรือซื้อสด แล้วมาตึ้งกับผู้ประกอบการ ซึ่งสามารถบรู๊ฟได้ส่วนหนึ่งว่าเขามีวินัยในการจ่ายหนี้ ต่างจากเช่าซื้อเพราะมีความเสี่ยงเยอะกว่า” นายเอนกพงศ์ กล่าว

ถ้ามองผลกระทบจากประเด็นนี้ ประเมินจากตัวเลขปรากฎข้างต้นจะกระทบต่อผู้ประกอบการเช่าซื้อรถจักรยานยนต์เป็นหลัก เช่น บมจ.ฐิติกร (TK), บมจ.เอส 11 กรุ๊ป(S11), บมจ.เน็คซ์ แคปปิตอล(NCAP) เนื่องจากปัจจุบันกลุ่มนี้ชาร์จดอกเบี้ยอยู่ 25-35% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าเพดานใหม่อยู่พอสมควร ประเมินเบื้องต้นจะมีผลกระทบต่อกำไรมากกว่า 10%

โดยกลุ่มที่บริษัท cover อยู่คือผู้ประกอบการจำนำทะเบียนรถ จะกระทบ บมจ.ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น(SAWAD) และ บมจ.เมืองไทย แคปปิตอล(MTC) อยู่บ้าง แต่อาจจะไม่สูงเหมือนกลุ่มแรก ส่วน บมจ.เงินติดล้อ(TIDLOR) จะไม่ได้รับผลกระทบเพราะไม่ได้ทำเช่าซื้อรถจักรยานยนต์

SAWAD-MTC งัดแผนสำรอง

ปัจจุบัน SAWAD ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ 4,000 ล้านบาท คิดเป็น 12% ของสินเชื่อเช่าซื้อรวม 36,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันชาร์จดอกเบี้ยอยู่ 30-35% ต่อปี ฉะนั้นหากรัฐกำหนดเพดานดอกเบี้ยไม่เกิน 20% ต่อปี จะกระทบต่อกำไร 10% ของปี 2566 (กรณี SAWAD ไม่ดำเนินการอะไรเลย) แต่ถ้าออกมาแล้วบังคับใช้เลยจะมีผลกระทบต่อกำไรปี 2565 ประมาณ 5% แต่ถ้าบังคับใช้อีก 2-3 เดือนข้างหน้า จะมีผลกระทบต่อกำไรปี 2565 ประมาณ 2.5%

แต่อย่างไรก็ดี ในเบื้องต้นจากการสอบถามทราบว่า SAWAD ได้มีการเตรียมมาตรการรองรับผลกระทบตรงนี้ไว้แล้ว แต่ยังไม่ได้เปิดเผยออกมา แต่เรามองว่า SAWAD มีไลเซนส์สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์อยู่แล้ว ซึ่งการปล่อยสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์เพดานดอกเบี้ย 33% ต่อปี และการปล่อยสินเชื่อส่วนบุคคลเพดานดอกเบี้ย 25% ต่อปี

“ดังนั้นอาจจะเอาสินเชื่อพวกนี้มาปล่อยควบคู่กันเพื่อขยายดอกเบี้ยให้ผสมกันแล้วสูงขึ้น หรือมีมาตรการเพิ่มเงินดาวน์ จากปกติไม่ต้องดาวน์ เพื่อเพิ่มให้ลูกค้ามีความเป็นเจ้าของมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนความเสี่ยงของสินเชื่อที่ไม่ได้รับการชาระคืนเงินต้นและดอกเบี้ย(Credit cost)”

ส่วน MTC ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ 3,000 ล้านบาท คิดเป็น 3% ของสินเชื่อรวม 99,000 ล้านบาท ซึ่งปัจจุบันชาร์จดอกเบี้ยอยู่ 23% ต่อปี ต่ำกว่าคู่แข่งพอสมควร ดังนั้าถ้ากระทบกำไรอาจจะแค่ 2% ของปี 2566 แต่ถ้าออกมาแล้วบังคับใช้เลยจะมีผลกระทบต่อกำไรปี 2565 ประมาณ 1% ซึ่งคาดว่ามีแนวทางเดียวกับ SAWAD ที่จะต้องเตรียมมาตรการรองรับตรงนี้

โบรกแนะจังหวะ “ซื้อ” 3 หุ้นไฟแนนซ์

นายเอนกพงศ์ กล่าวต่อว่า ในมุมนักลงทุนรายย่อย จากราคาหุ้นไฟแนนซ์ที่ปรับตัวลงมาค่อนข้างมาก ก็เป็นจังหวะ “ซื้อ” ได้ โดยให้ราคาเป้าหมาย SAWAD ที่ 60 บาท และ MTC ที่ 52 บาท ส่วน TIDLOR ที่ 42 บาท แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นนี้ ก็ยังแนะนำ “ซื้อ”


“ประเด็นนี้ยืดเยื้อมานาน หากจบลงไป แนวโน้มธุรกิจในอนาคตจะไม่มีประเด็น Overhang ทิศทางราคาหุ้นช่วงนี้อาจจะยังไม่ได้เคลื่อนไหวมาก รอผล สคบ. ถ้าออกมาตามข้อเสนอเอกชน ราคาหุ้นกลุ่มนี้ก็น่าจะดีแต่ถ้าตามเกณฑ์ สคบ.ราคาหุ้นก็อาจจะลง แต่แค่ช่วงสั้น เพราะอนาคตจะกลับมาดี ตามแนวโน้มสินเชื่อเติบโตได้ทั้งกลุ่ม”

ไม่พลาดข่าวสำคัญ เจาะลึกทุกประเด็น
เพิ่มเราเป็นเพื่อนทาง @prachachat

ติดตามข่าวธุรกิจ