“รินไน” เปิดเกมเขย่าตลาด ปูพรมสินค้าใหม่ดันพันล้าน
“รินไน” ปรับกลยุทธ์รับโควิดคลี่คลาย รุกตลาดรอบใหม่ ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์ เครื่องดูดควัน-เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าแบบถังเก็บ เจาะบ้านและโรงแรม ร้านสะดวกซัก วางเป้ารายได้รวมทะลุพันล้าน มุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปรับมือปัจจัยลบวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตและสถานการณ์พลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายสมพล ปรีชาวุฒินันท์ รองผู้จัดการทั่วไป บริษัท รินไน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องใช้ในบ้านและอุตสาหกรรม ภายใต้แบรนด์รินไน (Rinnai) เปิดเผยว่า ช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา สภาพตลาดและการเติบโตของตลาดเครื่องใช้ในบ้านของไทยมีการเติบโตสูง ปัจจัยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่เกิดขึ้น และมีการทำงานจากบ้าน (work from home) การประกอบอาหารในบ้าน และการระมัดระวังเรื่องการติดเชื้อทำให้คนอยู่บ้านมากขึ้น มีการดูแล ซ่อมแซม เปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้และเฟอร์นิเจอร์ภายในบ้านมากขึ้น
โดยเฉพาะเตาแก๊สและเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นกลุ่มที่เติบโตสูงสุด ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการเติบโตของรินไนด้วยเช่นกัน และเมื่อภาวะการแพร่ระบาดลดลง การใช้ชีวิตกลับมาเหมือนเดิม ประกอบกับมีการเปิดประเทศอย่างเต็มตัว ทำให้ตลาดเครื่องใช้ในครัวเรือนกลับเข้าสู่ภาวะปกติ รินไนจึงได้มีการปรับกลยุทธ์ทางการตลาด โดยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ เพื่อตอบสนองแก่กลุ่มบ้านและเชิงพาณิชย์ให้มากขึ้น
ล่าสุด รินไนได้มีการเปิดตัว 2 ผลิตภัณฑ์ใหม่ คือผลิตภัณฑ์เครื่องดูดควันบ้านดีไซน์ใหม่ (slant hood) รุ่น RH-KT2959-GBV และเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าแบบถังเก็บ (storage water heater) ขนาด100 ลิตร 140 ลิตร และ 200 ลิตร สำหรับบ้านและเชิงพาณิชย์ เพื่อรุกตลาดไทยรอบใหม่ โดยจุดเด่นของเครื่องดูดควันสำหรับบ้าน รุ่น RH-KT2959-GBV
นอกจากจะมีดีไซน์ที่สวยงามเหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่แล้ว แรงดูด high suction power ที่ 1350 m3/hr สำหรับเครื่องดูดควันรุ่นอื่นที่มีนวัตกรรม plasma fresh นั้นจะมีในรุ่น RH-C1059-PBR, RH-D3154-BKR, RH-D3154-BLR และ RH-D3154-ORR ก็ยังพยายามเน้นย้ำเช่นเคย เนื่องจากเป็นเทคโนโลยีการกรองชั้นสูง ด้วยแรงดึงดูดทางไฟฟ้า แทนการใช้ท่อระบายอากาศ เทคโนโลยีเฉพาะของรินไนสามารถดูดกำจัดกลิ่นควันจากอาหารรวมถึง PM 2.5 ได้
ส่วนผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าแบบถังเก็บ (storage water heater) ขนาด 100 ลิตร, 140 ลิตร และ 200 ลิตร สำหรับบ้านและเชิงพาณิชย์ เป็นผลิตภัณฑ์ที่กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นโดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจโรงแรมที่ได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่เติบโต ร้านสะดวกซักที่เป็นธุรกิจดาวรุ่งที่ต้องการใช้น้ำร้อนในปริมาณมากและไม่สะดวกในการติดตั้งแก๊ส
โดยเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้าแบบถังเก็บ มีจุดเด่นที่สามารถตั้งอุณหภูมิได้สูงถึง 75 องศา และมีระบบความปลอดภัยในการใช้งานด้วย thermostat ควบคุมอุณหภูมิภายในถัง thermo-cut off ตัดการทำงานเมื่ออุณหภูมิสูงผิดปกติ และ pressure relief valve ภายในหม้อต้มเคลือบด้วยวัสดุอย่างดี ซึ่งกลุ่มลูกค้าหลักคือภาคเหนือและอีสาน
จากความแข็งแกร่งของแบรนด์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่เป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค ทำให้ปี 2565 ที่ผ่านมา รินไนมียอดขายรวมประมาณ 940 ล้านบาท มีอัตราเติบโตเฉลี่ยปีละ 4-5% จากการดำเนินกลยุทธ์การตลาดในเชิงรุกมากขึ้น พร้อมการจัดจำหน่ายผ่านร้านค้าตัวแทนกว่า 300 ร้านค้าทั่วประเทศ และห้างสรรพสินค้าชั้นนำ รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่จะทยอยเปิดตัวเพิ่มขึ้นอีกหลายยูนิตในปีนี้
นายสมพลกล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยลบที่ต้องระมัดระวังในปีนี้ คือวัตถุดิบที่ใช้ในการผลิตและสถานการณ์พลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น ขณะที่กำลังซื้อลดลงจากเงินเฟ้อ โดยรินไนได้เตรียมแผนในการป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น โดยมุ่งพัฒนาประสิทธิภาพการผลิต เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น โดยการนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาใช้ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องจักรที่เป็นระบบ automation แขนจักรกล หุ่นยนต์ รวมถึงลดค่าพลังงานด้วยการติดตั้ง solar roof top ในการใช้พลังงานสะอาดในการผลิตกระแสไฟฟ้าอีกด้วย
ปัจจุบันสินค้ากลุ่มหลักที่ทำตลาดในไทยมี 4 กลุ่มด้วยกัน ได้แก่ 1.กลุ่มเตาแก๊สตั้งโต๊ะและหม้อหุงข้าวชนิดแก๊ส จำหน่ายในประเทศและต่างประเทศ 2.กลุ่ม built-in product และเครื่องดูดควันหลากหลายฟังก์ชั่น ตามลักษณะการใช้งานและดีไซน์ที่เหมาะสมกับไลฟ์สไตล์
3.กลุ่มเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อนแก๊สและไฟฟ้า สำหรับบ้านและเชิงพาณิชย์ซึ่งในส่วนเครื่องทำน้ำอุ่นและเครื่องทำน้ำร้อนไฟฟ้า นอกจากผลิตภายใต้แบรนด์ Rinnai แล้วยังมี OEM ด้วย โดยมีกำลังการผลิตมากกว่า 200,000 เครื่องต่อปี 4.กลุ่มเครื่องครัวเชิงพาณิชย์ ซึ่งใช้ในครัวอุตสาหกรรม ครัวโรงแรมหรือภัตตาคาร เช่น หม้อทอดแบบใช้แก๊สและไฟฟ้า หม้อหุงข้าวเชิงพาณิชย์ เตาย่าง เตา salamander รวมถึงหัวเตาอินฟราเรด มีกลุ่มลูกค้าทั้งระดับครัวเรือน กลุ่มลูกค้าเชิงพาณิชย์ และกลุ่มลูกค้าในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เป็นอย่างมาก โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์นำตลาดของรินไนจะเป็นกลุ่มเตาแก๊สและเครื่องทำน้ำอุ่น
ปัจจุบันรินไนมีจำหน่ายอยู่กว่า 80 ประเทศทั่วโลก ครองอันดับ 1 กลุ่มเครื่องใช้ในครัวประเภทใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง ในประเทศใหญ่อย่างอินโดนีเซียและเกาหลี นอกจากนั้น ยังสามารถครองอันดับ 1 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เครื่องทำน้ำร้อนในตลาดอเมริกาและออสเตรเลียด้วย สำหรับตลาดในประเทศไทย รินไนมีโรงงานผลิตอยู่ที่บางพลี จังหวัดสมุทรปราการ เป็นฐานการทำตลาดและเป็นฐานการผลิตไปยังประเทศต่าง ๆ