เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

รายได้ท่องเที่ยว’67 หลุดเป้า ‘สรวงศ์’ สั่งอัดบิ๊กอีเวนต์ 4 เดือน

30 ต.ค. 2567 | 08:26น.
สรวงศ์ เทียนทอง

สรวงศ์ เทียนทอง

“สรวงศ์ เทียนทอง” เข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เมื่อ 16 กันยายน 2567 พร้อมประกาศนโยบายผลักดันการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยให้ก้าวสู่ระดับโลก และพัฒนาศักยภาพของประเทศในฐานะศูนย์กลางการท่องเที่ยวและกีฬาระดับนานาชาติ

เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯ คนที่ 3 ของรัฐบาลเพื่อไทย ต่อจาก “สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล” ที่บริหารได้ 8 เดือน และ “เสริมศักดิ์ พงษ์พานิช” ที่เข้ามาบริหารได้ 4 เดือน

“ประชาชาติธุรกิจ” สัมภาษณ์พิเศษ “สรวงศ์ เทียนทอง” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ถึงแผนและทิศทางการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศในทุกมิติ ทั้งในระยะเร่งด่วนโค้งท้ายปลายปีนี้ และแผนงานสำหรับปี 2568 ดังนี้

อัด Winter Festivals บูมปลายปี

“สรวงศ์” บอกว่า ในช่วงโค้งสุดท้ายปลายปีนี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) มีแผนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวผ่านหลากหลายโครงการ โดยแคมเปญหลักคือ โครงการ Thailand Winter Festivals ประกอบด้วยกิจกรรมใหญ่ต่อเนื่องตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2567 ไปจนถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2568

โดยกิจกรรมต่าง ๆ ถูกวางไว้เรียบร้อยแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลลอยกระทง งานยี่เป็งเชียงใหม่-เชียงราย งานวิจิตรเจ้าพระยา (Vijit Chao Phraya 2024) ที่จะจัดขึ้นในช่วง 15 พฤศจิกายน-16 ธันวาคม 2567 ณ บริเวณสถานที่สำคัญริมแม่น้ำเจ้าพระยา รวม 1 เดือนเต็ม ๆ รวมถึงงาน Amazing Thailand Countdown 2025 ในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

นอกจากนี้ยังจะคิกออฟโครงการ “เหนือพร้อมเที่ยว” หลังจากหลายจังหวัดในภาคเหนือประสบอุทกภัย เช่น เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา น่าน แพร่ ฯลฯ ซึ่งปัจจุบันผู้ประกอบการต่าง ๆ ได้ช่วยกันพลิกฟื้นสถานการณ์ให้กลับมาเปิดบริการได้ตามปกติแล้ว

โครงการ “แอ่วเหนือคนละครึ่ง” ที่ ททท.จะสนับสนุน 400 บาทสำหรับ 1 หมื่นสิทธิ และกำลังอยู่ระหว่างการประเมินเพื่อพิจารณาเพิ่มวงเงินงบประมาณและเพิ่มสิทธิ เพื่อให้ผู้ประกอบการในพื้นที่แฮปปี้

สำหรับวิธีการใช้สิทธิรับเงิน 400 บาท ทั้งผู้ประกอบการ โรงแรม ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งเป็นฝ่ายรับเงินกับประชาชนทั่วไปซึ่งเป็นฝ่ายจ่ายเงิน สามารถโหลดแอปของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยเพื่อใช้สิทธิในวัน เวลา ที่กำหนด คาดว่าจะเริ่มได้ 1 พฤศจิกายน 2567

รวมถึงวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก รายการ “วิ่งผ่าเมือง” หรือ Amazing Thailand Marathon Bangkok ครั้งที่ 7 ซึ่งล่าสุดได้รับการยืนยันแล้วว่า “เอเลียด คิปโชเก” นักวิ่งมาราธอนระดับโลกจะเข้ามาร่วมวิ่งด้วย และเพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาให้วันจันทร์ที่ 30 ธันวาคม 2567 เป็นวันหยุดต่อเนื่องด้วย รวมวันหยุดเทศกาลปีใหม่ 5 วัน

เน้นให้คนไทย “เที่ยวเมืองไทย”

“สรวงศ์” บอกด้วยว่า โครงการดังกล่าวข้างต้นนี้ส่วนใหญ่จะคิกออฟพร้อมกันในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้ โดยเป้าหมายคือ อยากให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวภายในประเทศมากขึ้น เพราะหลังโควิด หลายสายการบินทำการขายเครื่องบินออกและลดไฟลต์ทำให้ยังมีเที่ยวบินที่ค่อนข้างจำกัด

“ถ้าดูจากสถิติการจองโรงแรมหรือไฟลต์บินเข้าเมืองไทยตอนนี้ เราพบว่าอัตราการจองตั๋วโดยสารเข้ามาของนักท่องเที่ยวต่างชาติค่อนข้างเต็ม เช่นเดียวกับอัตราการจองโรงแรมก็ค่อนข้างดี ดังนั้นเราต้องหันมามุ่งเน้นให้คนไทยได้เที่ยวกันเองในประเทศให้มาก”

ไม่เพียงเท่านี้ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และ ททท.ยังอยู่ระหว่างการทำโครงการเพื่อเสนอของบประมาณกระทรวงการคลังสำหรับดำเนินการโปรเจ็กต์ใหญ่โดยศึกษาโมเดลของโครงการ “เราเที่ยวด้วยกัน” สำหรับกระตุ้นการเดินทางต่อเนื่องทั้งปี 2568

“ที่ผ่านมาเราใช้งบประมาณ 28,000 ล้านบาท เท่าที่เห็นตัวเลขที่ได้รับรายงานผลลัพธ์ที่ได้เกือบ 60,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการที่ดี แต่ก็ยังมีข้อพิพาท มีคดีความกันอยู่ ทั้งการสวมสิทธิ ทุจริตคอร์รัปชั่นเกิดขึ้น อันนี้เป็นสิ่งที่เราต้องเอาอดีตมาพัฒนา”

ส่วนชื่อโครงการที่จะเกิดขึ้นนี้จะเรียกอะไรก็ได้ ไม่ได้ซีเรียส แต่ให้โจทย์ว่าหากได้รับงบประมาณเท่าเดิม ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องดีกว่าครั้งที่แล้ว และต้องมีการดำเนินโครงการอย่างโปร่งใสในเรื่องของการใช้สิทธิ ไม่เกิดการทุจริต

รับรายได้ท่องเที่ยวปี’67 อาจหลุดเป้า

ต่อคำถามว่าประเมินรายได้รวมภาคการท่องเที่ยวของไทยปีนี้อย่างไร “สรวงศ์” บอกว่า เรื่องจำนวนนักท่องเที่ยวไม่น่าจะมีปัญหา ซึ่งจากการสอบถามสายการบินและโรงแรมพบว่าอัตราจองค่อนข้างแน่น เป้าหมายจำนวนนักท่องเที่ยวปีนี้ 35 ล้านคนนั้น มั่นใจว่าจะถึงแน่นอน

แต่ในด้านรายได้นั้นอาจจะไม่ถึงเป้าหมาย 3 ล้านล้านบาท เล็กน้อย เพราะด้วยองค์ประกอบหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการสู้รบกันก็ดี เงินบาทแข็ง เศรษฐกิจโลก ฯลฯ ล้วนส่งผลกระทบทำให้ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยวไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

ปี’68 ส่งเสริมทั้ง “ท่องเที่ยว-กีฬา”

สำหรับปี 2568 นั้น “สรวงศ์” บอกว่า รัฐบาลได้ประกาศให้เป็น Thailand Grand Tourism & Sport Year ซึ่งนอกจากด้านการท่องเที่ยวแล้ว รัฐบาลจะขับเคลื่อนในด้านกีฬาด้วย พร้อมแต่งตั้งให้ “เอเลียด คิปโชเก” นักวิ่งมาราธอนระดับโลก เป็นทูตของการท่องเที่ยวและกีฬาของไทยอย่างเป็นทางการ

และในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 จะมีงานใหญ่ “ฟูลไอรอนแมน” ที่ “สิงห์ปาร์ค” เชียงราย ซึ่งจะจัดเป็นครั้งแรกในประเทศไทย และมีการแข่งขัน MotoGP ที่เพิ่งผ่าน ซึ่งในปีหน้าประเทศไทยจะได้รับโอกาสให้เป็นสนามเปิดฤดูกาล

จากนั้นในช่วงกลางปีจะมีการแข่งขัน Women’s Volleyball World Championship ซึ่งเป็นอีเวนต์ระดับโลกเช่นกัน และปลายปีประเทศไทยก็จะประกาศตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์

ททท.ปรับแผนโฟกัสตลาดศักยภาพ

“สรวงศ์” ย้ำว่า โจทย์สำคัญในปีหน้าคือ เราต้องเร่งเรื่องเพิ่มการใช้จ่ายต่อคนต่อทริปของนักท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมาได้คุยกับสายการบินเพื่อให้ทำการเพิ่มเที่ยวบินเข้าเมืองน่าเที่ยวมากขึ้น หรือจะลองเอาชาร์เตอร์ไฟลต์มาลงก่อนก็ได้ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเดินทางในพื้นที่เมืองรอง เพื่อนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวใหม่

“เราต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าประเทศเรามีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะแต่ระบบการคมนาคมขนส่งยังไม่เอื้อให้กับนักท่องเที่ยวเดินทาง ฉะนั้นการที่นักท่องเที่ยวมีไฟลต์บินตรงเข้าเมืองรองจะสามารถกระตุ้นท่องเที่ยวในเมืองรองได้เยอะขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจกระจายตัว

รวมทั้งโฟกัสในตลาดที่เป็นนักท่องเที่ยวคุณภาพมากขึ้น เช่น อินเดีย ซึ่งล่าสุดได้รับคำยืนยันจากกระทรวงการต่างประเทศแล้วว่าจะต่อมาตรการวีซ่าให้กับนักท่องเที่ยวอินเดียเรียบร้อยแล้ว”

อย่างไรก็ตาม หากสามารถบาลานซ์ให้การเติบโตของจำนวนนักท่องเที่ยวเดินหน้าควบคู่กับการเติบโตของรายได้ได้ ก็จะเป็นเรื่องที่ดีมาก โดยประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ กระทรวงได้คุยกับทาง ททท. เพื่อปรับแผนไปเรียบร้อยแล้ว

คลังเตรียมออก “ซอฟต์โลน” อุ้มซัพพลายไซด์

นอกจากแผนการกระตุ้นในฟากของดีมานด์แล้ว ในด้านของซัพพลายไซด์นั้นปัจจุบันกระทรวงที่เกี่ยวข้องมีความพยายามที่จะช่วยดูแลเช่นกัน เช่น กระทรวงการคลังอยู่ระหว่างเตรียมออกมาตรการซอฟต์โลนมาให้กับผู้ประกอบการ

“สรวงศ์” บอกว่า จากการรับฟังความคิดเห็น ผู้ประกอบการยังเข้าใจว่าเป็นซอฟต์โลนที่ออกมาคล้ายกับช่วงที่เกิดการระบาดของไวรัสโควิด-19 จึงได้เรียนเสนอในที่ประชุม ครม.ไปแล้วว่า สิ่งที่ผู้ประกอบการอยากได้ คือ การลดข้อกำหนดในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน

ที่สำคัญ คือ อัตราดอกเบี้ยต้องต่ำ และให้ผ่อนชำระระยะยาว เพื่อจะลดรายจ่ายให้ผู้ประกอบการ

“คิดว่ามาตรการนี้จะเข้าพิจารณาในที่ประชุม ครม.เร็ว ๆ นี้ และมีผลทันทีเมื่อ ครม.ผ่าน ซึ่งก็คงจะเร็ว ๆ นี้เช่นกัน”

นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างการพุดคุยกับกระทรวงมหาดไทย เพื่อขอส่วนท้องถิ่นยกเว้นการจัดเก็บภาษีท้องถิ่นเป็นการชั่วคราว รวมถึงการขยายวันชำระคืน

แก้ กม.โรงแรมดึงรายเล็กเข้าระบบ

นอกจากนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการโรงแรมมองว่าประเด็นใหญ่ที่สุด คือ กฎหมาย โดยปัจจุบันกฎหมายผู้ประกอบการโรงแรมล้าหลังเกินไป และมีข้อจำกัดเยอะ ผู้ประกอบการรายเล็กไม่สามารถเข้าสู่ระบบได้ เมื่อมีสิทธิประโยชน์พิเศษต่าง ๆ หรือแม้กระทั่งจะใช้สิทธิด้านซอฟต์โลนก็ไม่สามารถเข้าถึงได้

“ประเด็นปัญหาเหล่านี้เราได้คุยกันมาตลอด ตัวผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย เพราะมีโรงแรมขนาดเล็ก ซึ่งบอกได้เลยว่าผู้ประกอบการเหล่านี้เขาไม่ได้อยากอยู่นอกระบบ ซึ่งตอนนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องกำลังร่างระเบียบใหม่ว่าจะแก้ข้อกำหนดตรงไหนบ้าง”

ทั้งนี้ ตั้งเป้าว่าจะเริ่มขับเคลื่อนมาตรการดังกล่าวได้ไม่เกินไตรมาส 2 ปี 2568 โดยสาระหลักคือจะให้ความสำคัญในเรื่องของความปลอดภัยและความสะอาดเป็นหลัก

หนุนเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมพล็กซ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวฯยังเน้นย้ำอีกว่า ประเด็นในการส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวของไทย ที่นายกรัฐมนตรี (แพทองธาร ชินวัตร) เน้นย้ำตั้งแต่วันแรกคือ เรื่องของ Man-made Attraction ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญมาก

โดยเฉพาะเรื่องของเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ที่ไม่ได้เป็นการเอื้อผู้ประกอบการรายใหญ่ และไม่ได้เป็นการเอื้อใครทั้งสิ้น แต่เป็นผลประโยชน์ของประเทศล้วน ๆ

“เวลาเราพูดถึงเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ ถ้าเราไปมุ่งแต่คำว่า กาสิโน หรือว่าบ่อน ผมมองว่าไม่หวังดี ผมอยากให้ทุกคนมองสิ่งรอบข้างมากกว่า เช่น สวนสนุก สวนสัตว์ สนามกีฬา ฯลฯ ซึ่งผมเรียนว่ามีหลายคนที่ศิลปินระดับโลกอยากมาทำคอนเสิร์ตที่เมืองไทย แต่ติดปัญหาเรื่องสถานที่ไม่เอื้อ”

และบอกด้วยว่า การศึกษาเรื่องเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์นั้นระบุไว้ชัดเจนว่า ไม่ว่าจะลงทุนอะไรก็แล้วแต่ “กาสิโน” ต้องไม่เกิน 10% ส่วนอื่น ๆ ที่ตามมาคือ สนามกีฬา คอนเวนชั่นเซ็นเตอร์ ห้างสรรพสินค้า สวนสนุก ฯลฯ

จึงขอย้ำว่า อยากให้ทุกคนมองในภาพรวม และแยกเรื่องการแก้ปัญหาแหล่งการพนันผิดกฎหมาย และเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ออกจากกันอย่างชัดเจน เพราะทุกการศึกษาที่ออกมาชี้ชัดว่า “เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” เป็นผลดีต่ออุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศ