Skip to content

เมเจอร์ฯผุดโรง “Dolby Vision + Atmos” เอสพลานาด รัชดา รับกระแส “AVATAR 3”

26 พ.ย. 2568 | 17:06น.
เมเจอร์ฯผุดโรง “Dolby Vision + Atmos” เอสพลานาด รัชดา รับกระแส “AVATAR 3”

เมเจอร์ฯเดินหน้าลงทุนนวัตกรรมฉายหนังขั้นสูงสุด เปิดตัวโรงภาพยนตร์ “Dolby Vision + Atmos” แห่งใหม่ ณ เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา ชูจุดเด่นเทคโนโลยีรางวัลออสการ์ มอบประสบการณ์ภาพและเสียงสมจริงที่สุด เตรียมเปิดให้บริการ 17 ธันวาคมนี้ รับโปรแกรมยักษ์ส่งท้ายปี “AVATAR FIRE & ASH”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินหน้าแผนธุรกิจเชิงรุกมุ่งเน้นการสร้างความแตกต่าง และยกระดับมาตรฐานโรงภาพยนตร์ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้นำเสนอนวัตกรรมการฉายภาพยนตร์ระดับโลก เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการคุณภาพการรับชมขั้นสูง

โดยเตรียมเปิดให้บริการโรงภาพยนตร์ระบบ “Dolby Vision + Atmos” ซึ่งถูกวางตำแหน่งให้เป็น Flagship Premium Cinema Experience แห่งใหม่ ที่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีทั้งภาพและเสียงไว้ด้วยกัน นับเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับประสบการณ์ชมภาพยนตร์ในไทยให้เทียบเท่ามาตรฐานโลก

สำหรับเทคโนโลยี Dolby Vision และ Dolby Atmos ถือเป็นนวัตกรรมที่ได้รับรางวัล Academy Award โดยจุดเด่นสำคัญของระบบภาพ Dolby Vision คือการใช้ระบบเครื่องฉายเลเซอร์คุณภาพสูงที่เหนือกว่าโรงภาพยนตร์ระบบปกติอย่างชัดเจน สามารถให้ค่าความสว่างมากกว่าโรงทั่วไปถึง 2 เท่า และให้ค่าความดำมืดสนิทได้ลึกกว่าถึง 230 เท่า ส่งผลให้ภาพมีมิติและสีสันเจิดจรัสยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ ยังมีค่าคอนทราสต์สูงถึง 1,000,000 : 1 ซึ่งถือเป็นการแสดงผลภาพ HDR ที่สูงที่สุดสำหรับโรงภาพยนตร์ในปัจจุบัน ให้ความละเอียดคมชัดกว่าโรงทั่วไปถึง 500 เท่า พร้อมขอบเขตสีที่กว้างขึ้น 22% และเทคโนโลยี 3x Color Volume ที่แสดงสีสันได้แม่นยำในทุกสภาพแสง อีกทั้งยังรองรับการฉายภาพเคลื่อนไหวแบบ High Frame Rate (HFR) สูงสุด 120 fps สำหรับความละเอียด 2K และ 48 fps สำหรับ 4K ทำให้ภาพมีความต่อเนื่อง นุ่มนวล และสมจริง

ในส่วนของระบบเสียง Dolby Atmos ได้รับการออกแบบให้สร้างมิติเสียงรอบทิศทาง (Immersive Sound) ด้วยการเพิ่มลำโพงด้านบนศีรษะ ทำให้เสียงสามารถเคลื่อนที่ภายในโรงภาพยนตร์ได้อย่างอิสระและสมจริง โดยรองรับการกำหนดตำแหน่งเสียงได้สูงสุดถึง 128 จุด ผ่านช่องเสียงที่มีความแม่นยำสูงสุด 64 ช่อง

ซึ่งแตกต่างจากโรงภาพยนตร์ทั่วไปที่มีเพียง 8 ช่อง ทั้งนี้ สำหรับโรงภาพยนตร์ Dolby Vision + Atmos ที่เอสพลานาด รัชดา จะใช้การติดตั้งระบบเสียง 7.1 พร้อมลำโพงจำนวน 32 ช่องเสียง เพื่อสร้างอรรถรสในการรับชมที่สมบูรณ์แบบที่สุด

ทั้งนี้ จากความเคลื่อนไหวดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางการดำเนินธุรกิจของเมเจอร์ฯ ที่มุ่งเน้นกลยุทธ์ Experience Driven Marketing หรือการทำการตลาดด้วยการมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่า เพื่อดึงดูดลูกค้าให้กลับเข้ามาชมภาพยนตร์ในโรงหนังมากขึ้น โดยโรงภาพยนตร์ Dolby Vision + Atmos มีกำหนดเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 17 ธันวาคม 2568 ณ โรงภาพยนตร์ที่ 4 เอสพลานาด ซีนีเพล็กซ์ รัชดา

พร้อมประเดิมด้วยภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ที่ทั่วโลกรอคอยอย่าง “AVATAR FIRE & ASH” ซึ่งจะเข้าฉายในระบบ Dolby Vision + Atmos แบบ High Frame Rate 3D เพื่อแสดงศักยภาพของเทคโนโลยีใหม่อย่างเต็มรูปแบบ โดยเมเจอร์ฯจะเริ่มเปิดจำหน่ายบัตรชมภาพยนตร์ล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคมเป็นต้นไป ผ่านทางแอปพลิเคชั่น Major Cineplex

เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์