“ฟูจิฟิล์ม” งัดยุทธศาสตร์ “เป็นกล้องตัวที่ 2” ส่งคอมแพ็คพรีเมี่ยม-กล้องฟิล์มเจาะผู้ใช้กล้องแบบไม่จำกัดค่าย ย้ำจุดเด่นพกสะดวก-สร้างสรรค์ พร้อมปักธง FUJIFILM House of Photography แห่งแรกในอาเซียน ที่สยามสแควร์วัน ชูโพซิชั่น Experience Center ครบวงจรทั้งโชว์รูมสินค้า-คาเฟ่-สตูดิโอถ่ายภาพ-พื้นที่จัดอีเวนต์-บริการเช็กกล้อง แย้มเตรียมเดินสายคอลแลบส์ปั้นสินค้าลิมิเต็ดเพิ่ม มั่นใจสิ้นปีงบฯเติบโตดับเบิลดิจิตสูงสุดในรอบทศวรรษ
นายภาสิณ จันทรสุนทรกุล Senior Head of Business Unit-Imaging Solutions and Industrial บริษัท ฟูจิฟิล์ม (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ตลาดกล้องดิจิทัลปี 2569 ที่จะถึงนี้ มีแนวโน้มกลับมาเติบโต ด้วยแรงหนุนจากกระแสนิยมกล้องเปลี่ยนเลนส์ไม่ได้หรือคอมแพ็คระดับพรีเมี่ยมราคา 30,000-60,000 บาท, กล้องใช้แล้วทิ้ง และกล้องแบบ Instant ที่ถ่ายแล้วได้ภาพทันที รวมถึงกล้องแอ็กชั่นคาเมร่า เช่น DJI หรือ Insta360
เนื่องจากกล้องกลุ่มนี้ได้รับความนิยมสูงจากผู้บริโภคกลุ่ม GEN Z ทั้งวัยรุ่นและวัยทำงาน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สนใจประสบการณ์ถ่ายภาพที่แตกต่างจากสมาร์ทโฟน และตอบโจทย์กลุ่ม Content Creator ที่เน้นถ่ายวิดีโอมากกว่าภาพนิ่ง
แม้แต่กลุ่มผู้รักการถ่ายภาพหรือช่างภาพมืออาชีพ ยังมีแนวโน้มซื้อกล้องตัวที่ 2 หรือ 3 เป็นกล้องคอมแพ็คระดับพรีเมี่ยม หรือกล้อง Instant เพราะความสะดวกในการพกพาและการสร้างสรรค์ผลงาน หรือแม้แต่เสริมภาพลักษณ์
ไปในทิศทางเดียวกับตลาดกล้องปี 2568 ซึ่งเซ็กเมนต์กล้องคอมแพ็คเติบโตทั้งระดับพรีเมี่ยม และระดับเริ่มต้น สวนทางกับกล้องเปลี่ยนเลนส์ได้ที่ได้รับผลกระทบจากสภาพเศรษฐกิจ ทำให้ผู้บริโภคชะลอทั้งการซื้อกล้องและเลนส์ลง
“ความร้อนแรงของกระแสนิยมกล้องคอมแพ็คระดับพรีเมี่ยมนั้น เห็นได้ชัดเจนจากทั้งความสำเร็จของกล้องฟูจิฟิล์มรุ่น X100VI ราคา 59,990 บาท ซึ่งทำสถิติเป็นกล้องที่ขายดีที่สุดของบริษัทในปี’68 นี้ จนสินค้าขาดตลาดต่อเนื่อง เช่นเดียวกับคอมแพ็คจากยี่ห้ออื่น ๆ ซึ่งต่างได้รับความนิยมสูง”
ไม่ต้องเป็นกล้องหลักก็โตได้
นายภาสิณกล่าวต่อไปว่า เพื่อขยายและต่อยอดโมเมนตัมนี้มาสร้างการเติบโต ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 บริษัทจะมุ่งสานสัมพันธ์และสร้างเอ็นเกจเมนต์กับผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z อายุ 25 ปี ไปจนถึงอายุ 35 ปี ให้เข้มข้นยิ่งขึ้น เนื่องจากเป็นกลุ่มที่สนใจการถ่ายภาพในรูปแบบที่แตกต่างจากมือถือหรือกล้องดิจิทัลทั่วไป รวมถึงที่ผ่านมาฟูจิฟิล์มยังมีฐานลูกค้ากลุ่มนี้ไม่มากนัก
โดยอาศัยจุดเด่นที่ฟูจิฟิล์มมีโซลูชั่นเกี่ยวกับภาพแบบครบวงจรและไลน์อัพกล้องหลากหลาย ตั้งแต่ฟิล์มถ่ายภาพ, กล้องฟิล์มแบบใช้แล้วทิ้ง Fuji Quick Snap, กล้อง Instant ที่ถ่ายแล้วได้ภาพทันที, กล้องดิจิทัลคอมแพ็คพรีเมี่ยมทั้ง X100 และ X100RF, กล้องดิจิทัล APS-C เปลี่ยนเลนส์ได้ และกล้องดิจิทัล Medium Format รวมถึงเลนส์และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ และเครื่องพิมพ์ภาพ ช่วยให้ตอบโจทย์เฉพาะตัวของผู้บริโภคแต่ละกลุ่มได้อย่างทั่วถึง ไม่ว่าจะเป็นผู้เริ่มสนใจการถ่ายภาพ หรือช่างภาพมืออาชีพ
ที่สำคัญยังช่วยให้สามารถใช้กลยุทธ์ที่เลี่ยงการแข่งขันโดยตรงได้อีกด้วย ตัวอย่างเช่น การนำเสนอกล้อง instax หรือคอมแพ็คพรีเมี่ยมในฐานะตัวเลือกที่จะช่วยเสริมศักยภาพการสร้างสรรค์ให้กับช่างภาพมืออาชีพ ควบคู่กับกล้องตัวหลักที่ใช้อยู่ หรือกล้อง Instant และเครื่องพิมพ์ภาพแบบพกพาที่สามารถพิมพ์ภาพจากสมาร์ทโฟนได้ ซึ่งช่วยเชื่อมโยงแบรนด์กับผู้ใช้สมาร์ทโฟน
“เราไม่ได้พยายามเป็นกล้องตัวหลักเพียงตัวเดียวของลูกค้า แต่ยินดีที่จะเป็นกล้องสำรองหรือกล้องไลฟ์สไตล์ที่ลูกค้าพกติดตัวไว้เพื่อความเท่ หรือใช้ถ่ายในโอกาสต่าง ๆ เช่น การพก X100VI หรือ instax ควบคู่ไปกับกล้องแบรนด์อื่นหรือสมาร์ทโฟน ซึ่งจะช่วยให้เราเข้าถึงผู้ใช้กล้องได้ทุกค่าย และแก้โจทย์การชะลอซื้อเลนส์เพิ่มไปพร้อมกัน”
ปักธง House of Photography
นายภาสิณเสริมว่า จุดสำคัญของยุทธศาสตร์นี้คือการสร้างประสบการณ์ทั้งในด้านการรับรู้ถึงไลน์สินค้าและบริการที่บริษัทมี และประสบการณ์ความสนุกของการถ่ายภาพ ให้ผู้บริโภครับรู้ ซึ่งจะนำไปสู่ความต้องการสินค้า-บริการ
ด้วยเหตุนี้ บริษัทจึงตัดสินใจเปิดตัว FUJIFILM House of Photography ซึ่งเป็น Experience Center ที่ศูนย์การค้าสยามสแควร์วัน บริเวณชั้น 1 และ LG รวมพื้นที่กว่า 458 ตารางเมตร โดยเป็นสาขาแรกในไทยและสาขาที่ 9 ในโลก รวบรวมประสบการณ์การถ่ายภาพแบบครบวงจรไว้ในที่เดียว ทั้งพื้นที่ทดลองกล้องและเลนส์ฟูจิฟิล์มครบทุกรุ่น ทั้งกล้องดิจิทัลและฟิล์ม, พื้นที่เวิร์กช็อป อเนกประสงค์สำหรับจัดคลาสถ่ายรูป เวิร์กช็อปงานสร้างสรรค์ และกิจกรรมอื่น ๆ และยังมีสตูดิโอถ่ายภาพที่มาพร้อมอุปกรณ์ไฟและฉากหลังครบครัน ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาสตูดิโอใจกลางเมือง
นอกจากนี้ยังมีโซนแกลเลอรี่ สำหรับจัดแสดงนิทรรศการแบบหมุนเวียน และ GFX เลานจ์ ที่เป็นพื้นที่สำหรับผู้ที่สนใจกล้องและเลนส์ GFX พร้อมด้วยโซนบริการตรวจเช็กกล้องโดยผู้เชี่ยวชาญจากฟูจิฟิล์ม
พร้อมโหมกิจกรรมแชร์-ช็อป-โพสต์ เพื่อสร้างการรับรู้และดึงดูดผู้บริโภคให้มาเยือน เริ่มด้วยกิจกรรม “แชร์” โดยรีวิว House of Photography ใน Google Maps รับกระเป๋า FUJIFILM House of Photography Tote Bag จำกัด 50 สิทธิ/วัน ต่อด้วยกิจกรรม “ช็อป” เมื่อซื้อสินค้าในร้าน เข็มกลัด FUJIFILM Simulation จำนวน 1 ชิ้น จำกัด 50 สิทธิ/วัน ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 68-11 ม.ค. 69
และกิจกรรม “โพสต์” เมื่อถ่ายภาพมุมใดก็ได้ที่ House of Photography และโพสต์ลงโซเชียลแบบสาธารณะ พร้อมติด #HOPBangkok #HOPCreativePhotoContest และแคปหน้าจอส่งไปที่ Line OA : @fujifilmhopbangkok ลุ้นรับรางวัล อาทิ FUJIFILM X half, instax mini Evo และ House of Photography Voucher มูลค่า 5,000 บาท รวมถึงโอกาสในการได้แสดงภาพที่โซนนิทรรศการอีกด้วย ร่วมส่งรูปได้ตั้งแต่วันที่ 25 ธ.ค. 68-25 ม.ค. 69
“ฟูจิฟิล์มกำลังเปลี่ยนตัวเองจากผู้ขายอุปกรณ์ถ่ายภาพ ไปเป็นผู้ส่งมอบสุนทรียภาพและพื้นที่ทางศิลปะ โดยเน้นความพรีเมี่ยม ความรู้สึก และการสร้างสายสัมพันธ์ในกลุ่มคนรักภาพถ่ายทุกระดับ”
เชื่อโตสุดในรอบ 10 ปี
นอกจากนี้ ในส่วนของสินค้าเตรียมเดินสายจับมือคอลแลบส์กับพันธมิตรจากวงการต่าง ๆ เพื่อผลิตสินค้ารุ่นพิเศษ-ลิมิเต็ดเอดิชั่น หลังเครื่องพิมพ์พกพารุ่น instax mini link 3 ซึ่งเป็นผลงานคอลแลบส์กับบริษัท นินเทนโด ยักษ์วงการเกมของญี่ปุ่น ได้รับผลตอบรับดีมากจากทั้งผู้สนใจการถ่ายภาพและผู้ที่มีเครื่องเกมนินเทนโดสวิทต์ ช่วยให้แบรนด์สามารถเข้าถึงฐานผู้บริโภคนอกจากวงการถ่ายภาพ จึงเตรียมต่อยอดกลยุทธ์นี้มาใช้กับสินค้าอื่น ๆ ด้วย
ด้วยยุทธศาสตร์เหล่านี้ เชื่อว่าในปีงบฯ’68 (เม.ย. 68-มี.ค. 69) ซึ่งยังเหลือระยะเวลาอีก 3 เดือน จะเป็นปีที่ดีของฟูจิฟิล์ม โดยสามารถเติบโตระดับดับเบิลดิจิตตามเป้าหมายที่วางไว้ และจะเป็นการเติบโตสูงสุดในรอบกว่า 10 ปี