Skip to content

CMO ชี้อีเวนต์ปี’69 นิ่ง จับตาเลือกตั้ง-เร่งทรานส์ฟอร์มด้วย AI

04 ม.ค. 2569 | 09:18น.
CMO ชี้อีเวนต์ปี’69 นิ่ง จับตาเลือกตั้ง-เร่งทรานส์ฟอร์มด้วย AI

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังตกอยู่ในอาการ “ทรงตัว” และเต็มไปด้วยปัจจัยความไม่แน่นอนรอบด้าน ทั้งจากปัญหาภูมิรัฐศาสตร์ งบประมาณภาครัฐที่ชะลอตัวในช่วงเปลี่ยนผ่านทางการเมือง และกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ยังต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ภาคธุรกิจอีเวนต์ซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ กำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่

“มงคล ศีลธรรมพิทักษ์” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO ผู้เล่นแถวหน้าในอุตสาหกรรมบริหารจัดการงานอีเวนต์ นิทรรศการ และความบันเทิงระดับภูมิภาค ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงภาพรวมอุตสาหกรรมอีเวนต์ในปีหน้า พร้อมเจาะลึกทิศทางการดำเนินงานจากนี้ไป

ทรงตัวภายใต้ความหวังใหม่

“มงคล” เริ่มต้นฉายภาพให้เห็นว่า ทิศทางเศรษฐกิจในปี 2569 ยังไม่มีสัญญาณบวกที่ชัดเจน เนื่องจากต้องรอความชัดเจนในหลายประเด็น โดยเฉพาะเรื่องการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในช่วงต้นปี ซึ่งจะส่งผลให้การเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐในการสนับสนุนเศรษฐกิจชะลอตัวลงไปจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่อย่างเป็นรูปธรรมในช่วงกลางปี

ขณะที่ภาคเอกชนเองก็ยังอยู่ในภาวะ Wait and See หรือรอดูท่าทีความชัดเจนของนโยบายรัฐบาลใหม่ก่อนจะตัดสินใจใช้จ่ายงบประมาณการตลาด

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอีเวนต์ในประเทศไทยยังมีแต้มต่อจากความเป็นประเทศแห่งเฟสทีฟที่มีกิจกรรมต่อเนื่องตลอดปี ตั้งแต่ตรุษจีน วาเลนไทน์ ไปจนถึงสงกรานต์ ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนหลัก เพียงแต่เม็ดเงินที่แบรนด์ต่าง ๆ จะใช้นั้นอาจไม่ได้เพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า แต่อาจจะทรงตัวหรือลดลงในบางส่วนตามงบประมาณที่วางไว้ล่วงหน้า

เจาะขุมกำลัง CMO

ซึ่งแม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะดูทรง ๆ แต่ในส่วนของบริษัทยังคงรักษาสถานะทางการเงินและผลประกอบการได้อย่างน่าพอใจ โดยในช่วง 3 ไตรมาสในปี 2568 ที่ผ่านมา ผลประกอบการทั้งในแง่ยอดขายและกำไรยังคงเป็นไปตามเป้าหมาย จากฐานลูกค้าประจำที่แข็งแกร่งและการขยายฐานลูกค้าใหม่ ๆ

โดยหัวใจสำคัญที่ทำให้บริษัทยังครองความเป็นผู้นำในตลาดคือ Ecosystem ของการจัดอีเวนต์ที่ครบวงจร โดยปัจจุบันบริษัทมีทีมงานระดับมืออาชีพกว่า 10 ทีมที่แบ่งความเชี่ยวชาญตามประเภทธุรกิจ

ไม่ว่าจะเป็นงานสร้างสรรค์ศูนย์การเรียนรู้และพิพิธภัณฑ์ที่กำลังเติบโต, งานเช่าอุปกรณ์แสง เสียง และมีเดียภายใต้ PM Center, งานโครงสร้างและระบบวิศวกรรมจาก ExpoTech รวมถึงงานซอฟต์แวร์มัลติมีเดียและ Immersive จาก Spirit X

“ซึ่งต่อปีเราบริหารงานกว่า 400 งาน ทำให้ความเสี่ยงถูกกระจายผ่านความหลากหลายของโปรเจ็กต์ ตั้งแต่อีเวนต์ระดับเล็กไปจนถึง Mega Event อย่างปีหน้าเราก็มีงานระดับโลกอย่างการประชุมธนาคารโลกในช่วงปลายปี ซึ่งจะเป็นไฮไลต์สำคัญที่ช่วยกระตุ้นภาพรวมธุรกิจให้เติบโต”

มุ่งลงทุน “คน-AI”

อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกถามถึงกลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 ที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย “มงคล” เน้นย้ำว่า บริษัทจะให้ความสำคัญกับคนเป็นอันดับแรก โดยเฉพาะการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ผ่านโครงการ “Grow Together” เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีความหลากหลายทางเจเนอเรชั่น ตั้งแต่ Gen X ถึง Gen Z ซึ่งความเข้าใจในพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ถือเป็นสินทรัพย์ที่มีค่าที่สุดในธุรกิจสร้างสรรค์

รวมถึงบริษัทยังเตรียมยกระดับการทำงานด้วยการนำเทคโนโลยี AI เข้ามาปรับใช้ในทุกกระบวนการ ตั้งแต่การนำเสนอไอเดียในขั้นต้น เพื่อให้ลูกค้าเห็นภาพงานที่ชัดเจนและสมจริง ไปจนถึงการเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิต เพื่อลดระยะเวลาและต้นทุน แต่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพงานในระดับสูง

“ซึ่งในปี 2569 เราจะมุ่งเน้นไปที่งานบริหารจัดการ (Organize) ประมาณ 60% ส่วนที่เหลือเป็นธุรกิจอุปกรณ์เช่า งานระบบ Infrastructure และงานมัลติมีเดีย Immersive ต่าง ๆ ซึ่งในจำนวนนี้แบ่งเป็นงานภาคเอกชนถึง 80% และภาครัฐ 20%”

ขณะเดียวกันบริษัทก็จะยังคงยึดแนวทาง Ecosystem ที่ครบวงจร ตั้งแต่การวางแผน การผลิต จนถึงเทคโนโลยีขั้นสูง ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่เหนือกว่าคู่แข่งในตลาดที่มักจะเป็นรายย่อยแบบเกิดง่ายตายเร็ว โดยปัจจุบันมูลค่าตลาดอีเวนต์อยู่ที่ประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท (ไม่รวมคอนเสิร์ต) ซึ่งเติบโตขึ้นจากช่วง 3-5 ปีก่อนที่อยู่ระดับ 1.5 หมื่นล้านบาท

รุกน่านน้ำใหม่-ปักธงตะวันออกกลาง

นอกจากตลาดในประเทศแล้ว บริษัทก็กำลังมองหาโอกาสในน่านน้ำใหม่ ๆ หรือตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยมุ่งเป้าไปที่ภูมิภาคตะวันออกกลาง เนื่องจากเป็นตลาดที่มีกำลังซื้อสูง และมี Economy of Scale ที่ใหญ่กว่าไทยมาก

ซึ่งปัจจุบันแม้ว่าสัดส่วนรายได้ต่างประเทศจะยังไม่ถึง 10% แต่เบื้องต้นกำลังอยู่ระหว่างการเจรจาขยายธุรกิจในมิติที่มากกว่าแค่งานอีเวนต์ เนื่องจากเล็งเห็นว่าบุคลากรไทยมี Know-How และทักษะการบริหารจัดการที่เหนือกว่าในหลายด้าน และมีศักยภาพที่จะเข้าไปชิงส่วนแบ่งในตลาดที่มี Economy of Scale ขนาดใหญ่กว่าไทยหลายเท่า

ขณะเดียวกัน เทรนด์เรื่องความยั่งยืนหรือ ESG กลายเป็นโจทย์หลักที่ลูกค้าองค์กรระดับผู้นำเริ่มให้ความสำคัญ ดังนั้น บริษัทจึงต้องปรับตัวสู่การจัดงานแบบ Green Event ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการวัดผล ROI ที่ต้องชัดเจนและจับต้องได้มากขึ้น เพราะในยุคที่การแข่งขันสูง Creativity และ Production ที่ดีคือพื้นฐาน แต่ความคุ้มค่าของเม็ดเงินหรือ ROI ที่ลูกค้าจะได้รับกลับมาคือโจทย์ใหญ่ที่ต้องตอบให้ได้

“ยุคของการติดโลโก้ เพื่อแลกกับงบฯสนับสนุนกำลังจะหมดไป เพราะปัจจุบันลูกค้าต้องการกิจกรรมที่สร้างความสัมพันธ์ต่อเนื่องกับผู้บริโภค และสร้าง Loyalty มากกว่าแค่การติดโลโก้สนับสนุนเหมือนในอดีต”

เสียงสะท้อนถึงรัฐบาล

ในช่วงท้ายของการพูดคุย “มงคล” ได้กล่าวถึงความคาดหวังต่อรัฐบาลชุดใหม่ว่า อยากเห็นนโยบายที่สนับสนุนอุตสาหกรรมในเชิงรูปธรรม เหมือนเช่นนโยบาย Soft Power ที่เคยกระตุ้นให้เกิดการตื่นตัวในภาคส่วนต่าง ๆ รวมถึงอยากเห็นการส่งเสริมงาน Mega Event หรือโครงการระดับชาติอย่าง BOI Fair ที่จะช่วยกระจายเม็ดเงินลงสู่ระบบได้อย่างรวดเร็ว

“เราต้องการทีมเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพและนโยบายที่ชัดเจน จับต้องได้ และรวดเร็ว เพราะธุรกิจอีเวนต์มีความอ่อนไหวต่อสถานการณ์บ้านเมืองและอารมณ์ของผู้บริโภคสูง หากรัฐบาลสามารถฟอร์มทีมได้เร็ว และมีการอัดฉีดเม็ดเงินเข้าระบบ ภาคเอกชนก็พร้อมที่จะขยับตัวและลงทุนตาม ซึ่งจะส่งผลบวกต่อ GDP ของประเทศในที่สุด”

โดยในปีหน้าซึ่งเป็นปีที่บริษัทจะครบรอบ 40 ปี ก็มองว่าจะเป็นปีแห่งการ Transformation ที่ต้องพร้อมรับมือกับทุกความเปลี่ยนแปลง แม้ปัจจัยลบจะยังมีอยู่ แต่ด้วยความเชื่อมั่นในศักยภาพของบุคลากรและเทคโนโลยีที่ถูกเติมเข้ามา ก็เชื่อว่าจะสามารถข้ามผ่านวิกฤตและเติบโตได้อย่างยั่งยืนในฐานะฟันเฟืองสำคัญที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของประเทศไทยต่อไป

รักษาฐานลูกค้าหนุนกำไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลประกอบการของบริษัทซีเอ็มโอ จำกัด (มหาชน) หรือ CMO งวด 3 เดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2568 มีรายได้จากการให้บริการ 235 ล้านบาท ลดลง 24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 22% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ด้วยผลกระทบจากหลายปัจจัย อาทิ สภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวจากไตรมาสก่อนอย่างต่อเนื่อง, การเบิกจ่ายงบฯภาครัฐล่าช้าในโครงการของภาครัฐ, การลงทุนของภาคเอกสารลดลง ส่งผลให้การจัดงานประเภทงานประชาสัมพันธ์ รวมถึงการจ้างงานในภาคกิจกรรมศิลปะ-งานบันเทิง-งานนันทนาการ ลดลงตั้งแต่ต้นไตรมาส 3 ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักงานเศรษฐกิจแห่งชาติ และธนาคารแห่งประเทศไทย

อย่างไรก็ตาม สำหรับงวด 9 เดือน CMO มีรายได้จากการบริการ 971.11 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48.52 ล้านบาท หรือ 5% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน จากการรักษามาตรฐานการให้บริการและฐานลูกค้าหลัก ควบคู่กับการขยายไปสู่โครงการที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง ซึ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งของพอร์ตงาน แม้อยู่ในสภาวะเศรษฐกิจที่ไม่แน่นอน ทั้งนี้ การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้มีกำไรขั้นต้น 276.17 ล้านบาท เพิ่มขึ้น102.52 ล้านบาท หรือ 59% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 27% จาก 20% ในปีก่อน

แท็กที่เกี่ยวข้อง

CMO ธุรกิจอีเวนต์