“ท็อปส์” เชื่อค้าปลีกปี 2569 ฟื้นแรงรับปี “ม้าไฟ” ประเมินตรุษจีนคึกคัก คาดเม็ดเงินสะพัดเพิ่ม 5-10% จากฐาน 5.1 หมื่นล้าน งัด 3 กลยุทธ์ผสาน AI และ Big Data เจาะลึกอินไซต์นักช็อป Gen X-Y ที่ “คุณภาพนำราคา” พร้อมชูจุดขายครบจบในที่เดียว มั่นใจดันยอดขายช่วงเทศกาลปีนี้โต 20%
นายจักรกฤษณ์ จตุปัญญาโชติกุล รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด, ประชาสัมพันธ์ และกิจกรรมเพื่อสังคม บริษัท เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล จำกัด ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เปิดเผยถึงภาพรวมและทิศทางธุรกิจค้าปลีกในปี 2569 ว่า ปีนี้ซึ่งตรงกับปีนักษัตร “ม้าไฟ” มีสัญญาณบวกที่จะเป็น “Perfect Year” หรือสำหรับภาคธุรกิจ โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกที่มีแนวโน้มการฟื้นตัวอย่างโดดเด่น สอดคล้องกับการคาดการณ์ของศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC) ที่ประเมินว่าภาคค้าปลีกปี 2569 จะโต 3.7% เมื่อเทียบกับปี 2568
“แม้ว่าประชาชนจะยังระมัดระวังการใช้จ่าย แต่สินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตยังคงเป็นที่ต้องการ ประกอบกับแรงหนุนจากการเติบโตของ e-Commerce ทำให้ภาพรวมตลาดรีเทลยังคงขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างต่อเนื่อง”
คาดเงินสะพัดเพิ่ม 5-10%
นายจักรกฤษณ์กล่าวต่อว่า ในช่วงเทศกาลสำคัญอย่าง “ตรุษจีน” ปี 2569 นี้ บรรยากาศการจับจ่ายมีแนวโน้มคึกคักกว่าปีที่ผ่านมา โดยอาจมีเม็ดเงินสะพัดเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10% จากฐานเดิมในปี 2568 ที่มีมูลค่าประมาณ 51,000 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญมาจากวัฒนธรรมของคนไทยเชื้อสายจีนที่ยังคงให้ความสำคัญกับธรรมเนียมปฏิบัติและการไหว้เจ้าอย่างเคร่งครัด
เจาะอินไซต์นักช็อปช่วงตรุษจีน
โดยจากการวิเคราะห์ฐานข้อมูลลูกค้าและการสำรวจพฤติกรรมผู้บริโภคของท็อปส์ พบเทรนด์ที่น่าสนใจในช่วงเทศกาลตรุษจีน คือกลุ่มลูกค้าหลักที่มีกำลังซื้อสูงสุดอย่างกลุ่ม Gen X และ Gen Y ซึ่งมีสัดส่วนถึง 78% ของลูกค้าทั้งหมดนั้น 44% ยังคงให้ความสำคัญกับการไหว้เจ้าแบบเคร่งครัดตามประเพณี
ขณะเดียวกัน ลูกค้าเริ่มมองว่าการไหว้เจ้าด้วยของดีคือการลงทุนเพื่อสิริมงคล โดย 84% ยืนยันที่จะเลือกซื้อของไหว้คุณภาพดี และ 55% ระบุว่ายินดีซื้อแม้ไม่มีโปรโมชั่นหากสินค้านั้นมีคุณภาพตรงใจ
รวมถึงผู้บริโภคในปัจจุบันวางแผนล่วงหน้า เพื่อรับมือกับค่าครองชีพและความยุ่งยากในช่วงวันจ่าย โดย 40% ของลูกค้าวางแผนการซื้อล่วงหน้าเพื่อคุมงบประมาณ และมั่นใจว่าจะได้สินค้าครบถ้วน สอดคล้องกับบริการ Preorder ของท็อปส์ที่มียอดการใช้จ่ายเฉลี่ยประมาณ 2,500 บาทต่อบิล โดยหมวดสินค้าที่มีการจับจ่ายสูงสุด คืออาหารและเครื่องดื่ม 52% ตามด้วยซองอั่งเปา 29%
นอกจากนี้ เทรนด์ลดขยะอาหารเป็นส่วนสำคัญต่อการตัดสินใจของลูกค้า โดย 63% ซื้อของไหว้ในปริมาณที่พอดีกับการบริโภคในครอบครัว ขณะเดียวกัน ความสะดวกสบาย 67% มองว่าโมเดิร์นเทรดคือจุดหมายปลายทางที่ตอบโจทย์ เพราะมาที่เดียวแล้วได้ครบทุกอย่าง
ชู 3 กลยุทธ์หลักดันยอด
จากข้อมูลนี้ ในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี 2569 บริษัทวางกลยุทธ์หลัก 3 ด้าน เพื่อมัดใจผู้บริโภค โดยกลยุทธ์ที่ 1 คือ Assortment เน้นคัดสรรสินค้าให้หลากหลายและครบครันที่สุด ตั้งแต่สินค้าทำความสะอาดที่มาแรงเป็นอันดับ 1 ตามด้วยอาหารสด เครื่องปรุง เครื่องใช้ภายในบ้าน และผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป พร้อมจัดเซตของไหว้เพื่อรองรับทุกระดับกำลังซื้อ ตั้งแต่ 399 บาท ไปจนถึง 4,500 บาท
กลยุทธ์ที่ 2 คือ Connect & Customer Empowerment โดยนำ AI มาผสานกับฐานข้อมูล The 1 Data เต็มรูปแบบ เพื่อทำการตลาดแบบรู้ใจเฉพาะบุคคล อาทิ แนะนำสินค้าเพื่อเพิ่มยอดการซื้อต่อบิล และกระตุ้นความถี่ในการซื้อ และดึงกลุ่มลูกค้าที่เคยซื้อในปี’67-’68 ให้กลับอีกครั้ง ผ่านโปรโมชั่นและการสื่อสารที่ตรงจุด เป็นต้น
กลยุทธ์ที่ 3 คือ Experience ใช้จุดแข็งจากการมีสาขากว่า 825 แห่งทั่วประเทศ เป็นศูนย์กลางในการให้บริการ รองรับพฤติกรรมลูกค้าที่ยังคงนิยมมาเลือกซื้อของสดด้วยตนเองถึง 96%
ตั้งเป้าช่วงตรุษจีนโต 20%
นายจักรกฤษณ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ด้วยความพร้อมของกลยุทธ์ทั้ง 3 ด้าน ประกอบกับปัจจัยบวกของตลาด มั่นใจว่าจะสามารถผลักดันการเติบโตในช่วงเทศกาลตรุษจีนปี’69 ให้ถึง 20% ตามที่ตั้งเป้าไว้ เช่นเดียวกับปีก่อนหน้าที่เติบโตระดับ 2 ดิจิต