Skip to content

‘ศรีจันทร์’ หาโอกาสในวิกฤต ผนึก ‘แบมแบม’ ลุยไวเทนนิง

07 มี.ค. 2569 | 16:31น.
‘ศรีจันทร์’ หาโอกาสในวิกฤต ผนึก ‘แบมแบม’ ลุยไวเทนนิง

ศรีจันทร์ เชื่อปี’69 ตลาดความงาม 4 แสนล้านโหดกว่าปีก่อนแน่ หลังปัจจัยภายนอกกระทบหนักทำผู้บริโภคหมดมู้ดจับจ่าย พร้อมเผยโอกาสกลางวิกฤตทั้งไวเทนนิ่ง ครีมซอง ฯลฯ ผนึกแบมแบมลุยไวเทนนิ่งเต็มตัว ประเดิมอีเวนต์ใหญ่ The Symphony of GLOWolution ก่อนตุนวัตถุดิบเพิ่มหวังล็อกราคารับมือต้นทุนพุ่ง เชื่อรายได้ปี’69 โต 20%

นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า ปี 2569 นี้ ตลาดความงามไทยเผชิญความท้าทายสูง เนื่องจากมีปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้จำนวนมาก โดยเฉพาะสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และผลต่อเนื่องที่ตาม เช่น ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ลดลง ทำให้ผู้คนชะลอใช้จ่ายและหันมาประหยัดเงิน กระทบต่อยอดขายของสินค้าอุปโภคบริโภครวมถึงความงาม

คาดปีนี้โหดกว่าปี’68 แน่

ขณะที่ภาคธุรกิจเผชิญกับต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น ราคาแพ็กเกจจิ้งพลาสติกที่อาจพุ่งขึ้นตามราคาน้ำมันซึ่งเป็นวัตถุดิบหลัก และค่าขนส่งแพงขึ้นเพราะเส้นทางเดินเรือถูกตัดขาด

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ตลาดความงามอาจเติบโตน้อยลง หลังปี 2568 ตลาดความงามไทยเติบโต 3-4% จนมีมูลค่าประมาณ 400,000 ล้านบาท

สำหรับแนวโน้มของศรีจันทร์ไปในทิศทางเดียวกัน โดยนับตั้งแต่ต้นปี’69 บริษัทต้องปรับเป้าหมายเพราะปัจจัยภายนอกต่าง ๆ ไปถึง 3 ครั้งแล้ว ณ สถานการณ์ปัจจุบันเชื่อว่าจะสามารถเติบโตได้ประมาณ 20% ต่างจากปี’68 ที่สามารถเติบโตได้ตามเป้าหมาย โดยยอดขายเติบโตประมาณ 30% เป็นประมาณ 2,000 ล้านบาท

“ปี 2569 เป็นปีที่โหดกว่าปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน โหดในเชิงของกำลังซื้อ ทำให้ Sector ใหญ่ รวมถึงอุปโภคบริโภคเหนื่อยแน่นอน เพราะสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะส่งผลลบต่อความอยากจับจ่ายของผู้บริโภคแน่นอน โดยจะมีเพียงบาง Sector ที่อาจยังโตได้ เช่น ท่องเที่ยว ที่อาจดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาด้วยปัจจัยความปลอดภัย”

โอกาสสินค้าความงามกลางวิกฤต

นายรวิศย้ำว่า แม้ความท้าทายจะสูง แต่ตลาดความงามปี’69 ยังมีปัจจัยที่สามารถพลิกเป็นโอกาสทางธุรกิจได้ เนื่องจากผู้บริโภคยังต้องการใช้สกินแคร์โดยเฉพาะกลุ่มไวเทนนิ่งซึ่งมีสัดส่วนถึง 45% ของตลาดความงามรวม เพียงแต่แรงกดดันทางเศรษฐกิจทำให้พฤติกรรมจับจ่ายและการใช้สินค้าเปลี่ยนไป ซึ่งหากแบรนด์สามารถจับจุด และนำมาต่อยอดจะช่วยให้รับมือควาท้าทายได้

หนึ่งในความเปลี่ยนแปลงนี้คือ การเปลี่ยนไปซื้อสินค้าขนาดเล็กที่จ่ายเงินต่อครั้งน้อยลง ทำให้ “ครีมซอง” ราคาจับต้องง่าย เช่น ราคา 39 บาท เติบโตขึ้นสูง เพราะตอบโจทย์ด้านจิตวิทยาที่ทำให้ผู้บริโภครู้สึกว่าประหยัดกว่าการควักเงินก้อนใหญ่ในคราวเดียว เห็นได้จากยอดขายครีมซองของศรีจันทร์ที่ขายดีมากจนเติบโตดีกว่าสินค้าไซซ์ปกติ

“การเลือกซื้อของชิ้นเล็ก ราคาถูกลง แต่ซื้อบ่อยขึ้น กลายเป็นเรื่องปกติของยุคนี้ไปแล้ว”

ความต้องการสินค้าที่ใช้ง่าย ครบวงจรในตัวเดียว เนื่องจากผู้บริโภคเริ่มเหนื่อยกับสินค้าที่มีเยอะ และการใช้งานแบบหลายขั้นตอนในตอนเช้าที่มีเวลาจำกัด จึงต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น อย่าง ตัวเดียวจบ วัตถุดิบท้องถิ่นจะได้รับความนิยมมาใช้ผลิตสินค้ามากขึ้น เนื่องจากสามารถใส่เรื่องราวต่าง ๆ เข้าไปเป็นจุดขายเพิ่มความน่าสนใจและมูลค่าให้กับสินค้าได้ ไม่ว่าจะเป็นการเป็นสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ หรือ GI ไปจนถึงเรื่องเล่าหรือตำนานต่าง ๆ เป็นต้น รวมไปถึงความนิยมวัตถุดิบจากพืช เพราะมีภาพลักษณ์ที่อ่อนโยนต่อผิวมากกว่า

ขณะเดียวกันผู้บริโภคต้องการความงามแบบองค์รวมมากกว่าการใช้สินค้าอย่างเดียว หลังผู้บริโภคตระหนักว่าผิวสวยไม่ได้มาจากการทาครีมอย่างเดียว แต่เชื่อมโยงกับวิถีชีวิตทั้ง 24 ชั่วโมง ตั้งแต่การกิน การนอน และการจัดการความเครียด ฯลฯ

นอกจากนี้ สภาพอากาศร้อนจัดในปีนี้ยังมีส่วนผลักดันความต้องการสินค้าทั้งกันแดด และบำรุงผิว สะท้อนจากช่วง ม.ค.-ก.พ. ซึ่งยอดขายดีเกินคาด ส่วน มี.ค.ผู้บริโภคน่าจะเริ่มซื้อตุนไว้ใช้ช่วงท่องเที่ยวสงกรานต์

“อีกหนึ่งความได้เปรียบเฉพาะตัวของสินค้าความงามสัญชาติไทย คือ ภาพลักษณ์ที่ใช้แล้วติดทนนาน, ทนร้อน, ทนแดด, ทนเหงื่อ และความชื้นได้ดี เนื่องจากสภาพอากาศของประเทศไทย ที่มีทั้งร้อนชื้น แดดแรง ส่วนในห้องแอร์ก็เย็นจัด ทำให้ชาวต่างชาติเชื่อถือในคุณสมบัติด้านนี้”

ตุนวัตถุดิบรับมือราคาพุ่ง

สำหรับแนวทางของศรีจันทร์ในการรับมือความท้าทายและต่อยอดโอกาส ในปี’69 นี้นั้น ด้านต้นทุนวัตถุดิบจะเพิ่มปริมาณการสั่งซื้อวัตถุดิบล่วงหน้าเพื่อล็อกราคาไว้ก่อน ส่วนการส่งออกที่บริษัทส่งสินค้าไปญี่ปุ่น, จีน, ฟิลิปินส์, ลาว และอื่น ๆ เชื่อว่าหลังจากนี้บริษัทขนส่ง-เดินเรือจะมีโซลูชั่นรับมือออกมารับมือไม่ให้การขนส่งหยุดชะงักหรือราคาพุ่งสูงเกินไป

“เราไม่ต้องการผลักภาระให้ผู้บริโภค ตอนนี้จึงต้องเพิ่มสต๊อกวัตถุดิบไว้ก่อนที่ราคาจะพุ่งขึ้นไป”

ขณะเดียวกันการขยายธุรกิจในต่างประเทศซึ่งเน้นอาเซียนและจีนนั้นจะเพิ่มความระมัดระวังยิ่งขึ้น โดยโฟกัสกับการคัดเลือกพาร์ตเนอร์ที่เหมาะสม ซึ่งขณะนี้มีการเจรจาอยู่หลายเจ้า และอาจต้องใช้เวลานานขึ้นกว่าปกติต้องเจรจากันนานหลายปีอยู่แล้ว

ผนึกแบมแบมลุยไวเทนนิ่ง

นายรวิศกล่าวต่อไปว่า พร้อมกันนี้จะส่ง SRICHAND IN-SKIN ลุยตลาดไวเทนนิ่งเต็มรูปแบบเพื่อชิงดีมานด์ โดยต่อยอดความร่วมมือกับ “แบมแบม กันต์พิมุกต์” ในฐานะพรีเซ็นเตอร์ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2 ด้วยการนำตัวตนในฐานะศิลปินระดับภูมิภาค มาผสานกับ T-Skin หรือผิวงามแบบไทย ซึ่งจะสร้างความผูกพันระยะยาวระหว่างผู้บริโภคกับศรีจันทร์

ควบคู่กับการวางโพซิชั่นแบรนด์ให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมและไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภครุ่นใหม่ ด้วยการสื่อสารแบบ 360 องศา เปิดงานแรกด้วย “The Symphony of GLOWolution” ซึ่งวางให้เป็นมากกว่าอีเวนต์เปิดตัวสินค้าใหม่อย่าง “Phyto Camellia PDRN Series” แต่เป็นการประกาศทิศทางเติบโตของแบรนด์ SRICHAND IN-SKINในฐานะเครื่องยนต์สร้างการเติบโต

สำหรับ Phyto Camellia PDRN Series มีจุดเด่นเป็นนวัตกรรม Vegan PDRN สารสกัดจากดอกคามิลเลีย เพื่อรับเทรนด์ Healthy Glow และ Slow Aging ซึ่งเชื่อว่าจะมีส่วนผลักดันรายได้ปี 2569 ให้เติบโต 20% ตามเป้าที่วางไว้ได้

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ตลาดความงาม ศรีจันทร์