‘ศรีจันทร์’ โฟกัสอาเซียน ปั้นรายได้ 3 พันล้านใน 2 ปี
“ศรีจันทร์” วางเป้าสปีดยอดขายแตะ 3,000 ล้านใน 2 ปี ยกทัพ 13 พรีเซ็นเตอร์ เดินสายปักธงตลาดต่างประเทศ ชูแม็กเนตวัตถุดิบไทยเสริมแกร่ง Made in Thailand โฟกัส “เวียดนาม” ชิงดีมานด์หนุ่มสาววัยทำงานกำลังซื้อสูง มั่นใจยอดขายต่างประเทศแตะ 30-40% ดันรายได้ 10,000 ล้านบาท ภายใน 10 ปี
นายรวิศ หาญอุตสาหะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ศรีจันทร์สหโอสถ จำกัด กล่าวว่า แม้ขณะนี้อุตสาหกรรมความงามของไทยจะมีการแข่งขันสูงจากผู้เล่นทั้งไทยและต่างชาติ แต่พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปในด้านที่มีความรู้และใส่ใจรายละเอียดเชิงลึกของสินค้ามากขึ้นทั้งการอ่านฉลากอย่างละเอียดเพื่อดูส่วนผสม ปริมาณที่ใส่และมีประสิทธิภาพอย่างไร รวมถึงให้ความสำคัญกับมาตรฐานการทดสอบผลิตภัณฑ์ เช่น การทดสอบประสิทธิภาพในคน (In-Vivo) และการทดสอบในห้องแล็บ (In-Vitro)
ไปจนถึงการถามคำถามเชิงลึกเกี่ยวกับการใช้งานที่เฉพาะเจาะจงมากขึ้น เช่น สตรีมีครรภ์ใช้ได้หรือไม่ หรือข้อควรระวังเมื่อเพิ่งผ่านการทำหัตถการผิวหน้ามา
พฤติกรรมนี้เมื่อรวมกับการเปิดรับและเชื่อมั่นในสินค้าความงามแบรนด์ไทยที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่หลังการระบาดของโรคโควิด-19 กลายเป็นโอกาสสำคัญของแบรนด์ไทยที่จะสร้างการเติบโตทั้งในประเทศ และขยับขยายไปยังประเทศเพื่อนบ้านอาเซียนที่เชื่อมั่นในสินค้าแบรนด์ไทยเช่นเดียวกัน ในขณะที่รับมือการแข่งขันจากแบรนด์ต่างชาติ เช่น จีน ที่เริ่มรุกเข้าสู่ตลาด
มุ่ง 3,000 ล้านใน 2 ปี
นายรวิศกล่าวต่อไปว่า ช่วงครึ่งหลังของปี 2569 นี้ศรีจันทร์จะต่อยอดกระแสนี้มาสร้างการเติบโตโดยเฉพาะในตลาดต่างประเทศ ตามเป้าหมายมีสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศที่มากกว่า 10% และรายได้เติบโต 15% หลังปี’68 มียอดขาย 2,055.50 ล้านบาท และกำไรสุทธิ 274.78 ล้านบาท เติบโตถึง 34% โดยมีรายได้จากต่างประเทศประมาณ 10%
ก่อนจะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากต่างประเทศเป็น 30-40% ในระยะยาว รวมถึงมียอดขายแตะ 3,000 ล้านบาทใน 2 ปี และ 10,000 ล้านบาทใน 10 ปี
โหมตลาดเวียดนาม
เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้บริษัทจะสปีดการรุกตลาดต่างประเทศ โฟกัสภูมิภาคอาเซียน เพื่อต่อยอดความเชื่อมั่นในสินค้าแบรนด์ไทย ความใกล้เคียงกันของวัฒนธรรมความงาม สภาพผิวและภูมิอากาศ
โดยมีเวียดนามเป็นเป้าหมายหลักที่จะเริ่มบุกในปี 2570 เนื่องจากเป็นตลาดขนาดใหญ่ด้วยจำนวนประชากรที่มากกว่า 90 ล้านคน ในจำนวนนี้มีสัดส่วนคนหนุ่มสาววัยทำงานอายุ 18-30 ปีกำลังซื้อสูงจำนวนมาก อีกทั้งตลาดร้านบิวตี้และอีคอมเมิร์ซกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว เช่นเดียวกับเศรษฐกิจที่เติบโตสูง ตามด้วยสิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย
ส่วนครึ่งหลังของปี’69 นี้จะบุกตลาดเมียนมาที่บริษัทเซ็นสัญญาพันธมิตรเพื่อเป็นดิสทริบิวเตอร์ในเมียนมาไปเมื่อไม่นานนี้
ชูแม็กเนตวัตถุดิบไทย
ทั้งนี้จะอาศัยกลยุทธ์ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ “Tropical Skin” หรือสภาพผิวที่ต้องเผชิญกับสภาพอากาศร้อนชื้น ฝุ่นควัน สลับกับการต้องอยู่ในห้องแอร์ที่เย็นจัดตามไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ควบคู่กับการชูความเชื่อมั่นในสินค้า “Made in Thailand” พร้อมย้ำความเป็นไทย ด้วยการใช้สารสกัดจากพืชท้องถิ่นของไทย เช่น ดอกกุหลาบมอญ มาเป็นส่วนผสมหลัก เพื่อสร้างจุดขายและการเล่าเรื่องสำหรับดึงดูดผู้บริโภค
ขณะเดียวกันขยายธุรกิจใน สปป.ลาว ซึ่งปัจจุบันมีความรู้ความเข้าใจและใส่ใจเรื่องส่วนผสมของสกินแคร์เชิงลึกคล้ายกับคนไทย และการทำตลาดแบบโลคอลมาร์เก็ตติ้ง เช่น การเป็นสปอนเซอร์งานวิ่งมาราธอน และการใช้ KOL ท้องถิ่นได้รับผลตอบรับดี
ยกทัพ 13 พรีเซ็นเตอร์
นายรวิศเสริมว่า นอกจากตรา Made in Thailand และวัตถุดิบท้องถิ่นแล้ว บริษัทยังใช้พรีเซ็นเตอร์ไม่เพียงในฐานะผู้สร้างการรับรู้ให้กับแบรนด์ แต่เป็นตัวแทนของประเทศไทย และสะพานเชื่อมทางวัฒนธรรมที่ทำให้ผู้บริโภคต่างชาติรู้จักและรักประเทศไทยมากขึ้น
รวมถึงสร้าง Brand Love ที่ตอบโจทย์ทั้งเป้าหมายในการสร้างความเชื่อมั่นต่อแบรนด์ไทยในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศและต่างประเทศ ตอกย้ำภาพลักษณ์ศรีจันทร์สหโอสถในฐานะแบรนด์ไทยระดับสากล และสร้างความผูกพัน ในฐานะผู้อยู่เคียงข้างพรีเซ็นเตอร์บนเส้นทางการเติบโตสู่เวทีโลก
ด้วยทัพ 13 พรีเซ็นเตอร์ ประกอบด้วย กันต์พิมุกต์ ภูวกุล (แบมแบม), พิมพ์ชนก ลือวิเศษไพบูลย์ (ใบเฟิร์น), พฤกษ์ พานิช (ซี), ชวรินทร์ เพริศพิริยะวงศ์ (นุนิว), สุภัสสรา อัครทวีพัชร์ (เก้า), หฤษฎ์ บัวย้อย (เก่ง), นภัสกร ปิงเมือง(น้ำปิง) และศิลปินวง PROXIE ทั้ง 6 คน ได้แก่ รัชชานนท์ เรือนเพ็ชร์ (กัน), ปัณณธร จิรศาสตร์ (คิม), ปวริศร์ ศรีชัยชนะ (โชกุน), กร วรรณไพโรจน์ (กร), ออสการ์ เอ็ดเวิร์ดวัตราเศรษฐ์ (อองรี), วรเมธ กอนุประพันธ์ (วิคเตอร์)
ทั้งนี้มั่นใจว่าจะสามารถสร้างการเติบโตได้ตามเป้าหมายที่วางไว้แน่อน