นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล เตือน อีลอน มัสก์ นักแชร์ลูกโซ่ในคราบมนุษย์
พอล ครุกแมน สับ อีลอน มัสก์ คือ ‘นักแชร์ลูกโซ่ในร่างมนุษย์’ เตือน รายย่อยอเมริกันอาจจะกำลังถูกบังคับซื้อหุ้น SpaceX ทางอ้อม
พอล ครุกแมน นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ออกบทความวิจารณ์ อีลอน มัสก์ ผ่านแชนเนล Substack ส่วนตัว โดยนิยามความมั่งคั่งของมัสก์ว่าไม่ต่างอะไรจาก นักแชร์ลูกโซ่ ที่มาในคราบของมนุษย์ ผู้พยุงความมั่งคั่งอยู่ได้ด้วยกระแสความศรัทธาของมวลชน
ครุกแมนระบุว่า ตลอด 10 กว่าปีที่ผ่านมา มัสก์มักจะขายฝันโครงการงในอนาคตที่ยังทำไม่ได้จริงๆ ตามสัญญา ทั้งระบบไฮเปอร์ลูป, อุโมงค์พาณิชย์ของ Boring Company, แท็กซี่ไร้คนขับเต็มรูปแบบของ Tesla หรือการตั้งอาณานิคมบนดาวอังคาร
แม้อีลอนจะประสบความสำเร็จกับรถยนต์ไฟฟ้าเทสลา และอินเทอร์เน็ตดาวเทียมสตาร์ลิงก์ แต่ความสำเร็จเหล่านั้น ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้กลายเป็นบุคคลที่น่าเชื่อถือที่สุด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้น กลับเป็นโมเดล ความศรัทธา ที่ส่งผลให้เจ้าตัวพยายามทำทุกวิถีทางให้สิ่งที่ตนเชื่อมั่นกลายเป็นความจริงขึ้นมาในที่สุด
เมื่อนักลงทุนเชื่อว่าเขาคืออัจฉริยะก็พากันแห่ซื้อหุ้นพยุงราคาให้สูงขึ้น และเมื่อมูลค่าบริษัทสูงขึ้นก็กลับไปเสริมภาพลักษณ์อัจฉริยะให้เขาอีกรอบ วนลูปเหมือนวงจรแชร์ลูกโซ่ที่ต้องพึ่งพานักลงทุนรายใหม่ๆ เข้ามาเรื่อยๆ เพื่อรักษามูลค่าภาพลวงตานี้ไว้
แฉกล xAI – SpaceX
บทความระบุว่า มัสก์เคยสร้างแผลใหญ่ในการเข้าซื้อ Twitter (ปัจจุบันคือ X) เมื่อปี 2022 จนดึงให้ธนาคารในวอลล์สตรีทต้องแบกรับหนี้เสียกว่า 13,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หลังโมเดลธุรกิจเสียหายหนัก แต่อีลอนแก้เกมด้วยการอาศัยชัยชนะการเลือกตั้งของ โดนัลด์ ทรัมป์ ในปี 2024 และกระแสคลั่ง AI โดยการตั้งบริษัท xAI แล้วจับควบรวมกับ X เพื่อปั่นมูลค่าทรัพย์สินกลับคืนมา
ทั้งที่ในความเป็นจริงระบบ AI ‘Grok’ ของเขา ถูกมองว่ามีประสิทธิภาพต่ำกว่าคู่แข่งอย่าง OpenAI และ Anthropic ด้วยซ้ำ
เมื่อแผนแรกเริ่มฝืด จึงเปลี่ยนมาใช้ไม้ตายใหม่ ดันแผนนำ SpaceX เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (IPO) บนกระดาน Nasdaq ทันที ด้วยมูลค่าประเมินสูงลิ่วถึง 1.77 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ทั้งที่งบการเงินปีที่ผ่านมา SpaceX มีรายได้เพียง 18,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และยังมีสถานะขาดทุนอยู่ด้วยซ้ำ
และมูลค่านี้ถูกตั้งขึ้นมาบนสมมติฐานที่ว่า นักลงทุนรายย่อยจะยอมจ่ายเงินเพราะความศรัทธาในตัวเขา
มัดมือชกทางอ้อม
ประเด็นที่ครุกแมนมองว่าร้ายแรงที่สุดในรอบนี้ คือ พันธมิตรในวอลล์สตรีทเข้ามาช่วยกัน ล็อกผลลัพธ์ โดยดัชนีหุ้นหลักอย่าง Nasdaq 100 และ FTSE Russell ได้ยอมปรับเปลี่ยนเกณฑ์เพื่อนำหุ้น SpaceX เข้าไปรวมในการคำนวณดัชนีหลักแทบจะในทันทีหลังการทำ IPO ซึ่งแหกกฎเกณฑ์เดิมในอดีตที่ปกติต้องรอเวลาอย่างน้อย 1 ปีเพื่อให้หุ้นเติบโตเต็มที่
การส่งหุ้นเข้าดัชนีหลักทันที จะส่งผลให้ กองทุนดัชนี ต่างๆ ทั่วโลกถูกบีบด้วยกฎ ให้ต้องรีบกว้านซื้อหุ้น SpaceX เข้าไปใส่ไว้ในพอร์ตโฟลิโอโดยอัตโนมัติ
เปัจจุบันนี้ มากกว่า 50% ของครัวเรือนในสหรัฐ มีการฝากเงินออมและเงินเกษียณไว้ในกองทุนรวม และราวครึ่งหนึ่งของเงินจำนวนนั้นถูกบริหารผ่านกองทุนที่อิงกับดัชนีหลัก
เท่ากับว่าคนอเมริกันจำนวนมหาศาลจะถูกบังคับซื้อ และลากเข้าไปร่วมแบกรับความเสี่ยงในเกมการเงินของอีลอน มัสก์ ภายใต้ความร่วมมือของกลุ่มทุนวอลล์สตรีทและการสนับสนุนทางการเมืองจากรัฐบาลทรัมป์ ทั้งที่ไม่ได้เป็นผู้เลือกเอง