‘บังโต’ กุมบังเหียน ‘เนื้อแท้’ รุกแตกไลน์ธุรกิจท่องเที่ยว
บังโต ฟื้นแนวธุรกิจเนื้อแท้ หยุดขยายสาขาหันโฟกัสคุณภาพเมนู-บริการเต็มขั้น หลังเจรจาไอแบงก์ช่วยหนุนสภาพคล่อง พร้อมต่อยอดช่องคำโต ๆ รุกธุรกิจท่องเที่ยว ปั้น “คำโตๆ Fintrip” ทำทัวร์ฮาลาล ตอบโจทย์ชาวมุสลิม-นักเดินทางพรีเมี่ยม
นายวีรชน ศรัทธายิ่ง หรือ “บังโต” ประธานและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท คอมพานี บี จำกัด ผู้บริหารร้านอาหาร เนื้อแท้ กล่าวว่า ปัจจุบันสถานการณ์ขาดสภาพคล่องของบริษัทสิ้นสุดลงแล้ว เนื่องจากธนาคารอิสลามฯ หรือไอแบงก์ เข้ามาให้การสนับสนุนเงินทุนที่จำเป็นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเงินเดือนพนักงาน และการจัดหาวัตถุดิบ รวมถึงขณะนี้บริษัทกำลังเปิดรับสมัครพนักงานเพิ่มเพื่อเติมในแต่ละสาขาให้ครบตามอัตรา ช่วยให้หลังจากนี้ร้านแต่ละสาขาจะทยอยกลับมาให้บริการได้เต็มที่ทั้งด้านเมนูอาหารและการบริการ
“ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 เวลา 13.00 น. บริษัทจ่ายเงินเดือนพนักงานครบหมดทุกคนแล้ว รวมถึงสามารถทยอยสต๊อกวัตถุดิบในร้านสาขาต่าง ๆ ได้อีกครั้ง หลังไอแบงก์เห็นและเชื่อมั่นในศักยภาพของแนวคิดการพัฒนาคุณภาพวัวไทย จนได้วัวที่คุณภาพสูงกว่าออสเตรเลีย จากศักยภาพของเกษตรกรไทย”
ขณะเดียวกันยังบรรลุการเจรจากับหุ้นส่วนในเรื่องทิศทางธุรกิจของร้านเนื้อแท้หลังจากนี้ ซึ่งจะหยุดการขยายสาขาไว้ที่ 6-7 สาขาที่เหลืออยู่ในปัจจุบัน และหันโฟกัสกับการพัฒนาเมนูและคุณภาพอาหาร-ประสบการณ์ในร้านอย่างเต็มที่
เช่นเดียวกับโครงการวัวแดงที่เป็นการทำสัญญากับเกษตรกรไทยเพื่อให้การสนับสนุนการพัฒนากระบวนการเลี้ยงวัว และบริษัทจะรับซื้อวัวตามสัญญาเพื่อใช้ในธุรกิจร้านอาหารและผลิตสินค้าส่งขายโมเดิร์นเทรด ซึ่งบริษัทจะสามารถกลับมารับซื้อวัวตามสัญญาเดิมได้แล้ว
“ตอนนี้มีความต้องการซื้อเนื้อวัวจากผู้ประกอบการโมเดิร์นเทรดซึ่งสูงกว่าซัพพลายที่บริษัทมี ดังนั้นบริษัทจะเดินหน้าโครงการวัวแดงอย่างเต็มที่อีกครั้ง”
รุกธุรกิจทัวร์ฮาลาล
นายวีรชนกล่าวต่อไปว่า นอกจากธุรกิจร้านอาหารแล้วยังต่อยอดบริษัทคำโต ๆ และช่องคำโต ๆ ที่เป็นสื่ิอด้านอาหารในการดูแล ไปสู่ธุรกิจท่องเที่ยวในแบบฮาลาลครบวงจร ทั้งอาหาร ที่พัก เวลาละหมาด ฯลฯ เนื่องจากปัจจุบันในตลาดยังไม่มีผู้จัดทัวร์ที่รองรับผู้บริโภคชาวมุสลิมโดยตรง เห็นได้จากการผู้จัดต้องแยกโต๊ะอาหารหรือจัดเมนูพิเศษให้เป็นรายกรณี
“สำหรับนักเดินทางกลุ่มมุสลิมหรือผู้ที่เคร่งครัดในหลักการ การสรรหาอาหารการกินที่ถูกต้องตามหลักฮาลาล 100% ควบคู่ไปกับที่พักและการจัดสรรเวลาละหมาดที่ลงตัวในต่างแดน ยังคงเป็น Pain Point ใหญ่ที่ขัดขวางความสนุกในการเดินทาง”
ด้วยเหตุนี้จึงจับมือกับบริษัท ฟินทริป เปิดตัวธุรกิจท่องเที่ยวฮาลาลภายใต้แบรนด์ “คำโต ๆ Fintrip” เพื่อพัฒนาแพ็กเกจทัวร์ที่รองรับหลักฮาลาลแบบครบวงจร ไม่ได้จำกัดเพียงการเลือกอาหาร แต่ครอบคลุมการสำรวจร้านอาหาร ที่พัก เวลาละหมาด รูปแบบกิจกรรม และสภาพแวดล้อมของเส้นทาง
โดยจุดยืนของแบรนด์คือการทำทริปฮาลาลที่ไม่จำกัดเฉพาะชาวมุสลิม แต่เปิดกว้างสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปที่ต้องการโปรแกรมสะอาด ปลอดภัย และหลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยมองว่าหากออกแบบบริการให้ชัดเจน ฮาลาลสามารถเป็นมาตรฐานด้านประสบการณ์เดินทางได้ ไม่ใช่เพียงเงื่อนไขทางอาหาร

รวมถึงเป็นทัวร์ระดับพรีเมี่ยม โดยไม่เน้นการแข่งขันด้านราคาต่ำหรือการใส่สถานที่จำนวนมากในเวลาจำกัด แต่ให้น้ำหนักกับคุณภาพที่พัก อาหาร ความสะดวกในการเดินทาง และเวลาพักที่เหมาะสม เพื่อแก้ภาพจำของกรุ๊ปทัวร์ที่เร่งเก็บสถานที่ ขณะเดียวกันยังใช้บุคลิกของคำโต ๆ ซึ่งเชื่อมโยงกับอาหารและการท่องเที่ยวแบบครอบครัว มาเพิ่มมูลค่าให้กับแพ็กเกจ
“เราอยากให้คนเข้าใจว่าทริปฮาลาลไม่ใช่ทริปศาสนา แต่เป็นการเดินทางที่ทุกคนเข้าร่วมได้ เพียงแต่รายละเอียดเรื่องอาหาร กิจกรรม และเวลาละหมาดต้องถูกจัดการอย่างครบถ้วน”
สำหรับเส้นทางแรก บริษัทเลือกซินเจียงเหนือเป็นพื้นที่ต้นแบบ เนื่องจากมีชุมชนมุสลิม อาหารท้องถิ่น และวัฒนธรรมที่รองรับกลุ่มเป้าหมาย ขณะเดียวกันยังมีแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่สามารถขายให้ลูกค้าทั่วไปได้ จึงเหมาะกับการทดลองโมเดล “ฮาลาลสำหรับทุกคน” มากกว่าการเริ่มจากประเทศมุสลิมโดยตรง โปรแกรมครอบคลุมซีหนิง อุรุมฉี ทะเลสาบ ทุ่งหญ้า และชุมชนอุยกูร์ โดยลดรายละเอียดที่มีลักษณะเชิงศาสนาออกจากการสื่อสาร และเน้นวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อาหาร และธรรมชาติเป็นแกนหลัก
หลังการสำรวจเส้นทางจริงทีมงานพบว่ารูตเดิมมีระยะทางไกลและอาจสร้างความเหนื่อยล้าให้ผู้เดินทาง จึงปรับโปรแกรมใหม่ ลดการเดินทางทางถนน เพิ่มรถไฟความเร็วสูง จัดช่วงพักและเวลาละหมาดให้ชัดเจน รวมถึงคัดเลือกโรงแรมและเมนูอาหารใหม่
“ถ้าเป็นทริปของคำโต ๆ ต้องไม่ใช่ไปถึง ถ่ายรูป แล้วรีบกลับ เราต้องการให้ลูกค้าได้เที่ยวจริง กินดี นอนสบาย และมีเวลาซึมซับแต่ละสถานที่”

ดันอินฟลูฯ เป็นช่องทางขาย
นายวีรชนเปิดเผยว่า บริษัทเปิดราคาทริปซินเจียงเหนือ 3 ระดับ โดยทริปวันที่ 10-17 สิงหาคม ซึ่งนายวีรชนร่วมเดินทาง ราคา 79,965 บาท ทริปวันที่ 17-24 สิงหาคม ซึ่งมีอินฟลูเอนเซอร์ร่วมเดินทาง ราคา 77,965 บาท และโปรแกรมปกติวันที่ 24-31 สิงหาคม ราคา 74,965 บาท โครงสร้างราคาดังกล่าวสะท้อนการนำบุคคลและคอนเทนต์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของผลิตภัณฑ์ท่องเที่ยว ไม่ใช่เพียงเครื่องมือประชาสัมพันธ์
อีกหนึ่งโมเดลที่บริษัทเตรียมนำมาใช้คือการเปิดรับอินฟลูเอนเซอร์และผู้สนใจเป็นพาร์ตเนอร์แนะนำลูกค้า โดยฟินทริปเป็นผู้จัดโปรแกรมและให้บริการ ขณะที่พาร์ตเนอร์ได้รับค่าตอบแทนเมื่อลูกค้าเดินทางเสร็จสิ้น แนวทางนี้เป็นการเปลี่ยนครีเอเตอร์จากสื่อโฆษณาไปเป็นช่องทางจัดจำหน่าย หรือ Creator Commerce ซึ่งช่วยลดต้นทุนการหาลูกค้าและสร้างกรุ๊ปทัวร์เฉพาะกลุ่มจากฐานแฟนของแต่ละคน
เร่งขยายรูตต่างประเทศ
อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดยังมีโจทย์สำคัญ ทั้งการตรวจสอบมาตรฐานฮาลาลในแต่ละประเทศ จำนวนร้านอาหารที่รองรับ การจัดเวลาละหมาด ต้นทุนตั๋วเครื่องบินและโรงแรม ตลอดจนจำนวนผู้เดินทางขั้นต่ำที่ทำให้แต่ละทริปคุ้มทุน โดยเฉพาะจุดหมายที่ไม่ใช่ประเทศมุสลิม เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี หรือบางประเทศในยุโรป ซึ่งต้องใช้เวลาและต้นทุนสำรวจมากกว่าเส้นทางทั่วไป
ในระยะต่อไปบริษัทมีแผนเปิดรูตใหม่ทุกเดือน และศึกษาตลาดทั้งในเอเชียและยุโรป รวมถึงจุดหมายที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับศาสนาอิสลามโดยตรง แต่เป็นปลายทางยอดนิยมของคนไทย โดยจะพิจารณาจากความพร้อมของร้านอาหารฮาลาล ที่พัก การเดินทาง และกิจกรรมที่เหมาะสม พร้อมเปิดกว้างต่อความร่วมมือกับสายการบิน โรงแรม และภาครัฐ หากมีนโยบายผลักดันการท่องเที่ยวฮาลาลอย่างเป็นระบบ