ศาลสั่งคืนภาษีทรัมป์! Amazon รับ 2 หมื่นล้าน ลุยคืนเงินลูกค้า-หั่นราคาสินค้า
ยักษ์ใหญ่ e-Commerce อย่าง แอมะซอน (Amazon) เปิดเผยยอดเงินคืนภาษีนำเข้ายุคทรัมป์จำนวน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราวๆ 2 หมื่นล้านบาท หลังศาลฎีกาตัดสินให้การจัดเก็บภาษีดังกล่าวเป็นเท็จและขัดต่อกฎหมาย ด้านผู้บริหารเผยพร้อมส่งต่อเงินคืนถึงมือผู้บริโภคโดยตรงในกรณีที่สืบทราบได้ว่ามีการบวกเพิ่มค่าธรรมเนียม ส่วนที่เหลือเตรียมนำไปใช้อัดฉีดเพื่อพยุงราคาสินค้าให้ต่ำลง สยบกระแสวิพากษ์วิจารณ์และคดีฟ้องร้องจากผู้บริโภคก่อนหน้านี้
ซีเอ็นบีซี (CNBC) ระบุว่า เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา แอมะซอน (Amazon) ได้เปิดเผยว่า บริษัทได้รับเงินคืนภาษีนำเข้า (Tariff Refunds) เป็นจำนวนเงิน 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 20,100 ล้านบาท หลังจากที่ศาลฎีกาแห่งสหรัฐอเมริกามีคำตัดสินว่า มาตรการจัดเก็บภาษีหลายรายการในยุคของอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นั้นขัดต่อกฎหมาย พร้อมระบุว่า บริษัทคาดว่าจะส่งมอบเงินสดส่วนหนึ่งคืนกลับไปให้แก่ลูกค้า
“เรากำลังเข้าร่วมในกระบวนการขอคืนเงินภาษี และตามที่ผมได้เรียนแจ้งไปก่อนหน้านี้ เราได้รับเงินคืนเข้ามาประมาณ 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในไตรมาสที่ 2”
Brian Olsavsky ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (CFO) ของ Amazon กล่าวระหว่างการแถลงผลประกอบการของบริษัท
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ศาลฎีกาสหรัฐฯ ได้มีคำสั่งยกเลิกมาตรการภาษีของทรัมป์ที่ใช้อำนาจตามกฎหมาย International Emergency Economic Powers Act ปี 1977 ส่งผลให้รัฐบาลสหรัฐฯ จำเป็นต้องจ่ายเงินคืนอากรภาษีให้แก่บรรดาบริษัทที่ทำการนำเข้าสินค้าเข้ามาในสหรัฐฯ และได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีดังกล่าว
บริษัทชั้นนำระดับโลกหลายแห่ง ซึ่งรวมถึง Apple, Walmart, Costco, Home Depot และ General Motors ต่างออกมาประกาศว่าจะยื่นเรื่องขอคืนเงินภาษีเช่นกัน ขณะที่ในเดือนเมษายน ทรัมป์เคยให้สัมภาษณ์กับ CNBC ไว้ว่า เขาจะ “จดจำ” บริษัทที่ไม่ยอมยื่นขอเงินคืน เมื่อถูกถามว่าบริษัทอย่าง Amazon อาจจะกำลังหลีกเลี่ยงการขอคืนเงินเพราะกังวลว่าจะทำให้เขาไม่พอใจหรือไม่
ทางด้าน Apple ได้เปิดเผยเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เงินคืนภาษีดังกล่าวช่วยดันให้กำไรต่อหุ้น (EPS) ในไตรมาสที่ 3 ของบริษัทปรับตัวสูงขึ้น 5% หรือคิดเป็น 11 เซนต์ต่อหุ้น
ก่อนหน้านี้ Amazon ไม่เคยออกมาแสดงท่าทีชัดเจนว่าจะยื่นขอเงินคืนภาษีดังกล่าวหรือไม่ กระทั่งในเดือนพฤษภาคม ผู้บริโภคได้ร่วมกันยื่นฟ้องดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class-action lawsuit) ต่อศาลเฟดเดอรัลในเมืองซีแอตเทิล โดยอ้างว่าผู้บริโภคควรได้รับเงินคืนจากการที่ต้องซื้อสินค้าราคาแพงขึ้นเพราะภาษี พร้อมกล่าวหาว่า Amazon ไม่ยอมยื่นขอเงินคืนเพื่อต้องการ “เอาอกเอาใจ” ทรัมป์
นอกจากนี้ ในเดือนเมษายน ปี 2025 Amazon เคยตกเป็นประเด็นร้อนกับทำเนียบขาว หลังจากมีรายงานว่าบริษัทมีแผนที่จะแสดงต้นทุนภาระภาษีของทรัมป์ไว้ข้างๆ ราคาสินค้าบนหน้าเว็บ รายงานข่าวจาก NBC News ระบุว่า ทรัมป์ได้โทรศัพท์สายตรงหา Jeff Bezos ผู้ก่อตั้งและประธานบริหารของ Amazon เพื่อร้องเรียนเกี่ยวกับแผนการดังกล่าวด้วยตนเอง
ในการแถลงเมื่อวันพฤหัสบดี Olsavsky ชี้แจงว่า จำนวนเงินคืนภาษีที่ Amazon ได้รับมาในจำนวนที่ “จำกัด” นั้น เป็นเพราะบริษัทได้เตรียมการสั่งซื้อและจัดวางสต็อกสินค้ารับมือไว้ล่วงหน้าก่อนที่มาตรการภาษีจะมีผลบังคับใช้
“ข้อสองคือ เราไม่ได้เป็นผู้นำเข้าตามกฎหมาย (Importer of Record) สำหรับสินค้าส่วนใหญ่ที่วางขายบนแพลตฟอร์มของเรา” Olsavsky กล่าว
ผู้ขายรายย่อยภายนอก (Third-party sellers) จำนวนมากของ Amazon ซึ่งเป็นผู้นำเข้าสินค้ามาจากต่างประเทศ จำเป็นต้องปรับราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเนื่องจากภาระภาษีดังกล่าว และคนกลุ่มนี้ก็ได้ยื่นเรื่องขอคืนเงินภาษีไปแล้วเช่นกัน ทั้งนี้ ผู้ขายรายย่อยภายนอกคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 60% ของสินค้าทั้งหมดที่ขายบนตลาดออนไลน์ของ Amazon
Olsavsky กล่าวสรุปว่า เงินคืนภาษีบางส่วนที่บริษัทได้รับจะถูกส่งต่อไปถึงมือผู้ซื้อสินค้าอย่างแน่นอน
“เราได้ระบุขอบเขตกรณีเฉพาะเจาะจงที่เราสามารถสืบย้อนกลับไปได้ว่า มีการส่งผ่านค่าธรรมเนียมการนำเข้าบางรายการไปให้ลูกค้า ซึ่งเมื่อเราได้รับเงินคืนภาษีในส่วนนั้นมา เราจะติดต่อลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเชิงรุกและจะทำการคืนเงินให้อัตโนมัติครับ”
Olsavsky กล่าวเพิ่มว่า
“สำหรับส่วนที่เหลือนั้น ก็เหมือนกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่อื่นๆ เราจะนำเงินคืนเหล่านี้ไปใช้นโยบายลงทุนเพื่อให้สินค้ารักษามาตรฐานราคาที่ต่ำสำหรับลูกค้าต่อไป”