“ไมเนอร์” พลิกธุรกิจอาหาร ผนึกบิ๊กคอร์ปสปีดสาขา
“ไมเนอร์ ฟู้ด” ประกาศโรดแมป 3 ปี สปีดสาขาแตะ 4,500 แห่งทั่วโลก ชูยุทธศาสตร์วิชาตัวเบา “Asset-Light” ดันสัดส่วนแฟรนไชส์ 55% พลิกเกมขยายสาขาด้วยโมเดล “Corporate Franchise” ผนึกบิ๊กคอร์ป PTTOR – Lotus’s พร้อมดัน “บอนชอน” หัวหอกโกอินเตอร์ ส่วน “ชิโฮะ ราเมง” ชิงเค้กตลาดแมส 8 พันล้าน โชว์ภูมิคุ้มกันสู้เศรษฐกิจชะลอตัว ชิงโพซิชั่น Global Franchisor of Choice
นายธันยเชษฐ์ เอกเวชวิท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บริษัท เดอะ ไมเนอร์ ฟู้ด กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบันบริษัทบริหารร้านอาหารกว่า 3,000 สาขา ใน 27 ประเทศ เกือบ 40 แบรนด์ หลังเมื่อเดือน ส.ค. ปี’69 บริษัทควบรวมธุรกิจ “บอนชอน” เข้ามาในเครือ
สำหรับแผน 3 ปี ตั้งแต่ 2569-2572 บริษัทตั้งเป้ามีสาขาทั่วโลกแตะ 4,500 สาขา หรือเปิดเพิ่มเฉลี่ยปีละ 500 สาขา โดยชูโมเดล Asset-Light หรือลดการถือครองทรัพย์สิน เพื่อไม่ต้องแบกรับภาระค่าใช้จ่ายสำหรับสินทรัพย์ถาวรหรือ CapEx
พร้อมเพิ่มสัดส่วนแฟรนไชส์จาก 50% หรือ 1,500 สาขา เป็น 54-55% หรือ 2,400-2,500 สาขา เพิ่มความยืดหยุ่นทางการเงิน ลดความเสี่ยงถือครองสินทรัพย์ และสเกลธุรกิจได้รวดเร็วขึ้น
เราต้องการมุ่งสู่เบอร์หนึ่งในใจพันธมิตรทั่วโลก หรือ Global Franchisor of Choice ที่พาร์ตเนอร์ แบรนด์ และพนักงานอยากมาร่วมงาน เพื่อยกระดับจากผู้เล่นระดับภูมิภาคสู่ระดับโลก

ชูจุดแข็งดึงพันธมิตร
นายธันยเชษฐ์กล่าวต่อไปว่า เพื่อบรรลุเป้าหมาย เบอร์หนึ่งในใจพันธมิตรทั่วโลก บริษัทจะชูจุดแข็ง 4 ด้าน ได้แก่ 1.พอร์ตแบรนด์หลากหลาย กว่า 40 แบรนด์ ตอบโจทย์ทุกทำเล 2.ประสบการณ์ธุรกิจกว่า 40 ปี เข้าใจการบริหาร ยืดหยุ่น พร้อมปรับตัวเข้ากับท้องถิ่น 3.เข้าใจหัวอกแฟรนไชซี จากประสบการณ์บริหารแบรนด์ระดับโลก ตอบโจทย์และแก้ Pain Point พาร์ตเนอร์ได้ตรงจุด และ 4.ระบบสนับสนุนครบวงจร ครอบคลุมตั้งแต่ห่วงโซ่อุปทาน การตลาด จนถึงหน้าร้าน พร้อมส่งออกองค์ความรู้สเกลตลาดต่างประเทศ
สำหรับทิศทางในไทย ซึ่งปัจจุบันมีสาขาประมาณ 1,950 สาขา หรือ 2 ใน 3 ของพอร์ต บริษัทสปีดการขยายสาขาผ่านกลยุทธ์ Corporate Franchise เปลี่ยนจากเน้นขายแฟรนไชส์ให้ผู้ประกอบการรายย่อยซึ่งมีอุปสรรคในการเติบโต หันมาร่วมมือกับบิ๊กคอร์ปที่มีทำเลศักยภาพระดับประเทศในมือ โดยไมเนอร์เป็นผู้บริหาร ส่วนพันธมิตรจะเป็นผู้ลงทุนขยายสาขา
ล่าสุด บริษัทลงนามร่วมกับ PTTOR และ Lotus’s รวมถึงเครือ CP Axtra เพื่อส่งแบรนด์ร้านอาหาร-เครื่องดื่ม ปักธงในสถานีบริการน้ำมันและห้างค้าปลีกขนาดใหญ่ทั่วประเทศ โดยความร่วมมือกับ PTTOR ครอบคลุม 4 แบรนด์ ได้แก่ แดรี่ควีน, เดอะ พิซซ่า คอมปะนี, สเต็ก มอลล์ และชิโฮะ ราเมง ส่วนฝั่ง Lotus’s ครอบคลุม 5 แบรนด์ ได้แก่ แดรี่ควีน, สเวนเซ่นส์, บอนชอน, สเต็ก มอลล์ และกาก้า (GAGA)
จิ๊กซอว์ใหม่เจาะตลาดแมส
ขณะเดียวกันยังเร่งพัฒนาร้านฟอร์แมตใหม่เพื่อเข้าถึงลูกค้า โดย “แดรี่ควีน” ชูโมเดล Modular สแตนด์อะโลนร่วมกับเซเว่นฯ เจาะตลาดกลางคืน ตั้งเป้าแตะ 600 สาขา สิ้นปีนี้ “เดอะ พิซซ่า คอมปะนี” ทดลองโมเดล Modular ลงทุนต่ำ เน้นไก่ทอดดิปปิ้ง ส่วน “สเวนเซ่นส์” รุกเจาะเมืองท่องเที่ยวอย่างบางแสน และเขาหลัก





ส่วนแบรนด์อื่นเร่งขยายสาขาต่อเนื่องเช่นกัน คาดสิ้นปี 2569 “กาก้า” แตะ 115-118 สาขา “สเต็ก มอลล์” ทะลุ 40 สาขา และ “บอนชอน” ขยายแฟรนไชส์ในไทยเกิน 30 สาขา
โดยมีไฮไลต์สำคัญคือ “ชิโฮะ ราเมง” (CHIHO RAMEN) แฟรนไชส์ลำดับที่ 7 และเป็นแบรนด์ญี่ปุ่นแรกในพอร์ต รวบรวมราเมงจาก 8 แคว้นของญี่ปุ่น เจาะตลาดแมสด้วยราคาเริ่มต้น 99 บาท และใช้ร้านขนาดเล็ก 80-100 ตร.ม. ลงทุนต่ำประมาณ 4 ล้านบาทต่อสาขา ประเดิมสาขาแรกที่โลตัส สุขุมวิท 50 เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม 2569 พร้อมวางเป้า 3 ปี ขยาย 90-100 สาขา ในสัดส่วนแฟรนไชส์ 70% และจับมือ OR ขยายเข้าสถานีบริการน้ำมันด้วย
ทั้งนี้ นายธันยเชษฐ์อธิบายว่า การรุกตลาดราเมงนี้ เนื่องจากตลาดราเมงในไทยมีมูลค่าสูงถึง 8,000 ล้านบาท แต่ยังมีเจ้าตลาดหลักเพียงรายเดียว จึงเป็นโอกาสเติบโต

บอนชอนสปีดตลาดโลก
สำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทวางบอนชอนเป็น Growth Engine หลังได้สิทธิบริหารทั่วโลก ยกเว้นอเมริกา ชูจุดขาย K-Culture Ambassador เสิร์ฟสไตล์ Casual Dine-in สร้างความต่างจาก QSR ทั่วไป
โดยเตรียมเปิดสาขาพรีเมี่ยมที่ ION Orchard สิงคโปร์ เดือนหน้า เพื่อเร่งสร้าง Brand Awareness ระดับภูมิภาค หลังตลาดเปิดสาขาแรกในมาเลเซียและไต้หวันซึ่งมี 10 สาขา
พร้อมส่งแบรนด์อื่น ๆ เจาะอาเซียนเพิ่ม มีเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เป็นหัวหอก ตั้งเป้าขยายครบ 88 สาขา ในเวียดนามสิ้นปี 2569 เพื่อชิงเป็นแบรนด์พิซซ่าอันดับ 1 ในเวียดนาม ในปี 2570 ด้านอินโดนีเซีย เตรียมเพิ่มเดอะ พิซซ่า คอมปะนี เป็น 8 สาขา และสปีดสู่ 20 สาขา ในปี 2570 เพื่อรองรับการเติบโตระยะยาว หลังส่งแดรี่ควีนและกาก้าเจาะตลาดทะลุ 100 สาขาแล้ว
กระจายเสี่ยงด้วยแฟรนไชส์
นายธันยเชษฐ์กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้ปี 2569 กำลังซื้อชะลอตัว แต่ ไมเนอร์ ฟู้ด ยังคงรักษากำไรไว้ได้ โดยครึ่งปีแรกรายได้โต 4-5% ด้วยการชู Value for Money พร้อมใช้ Economy of Scale จาก 3,000 สาขาทั่วโลก
ขณะเดียวกันการขยายแฟรนไชส์ 100% ในต่างประเทศช่วยกระจายความเสี่ยงได้ชัดเจน เช่น กรณีความขัดแย้งในกัมพูชาที่แฟรนไชซีต้องสวิตช์แบรนด์ ไมเนอร์ฯเสียเพียงค่า GP ซึ่งไม่มีนัยสำคัญ แต่ไม่ต้องแบกรับผลขาดทุนจากการดำเนินงานหรือต้นทุนคงที่