Skip to content

ไทย-กัมพูชา หลังหยุดยิง

30 ก.ค. 2568 | 11:45น.
ไทย-กัมพูชา หลังหยุดยิง
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

สหรัฐอเมริกา โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และประธานอาเซียน นายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีแห่งมาเลเซีย ได้ไกล่เกลี่ยการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา ระหว่าง 24-28 ก.ค. โดยให้มีการเจรจาหยุดยิงในวันที่ 28 ก.ค. ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย โดยมีตัวแทนสหรัฐและจีนเข้าสังเกตการณ์ด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย รักษาการนายกรัฐมนตรีไทย และสมเด็จฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ที่ประเทศมาเลเซีย และนายอันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ประธานอาเซียน ได้ร่วมเจรจา และว่า 2 ฝ่ายบรรลุข้อตกลง ดังนี้

1.จะหยุดยิงในทันที มีผลเที่ยงคืนวันที่ 28 ก.ค. ตามเวลาท้องถิ่น ถือเป็นก้าวแรกในการลดระดับความรุนแรงและฟื้นฟูสันติภาพและความมั่นคง

2.จัดการประชุมอย่างไม่เป็นทางการระหว่างผู้บัญชาการภูมิภาค ประกอบไปด้วย กองทัพภาคที่ 1 และ 2 ของไทย กับกองทัพภาคที่ 4 และ 5 ของกัมพูชา ในวันที่ 29 กรกฎาคม และการประชุมกับผู้ช่วยทูตทหาร นำโดยประธานอาเซียน 3.จัดการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ในวันที่ 4 สิงหาคม โดยกัมพูชาเป็นเจ้าภาพ

ส่วนการประชุมตามข้อตกลงหยุดยิงมีขึ้นเมื่อ 10.00 น. วันที่ 29 ก.ค. ใน 3 พื้นที่คือ 1.กองทัพภาคที่ 1 กับ ภูมิภาคทหารที่ 5 กัมพูชา) ที่คลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว สองฝ่ายเห็นชอบงดเคลื่อนไหวกำลัง เพื่อหลีกเลี่ยงความหวาดระแวงระหว่างรอผลประชุม GBC วันที่ 4 ส.ค. และให้ผู้นำแต่ละระดับติดต่อกันโดยตรงได้

2.กองทัพภาคที่ 2 กับภูมิภาคทหารที่ 4 กัมพูชา ที่ช่องจอม อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ประเด็นหารือ ได้แก่ ยุติการยิงโดยทันที ห้ามใช้กำลังหรืออาวุธต่อประชาชน งดเสริมกำลังและห้ามเคลื่อนย้ายกำลังในลักษณะที่อาจสร้างความเข้าใจผิด อำนวยความสะดวกในการส่งกลับผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะ จัดตั้งชุดประสานงานระดับพื้นที่ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

3.การประชุมกองกำลังป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด (กปช.จต.) กับภูมิภาคทหารที่ 3 ฝ่ายกัมพูชา ในระบบออนไลน์ มีผลสรุปในแนวทางเดียวกันกับในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1

สถานการณ์หลังเที่ยงคืนของวันที่ 28 ก.ค. การปะทะเบาบางลงมาก กองทัพไทยยืนยันปฏิบัติตามข้อตกลงอย่างเคร่งครัด แต่ยังมีการโจมตีจากอีกฝ่าย จากนี้ต้องรอการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC (General Border Committee) อันเป็นกลไกทวิภาคีระดับสูงด้านความมั่นคง มี รมว.กลาโหมไทยกับกัมพูชาเป็นประธานร่วม เพื่อหารือปัญหาพื้นที่ชายแดนของทั้งสองประเทศ

ก็ต้องมารอดูว่าทั้ง 2 ประเทศจะใช้กลไกดังกล่าวในการแก้ปัญหาอย่างไร โดยเฉพาะในเรื่องของพื้นที่พิพาท 4 จุดที่ช่องบก อุบลฯ และสุรินทร์ ที่กัมพูชายื่นต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ แม้สถานการณ์ยังเปราะบางมาก แต่การเริ่มพูดคุยกันก็ถือเป็นสัญญาณที่ดีกว่าการปะทะและสู้รบกันดังที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 วันที่ผ่านมา