ประชาชน vs รัฐบาล ‘เสพติดมาตรการ’
บรรณาธิการ
การที่คณะรัฐมนตรีเมื่อ 22 กันยายน ที่ผ่านมาตัดสินใจต่ออายุมาตรการ ไทยช่วยไทย พลัส (60/40) ออกไปอีก 2 เดือน โดยให้เหตุผลเพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์ราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง สงครามและความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ยังไม่มีสัญญาณยุติ ถือเป็นเหตุผลที่เข้าใจได้ในมิติของการพยุงกำลังซื้อและลดภาระประชาชน
อย่างไรก็ตามยังมีคำถามจากหลายฝ่ายว่าประเทศไทยอยู่ในภาวะที่จำเป็นต้องใช้มาตรการเยียวยาต่อเนื่องจริงหรือไม่ และมาตรการนี้กำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือกำลังทำให้ทั้งรัฐบาลและประชาชน เสพติดมาตรการเยียวยาระยะสั้นมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะแน่นอนว่ามาตรการที่ประชาชนได้รับโดยตรงย่อมสร้างการรับรู้ และความพึงพอใจได้ง่ายกว่า นโยบายปฏิรูปที่ต้องใช้เวลายาวนานและเห็นผลช้า
ที่ผ่านมารัฐบาลไทยใช้มาตรการกระตุ้นและเยียวยาเศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ รัฐบาล และเมื่อมาตรการใกล้สิ้นสุดก็เกิดเสียงเรียกร้องจากประชาชนให้ต่ออายุ หรือให้มีมาตรการใหม่ออกมาทดแทนคำถามคือประเทศไทยกำลังแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยมาตรการชั่วคราวมากเกินไปหรือไม่
อย่างไรก็ดี นี่อาจไม่ได้สะท้อนแค่การเสพติดมาตรการช่วยเหลือของภาคประชาชนเท่านั้น เพราะอีกด้านอาจเป็นการเสพติดมาตรการของรัฐบาล ซึ่งดำเนินนโยบายต้องแยกให้ออกระหว่างความจำเป็นทางเศรษฐกิจ กับความจำเป็นทางการเมือง ซึ่งเป้าหมายและผลลัพธ์ของการดำเนินการแตกต่างกัน
สิ่งสำคัญคือความคุ้มค่าของการใช้เงินกู้มูลค่า 2 แสนล้านบาท เพราะการใช้เงินของรัฐบาลไม่ใช่เพียงเรื่องมาตรการเยียวยาระยะสั้น แต่หมายถึงการจัดสรรทรัพยากรของประเทศ ดังนั้นต้องประเมินถึงผลลัพธ์ที่จะกลับมา เพราะเงินที่ใช้ในมาตรการเยียวยาแต่ละก้อนมีต้นทุน ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณที่ต้องจัดสรรใหม่ ภาระหนี้สาธารณะ หรือโอกาสที่ประเทศไทยต้องสูญเสีย หากเงินส่วนใหญ่หมดไปกับการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชั่วคราว ไม่ได้เพิ่มรายได้ ไม่ได้เพิ่มผลิตภาพ ไม่ได้สร้างงานใหม่ และไม่ได้ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น เมื่อมาตรการสิ้นสุดเศรษฐกิจก็อาจกลับมาอยู่ที่เดิม
แน่นอนไม่มีรัฐบาลไหนสามารถเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชน และการช่วยเหลือประชาชนในช่วงวิกฤตถือเป็นหน้าที่ของรัฐบาล แต่การช่วยเหลือที่ดีต้องมีเป้าหมาย และวันสิ้นสุด ไม่ใช่กลายเป็นกลไกหรือมาตรการถาวร ที่ประชาชนและธุรกิจตั้งตารอความช่วยเหลือจากภาครัฐทุกครั้งที่เศรษฐกิจมีปัญหา เพราะนี่อาจทำให้โอกาสการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ และยกระดับความสามารถการแข่งขันของประเทศจะลดน้อยถอยลง