เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
Politics สภาฯ รับหลักการงบฯ 70 เอกนิติ ย้ำ ฝีไม่แตก โปร่งใส ไม่มีหมกเม็ด
กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
Politics กระทรวงภูมิใจไทย 1.4 ล้านล้านงบรัฐบาลอนุทิน ปีแรก 3.788 ล้านล้าน
ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
Politics ฟื้นกองเรือเก่าภาษีเจริญ ผุดนำร่อง ‘School Boat-เรือแท็กซี่’ เชื่อม BTS บางหว้า
ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
Politics ผลเลือกตั้ง กทม.-พัทยา
JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
Business JimmyYoung สลัดโมเดลออนไลน์ รุกตลาดแมสส่งแบรนด์ Black Magic บุก 7-Eleven
กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
News กทพ. อัดโปรแรง 7 ก.ค. แจกเงินคืน 50% ดันยอดผู้ใช้ Easy Pass ลดภาระค่าครองชีพ
สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
Politics สุริยะ คาดไม่เกิน 30 วัน ส่งออกกุ้งไทย ไปมาเลเซียได้
ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
Finance ตลาดหลักทรัพย์ฯ เพิ่มเกณฑ์กำกับดูแล บจ. เข้มเปิดเผยข้อมูล ขึ้นเครื่องหมาย C มีผลตั้งแต่ 1 ก.ค. 69
DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
Uncategorized DPU ชู 3 งานวิจัยนวัตกรรมเกาะเกร็ด ดึงนักศึกษาลงพื้นที่ยกระดับ GI–ท่องเที่ยว
เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
Finance เริ่มมีผลแล้ว! ค่าธรรมเนียมธนาคารมาตรฐานใหม่ 19 รายการ ทยอยบังคับใช้ถึง ต.ค. 2569
ดูทั้งหมด

โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ช่องทางสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ของไทย

14 ส.ค. 2568 | 08:14น.
FILE PHOTO: U.S. closes $1.52 billion loan to resurrect Michigan nuclear power plant

FILE PHOTO: U.S. closes $1.52 billion loan to resurrect Michigan nuclear power plant

คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : พงษ์ประภา นภาพฤกษ์ชาติ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS

เมื่อเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา รัฐบาลไทยได้จับมือกับรัฐบาลเกาหลีใต้ผ่านทางการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) และ Korea Hydro and Nuclear Power Co., Ltd. (KHNP) เพื่อร่วมกันศึกษาความเป็นไปได้เบื้องต้นของการดำเนินโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก (SMR) ทั้งในแง่ของแนวทางปฏิบัติด้านพลังงานและการพัฒนาบุคลากร

นอกจากนั้น ภาครัฐของไทยได้มีการบรรจุแผนพัฒนาโครงการ SMR ไว้ในร่างแผนพัฒนากำลังผลิตกำลังไฟฟ้าของประเทศไทย พ.ศ. 2567-2580 (ร่างแผน PDP2024) และแผนวิสาหกิจ กฟผ. ปี 2568-72 แล้ว ซึ่งเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนความจริงจังในการพัฒนาโรงไฟฟ้า SMR ของไทย

จากร่างของแผนพัฒนาดังกล่าว ภาครัฐมีแผนที่จะให้ กฟผ.เริ่มก่อสร้างโรงไฟฟ้า SMR ในปี 2575 และเดินเครื่องโรงไฟฟ้า SMR ที่มีกำลังการผลิตไฟฟ้าทั้งหมด 600 เมกะวัตต์ ในช่วงปี 2580-2640 (60 ปี)

โดยแบ่งเป็นกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SMR ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือราว 300 เมกะวัตต์ และกำลังการผลิตไฟฟ้าของโรงไฟฟ้า SMR ในภาคใต้ราว 300 เมกะวัตต์ ซึ่งแผนการลงทุนดังกล่าวจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการพัฒนา SMR และสร้างรายได้เพิ่มเติมแก่ กฟผ.ในอนาคต

Krungthai COMPASS ประเมินว่า การที่ กฟผ.ลงทุน SMR ที่มีกำลังการผลิตรวม 600 เมกะวัตต์ตามนโยบายของภาครัฐจะก่อให้เกิดเม็ดเงินลงทุนในการพัฒนา SMR ราว 9.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า กฟผ.เลือกลงทุนโรงไฟฟ้า SMR ประเภท Land-Based Water-Cooled SMRs (LWR) ที่ใช้เงินในการลงทุนราว 155 ล้านบาท/เมกะวัตต์ ในปี 2575 ซึ่งสอดคล้องกับการประเมินของ Wood Mackenize และสถาบันพลังงานนิวเคลียร์ของสหรัฐ

นอกจากนั้น การลงทุน SMR ดังกล่าวยังสร้างรายได้จากการขายไฟฟ้าราว 7.8 แสนล้านบาท ตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 60 ปี หรือเฉลี่ยปีละ 1.3 หมื่นล้านบาท และสร้างผลตอบแทนโดยเฉลี่ย (IRR) อยู่ราว 6.8% ต่อปี ซึ่งอยู่ภายใต้สมมุติฐานที่ว่า SMR ดังกล่าวขายไฟฟ้าในรูปแบบเดียวกับราคาขายไฟฟ้าของภาคเอกชนให้กับ กฟผ.

ซึ่งประกอบด้วย 2 ส่วน ได้แก่ 1) ค่าพร้อมจ่ายไฟฟ้า ซึ่งคาดว่าจะคงที่อยู่ที่ 0.68 บาท/หน่วยไฟฟ้า 2) ค่าพลังงานไฟฟ้าที่คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ราว 1.94 บาท/หน่วยไฟฟ้า จากการประเมินโดย UBS และสมาคมนิวเคลียร์โลก ทั้งนี้ ค่าพลังงานไฟฟ้าจะเปลี่ยนแปลงตามทิศทางของราคาเชื้อเพลิงหลัก อย่าง Uranium-235

Krungthai COMPASS ประเมินว่าการลงทุน SMR ของ กฟผ.ที่กล่าวมาข้างต้น นอกจากจะสร้างรายได้เพิ่มเติมจากการขายไฟฟ้าให้ กฟผ.แล้ว ยังสร้างรายได้แก่ธุรกิจที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนา SMR ของไทยในช่วงปี 2575-80 ราว 4.3 หมื่นล้านบาท

โดยธุรกิจที่ได้รับประโยชน์จากการลงทุนดังกล่าวมากที่สุด คือธุรกิจรับเหมาก่อสร้างและโยธา ซึ่งคาดว่าจะสามารถสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการในกลุ่มนี้ราว 2.26 หมื่นล้านบาทในช่วงเวลาดังกล่าว

แม้ว่าการลงทุน SMR ข้างต้นจะสร้างรายได้เพิ่มเติมแก่ กฟผ.และผู้ประกอบการไทยที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทานของการพัฒนา SMR

อย่างไรก็ดี เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในแง่ของประสิทธิภาพและความปลอดภัยของ SMR แก่ประชาชน ภาครัฐและภาคเอกชนของไทยสามารถปฏิบัติตามแนวทางดังนี้

1) เลือกพื้นที่ตั้งของโรงไฟฟ้า SMR ที่มีระบบส่งไฟฟ้าที่จำกัดและอยู่ใกล้แหล่งน้ำ เพื่อเพิ่มความเสถียรในการใช้ไฟฟ้าของพื้นที่ และลดต้นทุนในการก่อสร้าง

2) รับฟังความคิดเห็นจากชุมชนที่อยู่รอบ SMR พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับกระบวนการดำเนินงานอย่างครบถ้วน 3) ออกกฎหมายให้ผู้ประกอบธุรกิจ SMR ต้องจัดเงินทุนสำหรับการกำจัดกากกัมมันตรังสี

4) ออกแบบ SMR ให้มีระบบตัดไฟฟ้าและต้านทานแผ่นดินไหว รวมทั้งมีอาคารที่ใช้กักเก็บกากกัมมันตรังสี เพื่อป้องกันความเสียหายของ SMR และการรั่วไหลของสารกัมมันตรังสี

5) ก่อสร้างแหล่งเก็บกากกัมมันตรังสีใต้พื้นดินอย่างถาวร ในบริเวณที่ไม่มีรอยเลื่อนที่ยังเคลื่อนไหว และมีชั้นหินเก่าแก่ที่มั่นคง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสามารถกักเก็บกากกัมมันตรังสีที่ทิ้งจาก SMR ได้อย่างปลอดภัย