คอลัมน์ : สมาร์ทเอสเอ็มอี ผู้เขียน : finbiz by ttb
ในช่วงที่ภาครัฐเริ่มขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานสะอาดอย่างจริงจัง มาตรการ “โซลาร์รูฟท็อป” สำหรับภาคประชาชนจึงไม่ใช่เพียงข่าวดีของผู้บริโภคเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณสำคัญที่ภาคธุรกิจควรจับตา finbiz by ttb จึงชวน SMEs ไทย มาสร้างโอกาสจากมาตรการพลังงานสะอาด เพราะพลังงานสะอาดกำลังจะกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของโลกธุรกิจ
มาตรการส่งเสริมจากภาครัฐสำหรับประชาชนในด้านพลังงานแสงอาทิตย์
ก่อนเข้าสู่โอกาสทางธุรกิจ ขอชวนผู้ประกอบการมาดูมาตรการรัฐ ภาคประชาชนกันก่อน โดยภาครัฐได้มีการสนับสนุนและสร้างความน่าสนใจให้กับการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป (Solar Rooftop) อย่างเต็มที่ โดยให้สิทธิลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สูงสุด 200,000 บาท ตามค่าใช้จ่ายจริง (รวม VAT) ซึ่งการให้สิทธิลดหย่อนภาษีนี้ คาดว่าจะทำให้มีมาตรการต่อเนื่องเข้ามาสนับสนุน และจะช่วยประหยัดพลังงานจากภาคประชาชนได้ดังนี้
-ลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 585 ล้านหน่วย/ปี
-ลดการนำเข้าก๊าซ LNG มูลค่ากว่า 2,100 ล้านบาท/ปี
-ลดการปล่อยคาร์บอน 2.64 ล้านตัน CO2/ปี
สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับภาคธุรกิจที่ได้มาจากการดำเนินการด้านพลังงาน
ธุรกิจที่ลงทุนในเครื่องจักร หรืออุปกรณ์ประหยัดพลังงาน ที่มีฉลากประสิทธิภาพสูง (ระดับ 5 ดาว) สามารถนำค่าใช้จ่ายไปหักลดหย่อนภาษีได้ 1.5 เท่า ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสของธุรกิจ ได้แก่
-ช่วยลดต้นทุนพลังงาน
-ช่วยยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน
-ช่วยปรับตัวเข้าสู่แนวทางธุรกิจที่ยั่งยืน
-พลังงานสะอาด กลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาดของธุรกิจ
เนื่องจากพลังงานสะอาดไม่ได้เป็นเพียงแค่ทางเลือก แต่จะมาเป็นมาตรฐานใหม่สำหรับการทำธุรกิจ ที่ในอนาคตอันใกล้จะมีมาตรการ และกฎเกณฑ์ต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เพื่อให้ธุรกิจยึดหลักแนวคิดการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน หรือ ESG ดังนั้น การวางแผนเพื่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นหนึ่งในสิ่งที่ธุรกิจทุกขนาดต้องใส่ใจ ไม่เพียงมองภาพเป็นกิจกรรม CSR แต่เป็นการลงทุนเพื่อธุรกิจในระยะยาว ซึ่งพลังงานสะอาดคือหนึ่งในนั้น นอกจากได้รับสิทธิทางภาษีจากทางภาครัฐแล้ว ปัจจุบันสถาบันทางการเงินก็มีผลิตภัณฑ์มาสนับสนุน อย่าง ทีทีบี ก็มีสินเชื่อเพื่อธุรกิจสีเขียว (Green Loan) เพื่อสนับสนุนโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมในด้านต่าง ๆ เช่น
-ด้านพลังงานทดแทน
-ด้านระบบประหยัดพลังงาน
-ด้านการจัดการของเสียและน้ำเสีย
-ด้านการขนส่งสะอาด
-ด้านอาคารสีเขียว
จุดเด่นของสินเชื่อเพื่อธุรกิจสีเขียว (Green Loan)
-ดอกเบี้ยพิเศษ ช่วยลดต้นทุนทางการเงิน
-เข้าถึงแหล่งทุน สำหรับโครงการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
-เสริมภาพลักษณ์องค์กร ให้สอดคล้องกับแนวทาง ESG
-สอดรับกับมาตรการภาษี ที่ภาครัฐสนับสนุน
โอกาสของธุรกิจที่เริ่มต้นก่อน
เมื่อพลังงานสะอาดไม่ใช่เรื่องของอนาคตอีกต่อไป ธุรกิจที่เริ่มต้นได้ก่อนจึงได้เปรียบกว่า ทั้งในด้านของต้นทุนการเข้าถึงแหล่งทุน ความเชื่อมั่นจากลูกค้าและคู่ค้า และยิ่งมีมาตรการสำหรับประชาชนด้วยแล้วธุรกิจที่อยู่ในซัพพลายเชนของพลังงานสะอาด เช่น โซลาร์รูฟท็อปยิ่งจะได้รับประโยชน์โดยตรง จากความสนใจการใช้พลังงานแสงอาทิตย์และการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปบนบ้านพักอาศัยของประชาชน
ผลลัพธ์เชิงบวกต่อประเทศและสิ่งแวดล้อม
หากมาตรการดังกล่าวได้รับการตอบรับจากทั้งภาคประชาชน และภาคธุรกิจอย่างกว้างขวางแล้ว คาดว่าจะสามารถช่วยให้ประเทศไทยประหยัดการใช้พลังงานและการนำเข้าพลังงานได้ดังนี้
-ลดการใช้ไฟฟ้าได้กว่า 30,268 ล้านหน่วย/ปี
-ลดการนำเข้า LNG มูลค่า 110,188 ล้านบาท/ปี
-ลดการปล่อยคาร์บอน 15.34 ล้านตัน CO2/ปี
-กระตุ้นเศรษฐกิจรวมกว่า 254,063 ล้านบาท
จากมาตรการดังกล่าว ไม่เพียงส่งเสริมภาคประชาชนและธุรกิจ แต่ยังสามารถช่วยประเทศชาติและโลกของเรา พร้อมตอบโจทย์ธุรกิจยุคใหม่ที่รักษ์โลกและสิ่งแวดล้อม เพื่อต่อยอดให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน