ไทม์ไลน์ ครม.อนุทิน
คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
การประชุมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล เมื่อวันที่ 29-30 ก.ย. ทำให้เห็นภาพการเมืองใน 6 เดือนจากนี้ชัดเจนขึ้นว่า มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง
โดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า รัฐบาลจะทำงาน 4 เดือน ตาม MOA เริ่มนับหนึ่งจากวันที่ 1 ต.ค. 2568 ไปครบ 4 เดือน ในวันที่ 31 ม.ค. 2569 การยุบสภาจะเกิดขึ้นไม่เกินวันที่ 31 ม.ค. 2569 หรืออาจเร็วกว่า
สำหรับเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชนระบุว่า พรรคภูมิใจไทยจะต้องเปิดประตู นำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ด้วยการทำประชามติ สอบถามประชาชนก่อน ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ
นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรี ได้ชี้แจงคำถามว่า การลงประชามติรัฐธรรมนูญ จะถาม 2 เรื่องเท่านั้น คือ 1.ประชาชนจะเห็นชอบให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่ และ 2.ประชาชนเห็นชอบกับวิธีการเนื้อหาสาระที่รัฐสภาทำร่างรัฐธรรมนูญมาแล้ว ตามมาตรา 256 อนุมาตรา 1-6 หรือไม่ แต่จะไม่มีการลงไปถึงเนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ดังนั้น เนื้อหาของรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ต้องรอว่า ส.ส.ร.ที่มาจาก หมวด 15/1 จะเขียนอะไร แต่ที่แน่ ๆ พรรคภูมิใจไทย และพรรคใหญ่อีกพรรค จะไม่แตะ หมวด 1 หมวด 2
นายบวรศักดิ์ระบุว่า หากจะแก้ไขเรื่องคุณสมบัติ และลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งต่าง ๆ รัฐธรรมนูญมาตรา 256 (8) ระบุชัดว่า ต้องไปทำประชามติก่อน ดังนั้น เรื่องนี้รัฐบาลจะไม่แตะ ส่วนรัฐธรรมนูญใหม่ที่ทำโดย ส.ส.ร. จะแตะหรือไม่แตะ ต้องไปดูในขั้นตอนที่สอง ส่วนการประชามติว่าจะยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชา หรือไม่ กกต.ระบุว่าการทำประชามติแต่ละครั้ง ใช้งบประมาณ 6,000 ล้านบาท รัฐบาลจึงจะจัดทำประชามติพร้อมกับการเลือกตั้ง สส.
ดังนั้น ในการเลือกตั้ง สส.ที่จะเกิดขึ้นหลังจากยุบสภา ประชาชนจะได้บัตร 4 ใบ คือ 1.บัตรเลือก สส.เขต 2.บัตรเลือก สส.บัญชีรายชื่อ 3.บัตรการลงประชามติเรื่องรัฐธรรมนูญ 4.บัตรที่จะสอบถามประชาชนว่า จะให้ยกเลิก MOU ไทย-กัมพูชาหรือไม่
และจากการอภิปรายในรัฐสภา ทำให้เห็นว่า ในภาพรวม รัฐบาลพรรคภูมิใจไทย จะทำหน้าที่ประมาณ 8-9 เดือน หากนับรวมหลังเลือกตั้ง ที่จะต้องมีการจัดตั้งรัฐบาล ประมาณเดือน พ.ค. 2569 หรืออย่างช้า เดือน มิ.ย. 2569 ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่น้อย แต่ก็เป็นเรื่องที่ดี หากสามารถทราบล่วงหน้าว่า จะเกิดอะไรขึ้นในการเมืองของประเทศ ในเวลาไหนอย่างไร เพื่อประโยชน์ของทุกฝ่ายในการตั้งรับและวางแผน
การเลือกตั้งทั่วไปที่จะเกิดขึ้นหลังยุบสภา จึงเป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ และมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของประชาชนถึง 4 เรื่อง คือ เลือก สส.เขตและบัญชีรายชื่อ ตัดสินใจว่าจะให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ด้วยวิธีการตามที่เสนอหรือไม่ และตัดสินใจเกี่ยวกับ MOU ไทย-กัมพูชา การเตรียมการเลือกตั้งจึงต้องมีการนำเสนอข้อมูลที่รอบด้านให้ประชาชน เพื่่อช่วยในการตัดสินใจที่เกี่ยวกับอนาคตของประเทศ