คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ
การปะทะด้วยกำลังทางทหารอีกรอบระหว่างไทยกับกัมพูชา เริ่มเมื่อวันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมา เมื่อทหารกัมพูชา ยิงใส่ทหารไทย ที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย การยิงโจมตีของทหารกัมพูชาวันรุ่งขึ้น 8 ธ.ค. ทำให้ทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง จากนั้นฝ่ายไทยได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีทางอากาศ ต่อที่มั่นทางทหาร
ขณะที่การปะทะภาคพื้นดินรุนแรงมากขึ้น พื้นที่สู้รบขยายยาวตลอดแนวชายแดนไทย-กัมพูชา จากอุบลราชธานี ศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ สระแก้ว จันทบุรี ถึงตราด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เรียกประชุมฝ่ายความมั่นคง ในเช้าวันที่ 8 ธ.ค. และแถลงยืนยันใช้ปฏิบัติการทางทหารตอบโต้กัมพูชา และจะยังไม่เจรจา ขณะที่ฝ่ายทหารใช้กำลังทางอากาศ ปืนใหญ่ รถถัง และกำลังภาคพื้นดิน เข้าผลักดันทหารกัมพูชาออกจากพื้นที่อธิปไตยของไทย
ก่อนหน้าการปะทะในครั้งนี้ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. รัฐบาลกัมพูชาพ่ายแพ้ทางการทูต ในที่ประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาห้ามทุ่นระเบิดสังหารบุคคล หรืออนุสัญญาออตตาวา ครั้งที่ 22 ณ สำนักงานองค์การสหประชาชาติ เจนีวา สวิส เมื่อผู้แทนไทยได้อภิปรายชี้แจงและเปิดหลักฐานคลิปวิดีโอและภาพถ่ายหลักฐานทหารกัมพูชาวางทุ่นระเบิด ที่ทำให้ทหารไทยบาดเจ็บสาหัส สูญเสียขาถึง 7 นาย กัมพูชาพยายามขัดขวางแต่หลักฐานจากฝ่ายไทยมีความหนักแน่น ทำให้ไม่สามารถโต้แย้งได้
ทั้งนี้ ฝ่ายไทยเรียกร้องให้มีคณะผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงระดับนานาชาติตรวจสอบว่ามีการวางทุ่นระเบิดใหม่ตามแนวชายแดน การเปิดข้อมูลในที่ประชุมดังกล่าว เป็นความเคลื่อนไหวที่ต่อเนื่องกับการประกาศระงับการปฏิบัติตาม Joint Declaration (JD) ระหว่างนายกรัฐมนตรีไทยและกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ ทั้งหมด พร้อมยุติการส่งเชลยศึก 18 นาย ให้กับกัมพูชา หลังทหารไทย 4 นายได้รับบาดเจ็บจากการ “เหยียบทุ่นระเบิด” บริเวณห้วยตามาเรีย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ใกล้ปราสาทเขาพระวิหาร ขณะลาดตระเวน
ปฏิบัติการตอบโต้ของฝ่ายไทยในการปะทะครั้งล่าสุด มุ่งลิดรอนศักยภาพทางทหารของกัมพูชา เพื่อลดการคุกคามความมั่นคงของประเทศไทย และเข้ายึดคืนพื้นที่อธิปไตยของไทย ได้แก่ ปราสาท และเนินต่าง ๆ ด้านศรีสะเกษ สุรินทร์ และพื้นที่สระแก้ว จันทบุรี และตราด ที่กัมพูชาส่งทหารรุกล้ำเข้ามายึดครองไว้ ขณะที่สื่อต่างประเทศรายงานว่า กัมพูชาทราบดีว่าไม่อาจต่อกรกับไทยในสงครามตามแบบได้เลย
แต่พนมเปญกำลังใช้ความอ่อนแอทางทหารนี้ เพื่อเล่นเกมทางการทูตบนเวทีโลก นำเสนอตนเองในฐานะประเทศที่อ่อนแอกว่า เพื่อเรียกคะแนนความเห็นใจจากนานาชาติ อย่างไรก็ตาม เกมการทูตของกัมพูชาเกิดขึ้นขณะเป็นที่ทราบว่า กัมพูชาเป็นฐานใหญ่ของสแกมเมอร์ที่นานาชาติต่อต้าน ส่งผลต่อเศรษฐกิจและสถานะของผู้นำของกัมพูชาอยู่ในสภาพง่อนแง่นอย่างหนัก