Low Calorie Lifestyle โอกาสใหม่ของธุรกิจอาหารไทยในยุค Longevity
คอลัมน์ : นอกรอบ
ผู้เขียน : กฤชนนท์ จินดาวงศ์ ศูนย์วิจัย Krungthai COMPASS ธนาคารกรุงไทย
Low Calorie Food กำลังก้าวข้ามบทบาทจากสินค้าเฉพาะกลุ่มสำหรับผู้ต้องการลดนํ้าหนัก สู่ตลาดอาหารแห่งอนาคตที่ตอบโจทย์การมีสุขภาพดีและอายุยืนยาวขึ้น ผู้บริโภคไม่ได้มองหาเพียงอาหารนํ้าตาลตํ่าหรือไขมันตํ่าอีกต่อไป แต่ต้องการอาหารที่ช่วยยืด “ช่วงชีวิตที่มีสุขภาพดี” หรือ Healthspan ภายใต้กระแส Longevity Economy ที่กำลังเติบโตทั่วโลก
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับสังคมสูงวัยและการเพิ่มขึ้นของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ทำให้ตลาดอาหารแคลอรีต่ำขยายจากกลุ่มคนลดน้ำหนักไปสู่ผู้บริโภคที่ต้องการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันและลดความเสี่ยงด้านสุขภาพในระยะยาว
แรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดมาจากการเพิ่มขึ้นของภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนทั่วโลก โดยเฉพาะในประเทศกำลังพัฒนา สำหรับไทยมีสัดส่วนประชากรที่มีภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนแตะ 45% ของประชากรในปี 2568 ภาวะดังกล่าวไม่เพียงส่งผลต่อคุณภาพชีวิต แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเรื้อรัง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง ส่งผลให้อาหารแคลอรีต่ำถูกมองเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญของการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันมากกว่าการเป็นเพียงทางเลือกของผู้ต้องการควบคุมน้ำหนัก
อีกหนึ่งปัจจัยที่กำลังเปลี่ยนภูมิทัศน์อุตสาหกรรมอาหารคือ การเติบโตของยากลุ่ม GLP-1 ซึ่งช่วยควบคุมความอยากอาหารและน้ำหนักตัว การใช้งานที่เพิ่มขึ้นกำลังส่งผลต่อพฤติกรรมการบริโภค ทำให้ผู้บริโภคลดการรับประทานขนมหวานและอาหารที่ให้พลังงานสูง
ขณะเดียวกันกลับหันมาบริโภคอาหารที่มีโปรตีนสูงและให้ความอิ่มนานมากขึ้น สะท้อนให้เห็นว่าโอกาสทางธุรกิจในอนาคตจะไม่ได้อยู่ที่การลดแคลอรีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสามารถตอบโจทย์ด้านโภชนาการและสุขภาพควบคู่กันไป
นอกจากนี้เทคโนโลยีด้านสุขภาพกำลังเปลี่ยนการควบคุมน้ำหนักให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันมากขึ้น อุปกรณ์อย่าง Smart Watch, Smart Ring และ Smart Scale ช่วยให้ผู้บริโภคติดตามข้อมูลสุขภาพได้อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่น้ำหนัก สัดส่วนไขมัน ไปจนถึงมวลกล้ามเนื้อ ทำให้เห็นความเชื่อมโยงระหว่างพฤติกรรมการกินกับผลลัพธ์ทางสุขภาพอย่างเป็นรูปธรรม เมื่อรวมกับแนวทางขับเคลื่อน Longevity Economy ของภาครัฐไทยที่มุ่งเน้นการป้องกันโรคมากกว่าการรักษา ยิ่งช่วยสนับสนุนการเติบโตของตลาดอาหารเพื่อสุขภาพในระยะยาว
Krungthai COMPASS ประเมินว่าตลาด Low Calorie Food ของไทยมีศักยภาพเติบโตประมาณ 2.6 เท่าภายในปี 2578 โดยคาดว่ามูลค่าตลาดจะเพิ่มจาก 651 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เป็น 1,694 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2578 หรือเติบโตเฉลี่ย 10.0% ต่อปี โดยได้รับแรงหนุนจากจำนวนผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก ผู้ป่วย NCDs และผู้บริโภคที่ให้ความสำคัญกับสุขภาพเชิงป้องกันมากขึ้น
อย่างไรก็ตามเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพอาจไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ที่ลดน้ำตาลหรือแคลอรีเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลิตภัณฑ์ที่เพิ่มสารอาหารที่มีประโยชน์เพิ่มเติม เช่น โปรตีนบาร์เสริม พรีไบโอติก ขนมขบเคี้ยวแคลอรีต่ำเสริมวิตามิน หรืออาหารที่มีโปรตีนและไฟเบอร์สูง ซึ่งมีแนวโน้มสร้างมูลค่าเพิ่มและตั้งราคาพรีเมี่ยมได้มากกว่า
สำหรับผู้ประกอบการอาหารไทย การแข่งขันในอนาคตควรมุ่งพัฒนาสินค้าแคลอรีต่ำไปสู่ผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมโยงคุณค่าทางโภชนาการกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นสารอาหารที่ช่วยตอบโจทย์การควบคุมน้ำหนัก รักษามวลกล้ามเนื้อ ดูแลระบบทางเดินอาหาร และส่งเสริมสุขภาพระยะยาว ควบคู่กับการรักษารสชาติให้ใกล้เคียงหรือดีกว่าอาหารทั่วไป
กลยุทธ์สำคัญจึงเป็นการสร้าง Value Growth ผ่านนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์พรีเมี่ยม รวมถึงการลงทุนด้าน R&D และความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ เพื่อสร้างความแตกต่างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในตลาดสุขภาพที่กำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง