เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
Biz Movement NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
News จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
Real Estate SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
Finance ตลาดหุ้นไทยวันนี้ (2 ก.ค.) ปิดที่ 1,593.56 จุด เพิ่มขึ้น 5.33 จุด (+0.34%) หุ้นแบงก์ตัวแบกพา SET บวกต่อ
‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
Business ‘อรทัยซูชิวังหลัง’ แชมป์ ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ บน Grab กวาดยอดขายทะลุ 4 แสนบาท
ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
Real Estate ออริจิ้น ร่วมทุน Hotel101 พัฒนาโรงแรม 4 ดาว Hotel 101 ย่านพหลโยธิน ใกล้รถไฟฟ้า
กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
Finance กยศ. แจงผู้กู้ยืมที่ถูกหักเงิน ยอดหนี้ไม่ลดทันที ยันเงินไม่หาย
ดูทั้งหมด

ทิศทาง ดบ.ซ้ำเติมหนี้ครัวเรือน โฟกัส 10 ธุรกิจเติบโตต่ำ-เสี่ยงสูง

27 ธ.ค. 2561 | 11:09น.

คอลัมน์ ดุลยธรรม

โดย ดร.อนุสรณ์ ธรรมใจ คณะเศรษฐศาสตร์ ม.รังสิต

ปัญหาหนี้ครัวเรือนมีความอ่อนไหวมากขึ้นจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยที่หมดยุคขาลง เปลี่ยนเป็นขาขึ้น โดยเฉพาะหลังคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งล่าสุด เมื่อ 19 ธันวาคมที่ผ่านมา ทั้งที่ในสภาพความเป็นจริงยังไม่จำเป็นปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะจะซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือน

แม้เงินเฟ้อไตรมาสแรกปีหน้ามีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น อันเป็นผลจากการปรับเพิ่มค่าโดยสารสาธารณะ ราคาพลังงาน และกิจกรรมการเลือกตั้ง แต่เศรษฐกิจไทยยังไม่ได้มีแรงกดดันหรือมีปัญหาทางด้านเสถียรภาพ จึงมองว่าขณะนี้เร็วเกินไปที่จะปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เพราะการปรับขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้เศรษฐกิจในระดับฐานรากชะลอตัวลงอีก และอาจเป็นปัจจัยทำให้เงินบาทแข็งค่ากระทบต่อภาคการส่งออก และเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น

การก่อหนี้เพื่อซื้อสินทรัพย์ถาวรอย่างบ้าน รถยนต์ ฯลฯ จะชะลอตัวลง เช่นเดียวกับการลงทุนเพื่อประกอบกิจการก็อาจชะลอตัวลงด้วย จากต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มสูงขึ้น ในส่วนของหนี้ภาคครัวเรือน ประเด็นที่หลายฝ่ายแสดงความวิตกกังวล

ขณะนี้ คือ หนี้เฉลี่ยครัวเรือนที่ปรับตัวสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ จากการสำรวจของหอการค้าฯ โดยมูลค่าหนี้อยู่ที่ 3.16 แสนบาทต่อครัวเรือน จะอ่อนไหวในเรื่องความสามารถในการผ่อนชำระมากยิ่งขึ้น จากทิศทางอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น

ทั้งนี้ ยอดหนี้ภาคครัวเรือนโดยรวมในปัจจุบันซึ่งอยู่ที่กว่า 12 ล้านล้านบาท อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบเศรษฐกิจการเงินในอนาคตได้ จึงน่าจะหาทางป้องกันแก้ไขปัญหาด้วยการทำให้รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น เพื่อลดการก่อหนี้

สำหรับนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน หากทำได้จะช่วยแก้ปัญหาความเสี่ยงของระบบเศรษฐกิจ และแก้ปัญหาหนี้ครัวเรือนได้มีประสิทธิภาพ มากกว่าการดำเนินนโยบายเข้มงวดทางการเงิน

โดยสรุป การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในช่วงนี้เพื่อรองรับความเสี่ยงในอนาคต และป้องกันปัญหาฟองสบู่ น่าจะเป็นการส่งสัญญาณที่เร็วเกินไป และอาจซ้ำเติมปัญหาหนี้ครัวเรือนได้ แม้ปัจจุบันหนี้ภาคครัวเรือนต่อจีดีพีจะลดลงมาเล็กน้อยอยู่ที่ระดับ 77% จากระดับ 80% เมื่อ 3-4 ปีก่อน

ขณะเดียวกันจากที่คนอีกหลายกลุ่มยังตกอยู่ในสภาพที่ยากลำบาก โดยเฉพาะประชาชนในระดับฐานราก และผู้ใช้แรงงาน ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจและค่าครองชีพเวลานี้ คนกลุ่มนี้จึงควรได้รับการปรับเพิ่มอัตราค่าจ้างขั้นต่ำเพิ่มเติม และควรมีมาตรการพยุงราคาสินค้าเกษตรเพื่อแก้ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ

ส่วนผู้ใช้แรงงาน กฎหมายคุ้มครองแรงงานฉบับใหม่ที่เพิ่มอัตราชดเชยกรณีถูกเลิกจ้าง และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้ใช้แรงงาน จะช่วยบรรเทาปัญหาทางเศรษฐกิจของผู้ถูกเลิกจ้าง จากที่หลายธุรกิจอุตสาหกรรมอาจเลิกจ้างเพิ่มเติมในปีหน้าได้ระดับหนึ่ง เช่นเดียวกับกรณีการย้ายสถานประกอบการไปที่อื่น หากลูกจ้างไม่ประสงค์ย้ายตามไป ก็สามารถบอกเลิกสัญญาจ้าง และได้สิทธิชดเชยตามอัตราใหม่เช่นเดียวกัน อย่างลูกจ้างทำงานครบ 20 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินชดเชย 400 วัน เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม ปีหน้ามีแนวโน้มว่าจะมีธุรกิจอุตสาหกรรมที่มีอัตราการเติบโตต่ำมาก มีความเสี่ยงสูง และจะมีการเลิกจ้างพนักงานเพิ่มเติมจากพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้บริโภคและการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่น่าจับตามอง ได้แก่ 1.ธุรกิจอุตสาหกรรมทีวี ทีวีดิจิทัล เคเบิลทีวี สื่อสิ่งพิมพ์และสำนักพิมพ์ต่าง ๆ 2.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายหรือการให้เช่า CD DVD

3.ธุรกิจอุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยางและปาล์มน้ำมัน 4.สถานศึกษาเอกชน 5.ธุรกิจร้านค้าแบบดั้งเดิม 6.ธุรกิจให้บริการโทรศัพท์พื้นฐานและธุรกิจร้านอินเทอร์เน็ต 7.ธุรกิจหัตถกรรมและเฟอร์นิเจอร์ไม้ 8.อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องหนัง 9.เครือข่ายสาขาสถาบันการเงิน 10.เครือข่ายห้างสรรพสินค้า

 

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat

หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

หนีครัวเรือน