หาดใหญ่โพล เปิดเผยดัชนีเชื่อมั่นคนใต้ เดือนเมษายน 2569 ชี้ สงครามตะวันออกลางดันต้นทุนพลังงาน หนี้ครัวเรือนพุ่ง เมินติดโซลาร์เซลล์เพราะเงินดาวน์สูง ระยะผ่อนสั้น
ผศ.ดร.วิวัฒน์ จันทร์กิ่งทอง ผู้จัดการศูนย์วิจัยนวัตกรรมทางธุรกิจ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่ รายงานผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ 420 ตัวอย่าง ด้านเศรษฐกิจและสังคม พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของประชาชนโดยรวมเดือนเมษายน 2569 ปรับตัวลดลง เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนมีนาคม 2569
ดัชนีที่มีการปรับตัวลดลง ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจโดยรวม รายได้จากการทำงาน ความสุขในการดำเนินชีวิต ฐานะการเงิน (รายได้หักรายจ่าย) การออมเงิน การรักษามาตรฐานค่าครองชีพ การลดลงของหนี้สิน ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน การแก้ปัญหายาเสพติด การแก้ปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ ปัจจัยสำคัญมาจาก ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่กระทบต่อเศรษฐกิจไทย เนื่องจากการขนส่งน้ำมันและก๊าซผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของพลังงานโลกหยุดชะงัก ทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้น และการที่ราคาพลังงาน เช่น น้ำมันและก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น จึงส่งผลกระทบต่อประเทศไทยเป็นอย่างมาก
ขณะที่ประเทศไทยต้องพึ่งพาการนำเข้าพลังงานเป็นหลัก ทำให้ค่าครองชีพของประชาชนเพิ่มสูงขึ้นมาก เพราะก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นต้นทุนการผลิตไฟฟ้า และค่าน้ำมันซึ่งเป็นต้นทุนของการขนส่ง และต้นทุนการผลิตสินค้าทุกชนิดมีราคาสูงขึ้น ส่งผลให้ราคาอาหารและข้าวของเครื่องใช้ต่าง ๆ สูงขึ้นตามไปด้วย ทำให้พ่อค้าแม่ค้าและผู้ประกอบการต้องปรับขึ้นราคาสินค้าเพื่อความอยู่รอด ขณะเดียวกันรายได้หรือค่าจ้างของประชาชนส่วนใหญ่ยังคงเท่าเดิม
“ประชาชนต้องจ่ายเงินมากขึ้นเพื่อซื้อของจำนวนเท่าเดิม ซึ่งนับเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าข้าวของแพงขึ้น และค่าครองชีพสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในขณะที่ภาคธุรกิจก็ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น จนแข่งขันได้ยาก รัฐบาลยังต้องนำเงินไปอุดหนุนเพื่อตรึงราคาพลังงานไม่ให้แพงเกินไปจนเกิดเป็นภาระหนี้สาธารณะจำนวนมาก” ผศ.ดร.วิวัฒน์กล่าว
ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวอีกว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนการเดินทางท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก เพราะเมื่อราคาน้ำมันแพงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนของการท่องเที่ยวสูงขึ้น ทำให้ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าโดยสารรถทัวร์ รถตู้ แท็กซี่ และเรือนำเที่ยวก็ต้องปรับราคาขึ้นตาม นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติจำนวนมากได้ชะลอการเดินทาง หรือลดจำนวนวันในการท่องเที่ยว ลดการจับจ่ายใช้สอยลง
ผลกระทบจึงตกไปสู่อาชีพที่พึ่งพานักท่องเที่ยวเป็นทอด ๆ ตั้งแต่กลุ่มผู้ให้บริการขนส่ง (คนขับรถตู้ แท็กซี่ ตุ๊กตุ๊ก เรือหางยาว) บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝากและของที่ระลึก รวมถึงชุมชนที่ให้บริการท่องเที่ยว โดยผู้ประกอบอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวต้องเผชิญกับจำนวนนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อที่ลดลง ส่งผลให้รายได้ลดลงเป็นอย่างมาก
สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตน้ำมันแพงมากที่สุด คือ “กลุ่มคนที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง” เพราะต้องนำเงินเดือนหรือค่าจ้างส่วนใหญ่ไปใช้จ่ายกับสิ่งจำเป็นในชีวิตประจำวัน เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าสินค้า เมื่อของแพงขึ้นแต่รายได้ยังคงเท่าเดิม ทำให้รายได้ไม่เพียงพอกับค่าใช้จ่าย จนทำให้หลายครอบครัวต้องดึงเงินเก็บออกมาใช้ หรือไปกู้หนี้ยืมสิน โดยเฉพาะการพึ่งพาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงมาก ส่งผลให้หนี้ครัวเรือนเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ประชาชนติดอยู่ในวงจรหนี้สินที่หลุดพ้นได้ยาก
ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวว่า ประชาชนที่ทำอาชีพค้าขายหรือทำธุรกิจขนาดเล็กก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น บางรายต้องยอมลดกำไร เพราะกลัวลูกค้าจะหนีหาย บางรายก็ลดจำนวนลูกจ้าง และบางรายก็ต้องปิดกิจการในที่สุด ซึ่งจากการสัมภาษณ์ประชาชนต่อความคาดหวังและความต้องการ เพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
ส่วนประชาชน “รายได้ต่ำถึงปานกลาง” ต่างเฝ้ารอโครงการไทยช่วยไทยพลัส เพื่อช่วยลดค่าครองชีพ นอกจากนี้ยังเสนอให้ภาครัฐขยายข้อจำกัดสินค้าให้สามารถใช้จ่ายได้หลากหลายมากขึ้น จากเดิมสามารถใช้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และของใช้จำเป็นทั่วไปได้เท่านั้น แต่ให้สามารถใช้จ่ายกับค่าโดยสารระบบขนส่งสาธารณะ เช่น สแกนจ่ายค่ารถเมล์ รถไฟฟ้า รถตู้ประจำทาง รถสองแถว และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
อย่างไรก็ดี ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทย ได้แก่ บริษัทนำเที่ยว มัคคุเทศก์ โรงแรม ร้านอาหาร ร้านขายของฝากและของที่ระลึก ชุมชนท่องเที่ยว ต้องการให้ภาครัฐดำเนินโครงการ “ไทยเที่ยวไทยพลัส” โดยรัฐสนับสนุนค่าใช้จ่ายบางส่วน เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร และกิจกรรมท่องเที่ยว เพื่อกระตุ้นให้คนไทยเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวไทยให้สามารถผ่านพ้นวิกฤตในขณะนี้
ขณะที่รัฐบาลส่งเสริมประชาชนติดโซลาร์เซลล์ เพื่อลดค่าไฟนั้น ประชาชนต่างสะท้อนความเห็นว่า การสนับสนุนดังกล่าวของภาครัฐไม่น่าสนใจ เพราะต้องมีเงินดาวน์ 10-20% และดอกเบี้ยเงินกู้ก็อยู่ในอัตราที่สูง ระยะเวลาในการผ่อนได้นานสูงสุดเพียง 7 ปีเท่านั้น
จึงเสนอภาครัฐให้ปรับเงื่อนไขให้กู้เต็ม 100% แบบไม่ต้องมีเงินดาวน์ และไม่ต้องมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน โดยในการพิจารณาควรใช้เพียงใบรับรองเงินเดือน สลิปเงินเดือน รายการเดินบัญชีย้อนหลัง 6 เดือน หลักฐานการเสียภาษี ยืดเวลาผ่อนเป็น 10-15 ปี เพื่อให้ค่าผ่อนจ่ายรายเดือนถูกกว่าค่าไฟที่ประหยัดได้
รวมถึงช่วยอุดหนุนให้ดอกเบี้ยถูกลง เพื่อลดภาระอัตราดอกเบี้ยในการกู้ยืม ทำให้การลงทุนติดโซลาร์เซลล์ของประชาชนมีความคุ้มค่ามากขึ้น ลดความยุ่งยากด้วยบริการทำเอกสารจุดเดียวจบ ให้ประชาชนสามารถติดต่อขอสินเชื่อและขออนุญาตติดตั้งต่าง ๆ ได้เบ็ดเสร็จในที่เดียว ภาครัฐควรอนุญาตให้นำไฟฟ้าที่ผลิตเกินในช่วงกลางวัน ไปหักลบออกจากบิลค่าไฟที่ใช้ในช่วงกลางคืนได้ เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนได้อย่างแท้จริง
ผศ.ดร.วิวัฒน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น สภาพอากาศแปรปรวน ฝนทิ้งช่วงหลายเดือน อากาศแห้งแล้ง ทำให้พืชผลการเกษตรได้รับความเสียหาย ผลผลิตลดลง ส่งผลให้รายได้เกษตรกรลดลง ภาครัฐควรสนับสนุนให้เกษตรกรติดโซลาร์เซลล์และใช้เทคโนโลยีจัดการน้ำเพื่อลดต้นทุน ส่งเสริมการแปรรูปและขายสินค้าออนไลน์โดยตรงเพื่อเพิ่มกำไรชดเชยผลผลิตที่ลดลง ควรมีระบบประกันภัยพืชผลที่ประเมินและจ่ายเงินชดเชยได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงการสร้างแหล่งน้ำขนาดเล็กไว้ใช้ในระดับชุมชน เพื่อให้เกษตรกรสามารถพึ่งพาตนเองได้