เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
Economic ราคาน้ำมันวันนี้ (3 ก.ค. 69) เช็กราคาดีเซล-แก๊สโซฮอล์ล่าสุด
ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 2.4% อยู่ที่ 61,338 เหรียญสหรัฐ
Finance ราคาบิตคอยน์วันนี้ (3 ก.ค. 69) ขยับขึ้น 2.4% อยู่ที่ 61,338 เหรียญสหรัฐ
เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
EV เชอรี ไทยแลนด์ ขึ้นไลน์ประกอบ Chery V23 ที่โรงงานระยอง
“อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
Politics “อรรถวิชช์” งัดผลทดสอบตึกสตง. ไม่ตรงกัน
อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
Politics อ.เชน สวนกลับกระแสค้านเพิ่มแพทย์ เมืองหลวงหมอล้น รพ.ชนบท คนไข้รอนานนับเดือน ยัน ไม่มีนโยบายสั่งเปิดคณะแพทย์ใหม่
“ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
Politics “ภูมิธรรม–จักรพงษ์” ร่วมแสดงความยินดีครบรอบ 105 ปีพรรคคอมมิวนิสต์จีน
NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
Biz Movement NIA จับกระแสซีรีส์แนวตั้ง เปิด ‘ขวดเล็กความฝันใหญ่’ ถ่ายทอดธุรกิจนวัตกรรม
จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
News จี้ ศธ. รื้อประกาศปี’54 ห้ามกัก ‘ใบจบ’ บี้หนี้ค่าเทอม สภาผู้บริโภคยื่น 5 ข้อเสนออุดช่องว่างรีดเงิน
SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
Real Estate SC เปิดเกมครึ่งปีหลัง ส่ง “แกรนด์ บางกอก บูเลอวาร์ด ราชพฤกษ์-พรานนก” เสิร์ฟตลาดบ้านหรู พรีเซล 4-5 ก.ค.นี้
วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
Finance วิจัยกสิกรไทย : 29 ปี ลอยตัวค่าเงินบาท 3 บทเรียนที่เปลี่ยนเศรษฐกิจไทย
ดูทั้งหมด

“บาทแข็ง-เศรษฐกิจโลก” ทุบ “ท่องเที่ยวไทย”

05 ก.ค. 2562 | 15:53น.

คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ

โดย ณัฏฐ์พิชญ์ วงษ์สง่า [email protected]

เมื่อสัปดาห์ก่อน “ยุทธศักดิ์ สุภสร” ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ให้สัมภาษณ์ว่า ในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2562 ที่ผ่านมา ประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 20 ล้านคน ขยายตัวเพิ่มขึ้นราว 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สร้างรายได้เข้าประเทศแล้วประมาณ 1 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 3%

โดย ททท.ตั้งเป้าไว้ตั้งแต่ต้นปีว่า ปีนี้จะมีนักท่องเที่ยวที่ราว 40.5 ล้านคน หรือสร้างรายได้ประมาณ 3.3-3.4 ล้านล้านบาท โดยเป็นส่วนของตลาดต่างประเทศ จำนวน 2.2 ล้านล้านบาท

หากวิเคราะห์ตามตัวเลขดังกล่าวก็ยังดูมีความหวังว่า อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยปีนี้จะยังคงขับเคลื่อนไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ได้ไม่ยาก

แต่ในสภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้นในขณะนี้ คือ โรงแรม ห้องพักในเมืองท่องเที่ยวหลัก ๆ อย่างภูเก็ต, พัทยา ฯลฯ ซบเซาต่อเนื่องมาตั้งแต่ช่วงปลายปีที่แล้ว และยังคาดกันว่าจะยังคงซบเซาต่อไปอีกตลอดทั้งปี

เช่นเดียวกับตัวเลขการเดินทางผ่านผู้โดยสารในภาพรวมของบริษัทท่าอากาศยานไทย หรือ ทอท. ทั้ง 6 สนามบินยังพบว่าขยายตัวได้เพียงแค่ 1.78% พร้อมยังคาดการณ์ว่าสิ้นปีงบประมาณ 2562 นี้ อัตราการเติบโตของผู้โดยสารในภาพรวมน่าจะอยู่ที่ 2% เท่านั้น จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ว่า น่าจะโตได้ถึง 7-8% ซึ่งเป็นเกณฑ์ปกติของการเติบโตในทุก ๆ ปี

และหากดูเฉพาะสนามบินภูเก็ต ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวหลัก ก็พบว่าจำนวนผู้โดยสารลดลงอย่างมีนัย โดยในช่วงตั้งแต่ตุลาคม 2561-พฤษภาคม 2562 มีจำนวนเที่ยวบินติดลบทั้งตลาดระหว่างประเทศและภายในประเทศ เฉลี่ยที่ 2.9% เช่นเดียวกับผู้โดยสารที่ติดลบทั้งตลาดต่างประเทศและในประเทศ เฉลี่ยที่ 4.42%

ขณะที่เสียงจากกลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจนำเที่ยวก็ส่งเสียงบ่นมาแทบทุกตลาดว่า ปีนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติลดลงเป็นประวัติการณ์ในแทบทุกตลาด ซึ่งหากดูสถิติจากสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว หรือ ATTA จะเห็นชัดเจนว่า จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางผ่านสมาชิกของแอตต้า (กรุ๊ปทัวร์) ผ่านสนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง ระหว่าง 1 มกราคม-20 มิถุนายน 2562 ที่ผ่านมา นักท่องเที่ยวตลาดหลักลดลงอย่างชัดเจนเช่นกัน อาทิ จีน ติดลบ 15.16%, เกาหลี ติดลบ 15.08%, สหราชอาณาจักร ติดลบ 23.54%, อินโดนีเซีย ติดลบ 14.58%, เยอรมนี ติดลบ 6.70%, ญี่ปุ่น ติดลบ 8.32%, ฝรั่งเศส ติดลบ 9.56%, ฮ่องกง ติดลบ 24.3% เป็นต้น

หรือหากดูเป็นรายเดือนยังพบว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มกรุ๊ปทัวร์ยังคงปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยเดือนมกราคม ติดลบ 9.10%, กุมภาพันธ์ ติดลบ 9.14%, มีนาคม ติดลบ 8.05%, เมษายน ติดลบ 11%, พฤษภาคม ติดลบ 20.82% และเดือนมิถุนายน (ถึงวันที่ 20) ติดลบ 13.91%

ทั้งนี้ เสียงของผู้ประกอบการส่วนใหญ่มองว่า ปัจจัยลบหลัก ๆ ที่ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในปีนี้ไม่สวยงามอย่างที่หลายฝ่ายคาดการณ์ คือ ค่าเงินบาทของไทยที่แข็งค่าขึ้นค่อนข้างมาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ทั้งประเทศจีน ยุโรป รวมถึงประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้การเดินทางเข้าเที่ยวในเมืองไทยมีต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น

เมื่อบวกกับปัจจัยด้านภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวในทุกภูมิภาคที่ล้วนส่งผลต่อการตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยว ยิ่งทำให้ “ไทย” ได้รับผลกระทบที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

และจากที่ผู้เขียนได้พูดคุยกับผู้ประกอบการในแวดวงธุรกิจท่องเที่ยวของไทยยังได้ข้อมูลว่า ผลจากพิษค่าบาทที่แข็งค่ามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2561 ที่ผ่านมา ยังทำให้บริษัทนำเที่ยวจำนวนมากได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะเรื่องการคาดการณ์ต้นทุนการขายแพ็กเกจทัวร์ล่วงหน้า ที่ต้องคำนวณเผื่ออัตราแลกเปลี่ยนที่ปรับขึ้น-ลงตลอดเวลา

หากกำหนดราคาสูงไปก็สู้คู่แข่งไม่ไหว หรือหากกำหนดต่ำไปก็เสี่ยงต่อการขาดทุนได้ ทำให้มีบริษัทนำเที่ยวบางส่วนต้องชะลอการทำตลาดไปบ้าง และก็มีจำนวนมากที่ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน

เช่นเดียวกับ “วิชิต ประกอบโกศล”นายกสมาคมแอตต้าที่ยอมรับว่า ค่าบาทที่แข็งเมื่อมาบวกกับปัจจัยลบของเศรษฐกิจโลก ทำให้นักท่องเที่ยวขาเข้า หรือตลาดอินบาวนด์ ปรับตัวลดลงอย่างชัดเจนในทุก ๆ ตลาด ไม่ว่าจะเป็นจีน หรือยุโรป

ประเด็นปัญหาและปรากฏการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนี้ น่าจะถึงเวลาแล้วที่หน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องยอมรับและมองภาพความเป็นจริงที่เกิดขึ้น เพื่อที่จะได้หาแนวทางทำงานร่วมกับเอกชน เพิ่มสปีดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยในปีนี้ไปถึง 3.3-3.4 ล้านล้านบาท ได้ตามเป้าหมาย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

ค่าเงินบาท ท่องเที่ยว