เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ทองในประเทศร่วงต่ำกว่า 64,000 บาทอีกครั้ง ทองโลกหลุด 4,000 เหรียญ น้ำมันพุ่งกดดันเงินเฟ้อ
Finance ทองในประเทศร่วงต่ำกว่า 64,000 บาทอีกครั้ง ทองโลกหลุด 4,000 เหรียญ น้ำมันพุ่งกดดันเงินเฟ้อ
‘ชัชชาติ’ ตั้ง ‘นิพัทธ์ ทองเล็ก’ นั่งประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.
Politics ‘ชัชชาติ’ ตั้ง ‘นิพัทธ์ ทองเล็ก’ นั่งประธานที่ปรึกษาผู้ว่าฯ กทม.
มิลค์บอร์ดเบรกราคาน้ำนมดิบ เกษตรกร 2,000 คนบุกทำเนียบ 14 ก.ค.
Economic มิลค์บอร์ดเบรกราคาน้ำนมดิบ เกษตรกร 2,000 คนบุกทำเนียบ 14 ก.ค.
ราคาทองวันนี้ (14 ก.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,450 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (14 ก.ค. 69) ร่วงลง 650 บาท ทองรูปพรรณบาทละ 64,450 บาท
พาณิชย์เร่งอุ้มชาวสวนมะพร้าว ของบกลางรับซื้อเพิ่ม พร้อมคุมเข้มนำเข้า
Economic พาณิชย์เร่งอุ้มชาวสวนมะพร้าว ของบกลางรับซื้อเพิ่ม พร้อมคุมเข้มนำเข้า
SET วันนี้ (14 ก.ค.) เสี่ยงปรับลง สงครามปะทุ-ส่อบานปลาย “บล.พาย” แนะเน้นถือเงินสด
Finance SET วันนี้ (14 ก.ค.) เสี่ยงปรับลง สงครามปะทุ-ส่อบานปลาย “บล.พาย” แนะเน้นถือเงินสด
ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
Finance ค่าเงินบาทวันนี้ (14 ก.ค. 69) เปิดตลาดอ่อนค่า 33.50 บาท บทวิเคราะห์ล่าสุด
พัฒนา รับ ‘ดร.วิน’ เคยเป็นคณะทำงาน ยันไม่แทรกแซง-สอบได้เต็มที่
Politics พัฒนา รับ ‘ดร.วิน’ เคยเป็นคณะทำงาน ยันไม่แทรกแซง-สอบได้เต็มที่
ปกรณ์ ชี้วันนี้สรุปผลสอบทุจริต สถ.เฟสแรก DSI เผย รับเป็นคดีพิเศษต้องดูเส้นเงิน
Politics ปกรณ์ ชี้วันนี้สรุปผลสอบทุจริต สถ.เฟสแรก DSI เผย รับเป็นคดีพิเศษต้องดูเส้นเงิน
ทรัมป์แจ้งกลับมาปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน เรียกร้องเงินชดเชย 20 % สินค้าผ่านฮอร์มุซ
World ทรัมป์แจ้งกลับมาปิดล้อมทางทะเลอิหร่าน เรียกร้องเงินชดเชย 20 % สินค้าผ่านฮอร์มุซ
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจไทยป่วย !

06 ก.ค. 2562 | 19:51น.

คอลัมน์ สามัญสำนึก

โดย สมปอง แจ่มเกาะ

ช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้ฤกษ์งามยามดี ลางาน 3 วัน ไปทำธุระที่บ้านเกิด อ.พิมาย จ.นครราชสีมาหลังเสร็จภารกิจเลยถือโอกาสแวะเยี่ยมเยือนญาติโกโหติกา ถามไถ่สารทุกข์สุกดิบ พอหอมปากหอมคอ จากนั้นก็ตระเวนไปตามที่ต่าง ๆ เท่าที่เวลาจะเอื้ออำนวย ไล่เลียงตั้งแต่ศาลหลักเมือง ปราสาทหินพิมาย ไทรงาม ที่ขาดไม่ได้ก็เห็นจะเป็นการหาชิมอาหารพื้นถิ่น

แต่ละแห่งที่ไปหรือขับรถผ่าน ภาพเก่า ๆ เมื่อในอดีตผุดขึ้นมาเป็นระยะ ๆ…สุขใจครับ ขากลับระหว่างทางก็แวะพัก แวะเที่ยวไปเรื่อย ๆ มันช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข ปลอดโปร่งโล่งสมองมาก ๆ เป็น 3 วันที่หันหลังให้กับหนังสือพิมพ์ ทีวี วิทยุ โซเชียลมีเดีย หยุดการเสพข่าวคราวความเคลื่อนไหวทุกสิ่งอย่างโดยสิ้นเชิง…แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ในโลกของความเป็นจริง

เริ่มต้นสัปดาห์ใหม่ กลับมาทำงานตามปกติ นั่งอ่านหนังสือพิมพ์ อ่านข่าวออนไลน์ ติดตามข่าวคราวความเคลื่อนไหวของบ้านเมืองเช่นเดิม

นี่ก็ผ่านครึ่งปีไปแล้ว แต่เศรษฐกิจไทยยังย่ำอยู่กับที่ไม่ไปไหน ไม่ต้องอะไรมาก ที่ผ่านมา สำนักวิจัยหลาย ๆ สำนักได้ทยอยปรับลดประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือจีดีพีของปีนี้ลงต่อเนื่อง เช่น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ที่หั่นลงมาเหลือ 3.3% จากเดิม 3.8% ขณะที่สภาพัฒน์ ปรับเหลือ 3.6% จาก 4% เป็นต้น

จาก 2561 ปีที่ผ่านมา จีดีพีโต 4.1% หรือย้อนไปเมื่อช่วง 10 ปีที่ผ่านมา หรือปี 2551 ที่มีวิกฤตซับไพรม หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ จีดีพียังโตได้ถึง 5-6% เลยทีเดียว จะด้วยปัจจัยจากปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว ปัญหาสงครามการค้าระหว่างสหรัฐ-จีน ที่รุนแรงและยังไม่มีท่าทีว่าจะจบลงง่าย ๆ

รวมถึงเศรษฐกิจในประเทศที่ชะลอตัวรุนแรง ซึ่งขณะนี้เครื่องยนต์เศรษฐกิจ 4 ตัวหลัก มีอาการเครื่องสะดุด-อ่อนแรงอย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะการบริโภคในประเทศ ที่ไม่เพียงแต่ประชาชนคนชั้นรากหญ้าจะมีปัญหาเรื่องรายได้และกำลังซื้อแล้ว

อีกด้านหนึ่งก็พบว่า ตัวเลขหนี้ครัวเรือนก็ยิ่งเพิ่มขึ้นและอยู่ในระดับที่สูง และเป็นจุดเปราะบางที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ยังบางเบา ที่ผ่านมาแม้ตัวเลขการขอการส่งเสริมการลงทุนจากบีโอไอ จะดูสวยงามหวือหวา แต่เมื่อพิจารณาลงไปลึก ๆ จะพบว่า การลงทุนจริงยังมีไม่มากนัก ขณะที่การส่งออก-ท่องเที่ยวที่เป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจไทย และมีสัดส่วนรวมกันกว่า 80% ของจีดีพี ซึ่งใครต่อใครวาดหวังว่าจะเป็นพระเอกขี่ม้าขาวมาช่วยพยุงสถานการณ์ก็ไม่น่าจะช่วยอะไรได้มากนัก

ผลจากสงครามการค้าสหรัฐ-จีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น ทำให้เมื่อต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา สภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) ประกาศปรับลดเป้าการส่งออกปีนี้เหลือเพียง 1% ถึง -1% จากเดิมที่คาดว่าจะโต 3% เช่นเดียวกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ก็ได้ปรับเป้ารายได้ลง 2 หมื่นล้านบาท หรือ 3.38 ล้านล้านบาท จากเดิมที่ 3.4 ล้านล้านบาท

ล่าสุด สำหรับการลงทุนภาครัฐก็กำลังได้รับผลกระทบจากการตั้งรัฐบาลล่าช้า ที่ทำให้การใช้งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 อาจจะล่าช้าออกไปอีก 3-4 เดือน โครงการใหญ่-เล็กของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ อาจถูกปรับแก้ และจะนำไปสู่ภาวะสุญญากาศการประมูลไปอีกช่วงหนึ่ง

นั่นหมายความว่า ความหวังที่จะมีเม็ดเงินจากโครงการลงทุนของรัฐเข้ามาเจือจานระบบเศรษฐกิจก็ดูเลือนลางลงไปถนัดใจ

นี่คือความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญหน้าอยู่ และน่าเป็นห่วงยิ่งนัก 

ใครที่ยังมองแบบโลกสวยว่า พื้นฐานเศรษฐกิจไทยแข็งแกร่ง และคาดหวังว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้น เพราะได้รัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ อาจจะต้องคิดใหม่แล้ว

เตรียมรับมือกันให้ดี !!!!!

แท็กที่เกี่ยวข้อง

เศรษฐกิจไทย