คุมสารเคมีอันตรายนโยบายต้องชัด

บทบรรณาธิการ

ผ่านไปเกือบสองปี นับตั้งแต่เดือน ม.ค. 2561 ที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ยุครัฐบาล คสช. สั่งการให้กระทรวงสาธารณสุข เกษตรและสหกรณ์ อุตสาหกรรม ศึกษารวบรวมข้อมูลสารเคมีอันตรายทางการเกษตร และผลกระทบ เพื่อนำมากำหนดนโยบาย ถึงวันนี้นอกจากไม่ได้ข้อสรุปแล้ว ความคืบหน้าก็มีน้อย

ที่น่าตกใจคือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเดินหน้าภารกิจที่ได้รับมอบหมายแบบต่างคนต่างทำ ไม่ได้บูรณาการการทำงาน นโยบายรัฐเกี่ยวกับสารพิษและวัตถุอันตรายไปคนละทิศละทาง ส่งผลต่อเนื่องทำให้ข้อมูลข่าวสาร เกี่ยวกับ 3 สารเคมีกำจัดศัตรูพืช พาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสไปคนละทิศละทางด้วย

ข่าวคราวที่มีออกมาจึงก่อให้เกิดความสับสนให้กับสาธารณชน โดยเฉพาะข่าวที่มีออกมา 2 ด้าน จากฝ่ายที่ต้องการให้ยกเลิกหรือแบนการใช้สารเคมีดังกล่าวกับฝ่ายสนับสนุนให้ใช้สารทั้ง 3 ชนิด ซึ่งเป็นลักษณะตรงกันข้าม หลักการเหตุผลแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ไม่แปลกที่การแก้ไขปัญหาพาราควอต ไกลโฟเซต และคลอร์ไพริฟอสแทบไม่คืบหน้า จนถูกตั้งข้อสังเกตว่าหน่วยงานรัฐบางหน่วยงานซื้อเวลา ด้วยข้ออ้างขอศึกษารวบรวมข้อมูลผลกระทบทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ สิ่งแวดล้อม สวนทางนโยบายเกษตรอินทรีย์ นโยบายยกระดับประเทศไทยให้เป็นครัวโลก

ทั้งที่คณะกรรมการขับเคลื่อนปัญหาการใช้สารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่มีความเสี่ยงสูง ของกระทรวงสาธารณสุข เสนอห้ามใช้วัตถุอันตราย พาราควอต และคลอร์ไพรฟอส ภายในสิ้นเดือน ธ.ค. 2562 และให้จำกัดการใช้ไกลโฟเซตอย่างเข้มงวดตั้งแต่ 5 เม.ย. 2560 แต่นโยบายรัฐยังไม่ชัดเจนว่าจะให้เลิกใช้จริงหรือไม่เลิก

แม้ล่าสุดระดับนโยบายทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้องเห็นพ้องร่วมกันว่า ถึงเวลาที่ประเทศไทยต้องยกเลิกนำเข้า และการใช้สารเคมี 3 ชนิดนี้ โดยนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.อุตสาหกรรม หนุนจุดยืนของ รมช.เกษตร ฯ น.ส.มนัญญา ไทยเศรษฐ์ ที่ประกาศยกเลิกใช้สารเคมีดังกล่าว เช่นเดียวกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกฯ และ รมว.สาธารณสุข แต่ยังต้องรอดูว่าสุดท้ายจะออกหัวออกก้อยอย่างไร

ตอกย้ำให้สาธารณชนสงสัยและคลางแคลงใจยิ่งขึ้นว่า นโยบายยกเลิกใช้ไม่ยกเลิกสารอันตราย เบื้องหลังการหนุน-แบน 3 สารเจ้าปัญหาน่าจะมีผลประโยชน์มหาศาลแอบแฝง ขณะที่เกษตรกรไทย กับผู้บริโภคถูกจับเป็นตัวประกัน

จึงต้องจับตาการประชุมคณะกรรมการวัตถุมีพิษ ในฐานะผู้ชี้ขาด 3 สารอันตราย 27 ต.ค.นี้ แบบไม่กะพริบว่าจะให้ใบแดง-ใบเขียว จะผิดโผ พลิกล็อกอย่างไร

คลิกอ่านเพิ่มเติมที่นี่!! ซื้อเวลาสั่งแบน”พาราควอต” ผู้ค้าเร่งระบายสต๊อก4พันล้าน

Previous article“เขตเมือง” ในเอเชียขยายตัว ปัญหาใหญ่ “ราคาบ้าน” สูงแซงรายได้
Next articleSME SHIPPING เสริมทัพบริการ เพิ่มทางเลือกคุณภาพการขนส่งทุกระดับ หนุนเอสเอ็มอีไทยส่งออกและนำเข้าสินค้าจากทั่วทุกมุมโลก