2563 ปีแห่งความยากลำบาก
บทบรรณาธิการ
ประชาชนไทยควรเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับปี 2563 ด้วยการยอมรับความจริงที่ยากลำบากในการดำเนินชีวิต จากสภาพเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก โดยสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2563 จะขยายตัวร้อยละ 2.7-3.7
ขณะที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่คาดการณ์ต่ำกว่าร้อยละ3 จากปัจจัยเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นเสถียรภาพของรัฐบาลเริ่มส่อเค้าจะเกิดความวุ่นวายทางการเมือง ข้อพิพาททางการค้าระหว่างสหรัฐ-จีนยังเต็มไปด้วยอุปสรรค ไม่สามารถคาดการณ์ถึงข้อตกลงทางการค้าที่จะเป็นที่น่าพึงพอใจของทั้ง 2 ฝ่ายได้ จนส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง และการแข็งค่าของเงินบาทอย่างต่อเนื่องด้วยความกังวลของผู้ส่งออกที่ว่า อาจจะหลุดต่ำกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
ด้านภายในประเทศดูเหมือนรัฐบาลยังคงมุ่งขับเคลื่อนการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ อย่างเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ตั้งความหวังว่า โครงการที่ได้รับการอนุมัติจะเริ่มต้นลงทุนอย่างจริงจังในพื้นที่
การลงทุนในโครงสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน โครงการรถไฟความเร็วสูง การก่อสร้างเส้นทางคมนาคม เพื่อเป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดการจ้างงาน ทดแทนการลงทุนจากภาคเอกชนที่หดตัวลง ไม่ยอมลงทุนใหม่ ๆ
รวมทั้งตั้งความหวังถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามาในปี 2563 เสริมด้วยมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงการแจกเงินต่าง ๆ ที่ไม่อาจมั่นใจได้ว่าจะกระตุ้นได้จริง ขณะที่หนี้ครัวเรือนพุ่งสูงขึ้น ความซบเซาของภาคอสังหาริมทรัพย์ และมาตรการคุมเข้มสินเชื่อของสถาบันการเงิน
การส่งออกสินค้าไทยก็กำลังสูญเสียตลาดส่งออกหลักจากปัจจัยค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น การแข่งขันที่รุนแรงและเริ่มปราศจากแต้มต่อ อย่างการให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรและไม่สามารถเจรจาเปิดการค้าเสรีใหม่ ๆ ที่จะนำมาซึ่งข้อตกลง FTA กับคู่ค้าหลัก ๆ อย่างสหรัฐหรือสหภาพยุโรปที่ไม่คืบหน้ามกว่า 5 ปีแล้ว
ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม SMEs ซึ่งถือเป็นรากหญ้าทางเศรษฐกิจระดับล่างที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ เพราะรัฐบาลเพิ่งมองเห็นความสำคัญของ SMEs ทั้งที่เผชิญวิกฤตสารพัด
แต่เป็นที่น่ายินดีที่จะมีการจัดแพ็กเกจช่วยเหลือ SMEs เพื่อผ่อนคลายให้เข้าถึงแหล่งเงินทุนในการดำเนินธุรกิจ เกิดการจ้างงาน ให้คนระดับรากหญ้าอันเป็นฐานใหญ่ที่สุดของประเทศอยู่รอดได้ในปี 2563 ไม่ถูกทิ้งอยู่ข้างหลัง