แก้วิกฤตแล้งอย่าวิ่งตามปัญหา
บทบรรณาธิการ
วิกฤตแล้ง ปัญหาการขาดแคลนน้ำขยายวงกว้างมากขึ้น วันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา มีจังหวัดที่ประกาศเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) 13 จังหวัด 68 อำเภอ 3,770 หมู่บ้าน ได้แก่ เชียงราย น่าน เพชรบูรณ์ นครพนม มหาสารคาม บึงกาฬ บุรีรัมย์ หนองคาย กาฬสินธุ์ นครราชสีมา กาญจนบุรี ฉะเชิงเทรา และอุทัยธานี
ภัยแล้งรุนแรงสุดในรอบ 50 ปี กำลังลุกลามจากพื้นที่เกษตร สู่เขตเมือง หลายพื้นที่ในภาคเหนือ อีสาน กลาง ตะวันออก น้ำสำหรับการบริโภคใช้สอยเริ่มร่อยหรอ เนื่องจากแหล่งน้ำธรรมชาติ อ่างกักเก็บน้ำที่อยู่ในความดูแลของกรมชลประทานลดน้อยลงกว่าทุกปี เขื่อนขนาดกลางขนาดใหญ่หลายแห่งน้ำแห้งขอด
ขณะที่ 4 เขื่อนหลักหล่อเลี้ยงลุ่มเจ้าพระยา รวมทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล อย่างเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ ป่าสักชลสิทธิ์ และแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำรวม 10,922 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 44% ของความจุอ่าง ใช้การได้เพียง 4,226 ล้าน ลบ.ม. ต้องผันน้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองมาช่วยเสริมจนกว่าจะผ่านพ้นหน้าแล้ง
ที่น่าห่วงคือค่าความเค็มในแม่น้ำเจ้าพระยา หลายจุดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานสำหรับผลิตน้ำประปา (ไม่เกิน 0.50 กรัม/ลิตร) กับทำการเกษตร (ไม่เกิน 2 กรัม/ลิตร) โดยค่าความเค็มที่สถานีท่าน้ำนนท์ อยู่ที่ 4.16 กรัม/ลิตร สถานีกรมชลประทานสามเสน 5.90 กรัม/ลิตร ส่วนสถานีประปาสำแล ปทุมธานี แม้ค่าความเค็ม 0.25 กรัม/ลิตร ไม่เกินมาตรฐาน แต่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

ขณะที่รากหญ้าโดยเฉพาะประชากรในภาคการเกษตรทั่วประเทศ 6 ล้านครัวเรือน ที่มีปัญหาด้านรายได้จากราคาพืชผลที่ตกต่ำนานหลายปีตกที่นั่งลำบากมากขึ้น เนื่องจากภัยแล้งและปัญหาการขาดแคลนน้ำ ซึ่งมีแนวโน้มว่าปีนี้จะรุนแรงและยาวนาน จะยิ่งสร้างความเสียหายให้พื้นที่เกษตร ทำให้กำลังซื้อของคนกลุ่มนี้ที่ชะลอตัวยังไม่ฟื้นย่ำแย่ลงอีก
รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องบริหารจัดการปัญหาในลักษณะเข้มข้น มีประสิทธิภาพประสิทธิผลมากขึ้น แทนที่จะแก้ร้อนแล้ง ขาดแคลนน้ำตามปกติเหมือนทุกปี นอกจากนี้ต้องดำเนินการให้ครอบคลุมทุกมิติ ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นโดยรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นน้ำกินน้ำใช้ น้ำเพื่อการเกษตร อุตสาหกรรม ภาคการท่องเที่ยว ฯลฯ
ที่สำคัญ ต้องจัดทำแผนงาน โครงการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบในระยะยาว และยกระดับเป็นวาระแห่งชาติ ป้องกันแก้ไขปัญหาภัยแล้ง น้ำท่วมที่วิกฤตรุนแรงขึ้นสกัดความเสี่ยงน้ำท่วม น้ำแล้งซ้ำซาก ที่คอยฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจ บั่นทอนความศรัทธาเชื่อมั่น เพราะแต่ละปีใช้งบประมาณมหาศาล แต่ท่วมแล้งขาดแคลนน้ำยังเรื้อรังเป็นวัฏจักร