รัฐคือหัวเชื้อ
คอลัมน์สามัญสำนึก
โดย เมตตา ทับทิม
เปิดศักราชปีชวด หนังสือพิมพ์มติชนจัดสัมมนาแห่งปี จั่วหัวข้อไว้ดี๊ดีว่า เป็นปีแห่งการลงทุน
นั่งฟังซูเปอร์ซีอีโอเมืองไทยต่างวงการ 4 ราย “คุณกลาง-สารัชถ์ รัตนาวะดี” แห่งกัลฟ์ เอ็นเนอร์ยี, “พี่เก๋-รุ่งโรจน์ รังสิโยภาส” แห่งเอสซีจี, “คุณยอด-ปณต สิริวัฒนภักดี” แห่งเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ กรุ๊ป และ “คุณหนุ่ย-อาทิตย์ นันทวิทยา” แห่งเอสซีบี
คนพูดเปิดเวที คือ “อ.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” รองนายกรัฐมนตรี มือเศรษฐกิจรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา อาจารย์บอกว่า ประเทศไทยตอนนี้เหมือนเจอระเบิด 2 ลูก
ลูกแรก ระเบิดเหนือน้ำ หมายถึง การส่งออกเดี้ยง ไม่เป็นท่า ลูกสอง ระเบิดใต้น้ำ มาจากหลายทิศทาง ต้นทางหนักสุดน่าจะมาจากงบประมาณแผ่นดินเบิกจ่ายได้นิดเดียว ทำให้การลงทุนภาครัฐขยับตัวช้า
ขออนุญาตแจมว่า ยังมีระเบิดลูกที่สาม เป็นระเบิดเวลาที่ฝังตัวมิดชิดอยู่ในระบบราชการไทย แทนที่จะเป็นแรงส่ง แต่กฎระเบียบหลายข้อ อำนาจหลายอย่างกลายเป็นตัวถ่วง
มีคลาสสิกเคสในอดีตถ้ายังจำกันได้ ธุรกิจน้ำเมาเบียร์คาร์ลสเบิร์กของกลุ่มเจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี แต่งตัวไว้แล้วเตรียมเข้าตลาดหุ้นไทย แต่เจอแรงต้านเพราะเมืองไทยเป็นเมืองพุทธ

วิกฤตกลายเป็นโอกาส เบียร์คาร์ลสเบิร์กไปเข้าตลาดหุ้นสิงคโปร์ เจอเพชรเม็ดงามเข้าเพราะรัฐบาลสิงคโปร์ทำกฎระเบียบให้เป็น save heaven ของนักลงทุนทั่วโลก
กลุ่มเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ในเครือเจ้าสัวเจริญวันนี้ เบ็ดเสร็จมีสินทรัพย์มูลค่าเกิน 9 แสนล้าน ทำธุรกิจโดยมีฮับอยู่สิงคโปร์ มี 10 ฮับ ใน 10 ประเทศ กับลงทุนขนานใหญ่ 25 เมือง ครอบคลุมเครือข่าย 70 ประเทศรอบโลก
ลงทุนในต่างประเทศแล้ว 10 ปี เพิ่งยูเทิร์นกลับมาลงทุนในแผ่นดินแม่ที่ประเทศไทย เมื่อ 3 ปีที่แล้ว
ลองคิดเล่น ๆ ถ้ารัฐบาลไทยทำเหมือนสิงคโปร์ทำประเทศไทยให้เป็นสวรรค์นักลงทุน ไม่ต้องทำให้ดีกว่า แค่ทำให้เหมือนกันก็พอ ภาคเอกชนไทยจะไปไกลแค่ไหนในตลาดโลก

ในฐานะสื่อสายอสังหาริมทรัพย์ ปี 2562 ผลงานมาตรการ LTV-loan to value ที่บังคับเงินดาวน์แพง 20% ในการขอสินเชื่อซื้อที่อยู่อาศัยหลังที่ 2 แบงก์ชาติต้องการสกัดเก็งกำไรอสังหาฯ แต่ลงโทษเรียลดีมานด์ซะอยู่หมัด ยอดพรีเซลบ้าน-คอนโดฯปี 2562 หัวปักดินกันถ้วนหน้า
การให้สินเชื่อในระบบสถาบันการเงิน สถิติที่คนโชว์ (แบงก์ชาติ) ทำไก๋ เหมารวมไตรมาส 1/62 ซึ่งยังเป็นพีเรียดของเงินดาวน์ถูก 5-10% แล้วโชว์ตัวเลขลากยาว 1 มกราคม-30 พฤศจิกายน 2562 ในขณะที่ LTV บังคับใช้จริงเริ่ม 1 เมษายน 2562
หมายความว่ามีการรวมสินเชื่อปล่อยใหม่ในช่วงไตรมาส 1/62 ซึ่งเงินดาวน์ถูกไว้ด้วย ภาพรวมสินเชื่อโต 6.3% แบ่งเป็นเงินกู้บ้านโต 11.8% คอนโดฯติดลบ -7.4% เงินกู้หลังแรก ซื้อบ้านโต 5% คอนโดฯติดลบ -1.9%
แต่พอเป็นเงินกู้สัญญาที่ 2 บ้านติดลบ -10.4% ส่วนคอนโดฯติดลบ -25.3%

ก่อนใช้มาตรการ LTV ทาง 3 สมาคมวงการอสังหาริมทรัพย์ของเมืองไทยยืนยันนั่งยันว่า ได้บอกจุดเสี่ยง-จุดอันตรายไปหมดแล้ว ซึ่งแบงก์ชาติต้องการสกัดนักเก็งกำไร ต้องการแก้สินเชื่อมีเงินทอน แต่ออกมาตรการเลยเถิด ทำให้ลูกค้าตัวจริงหรือลูกค้าเรียลดีมานด์ เจ๊กอั้กไปด้วย
ผู้บริหารภาครัฐอาจมีหน้าที่ลองผิดลองถูก ถ้าลองถูก ประชาชนได้ประโยชน์ เป็นเรื่องที่ดี
แต่ถ้าทำแล้วมันผิดทิศผิดทาง การกลับตัวเพื่อแก้ไขการเยียวยาเพื่อบรรเทา ก็เป็นสิ่งจำเป็นมิใช่หรือ

ภาคเอกชนมีคำกล่าว ลมหายใจคนทำธุรกิจ แผนดำเนินงานทุกปีต้อง set zero เริ่มต้นจาก 0 ทุกครั้งที่จบท้ายปีเก่าหมุนเข้าปีใหม่
เปิดศักราชปีชวด ภาครัฐ set zero ตัวเองหรือยัง เปลี่ยนบทบาทจากภัยคุกคามมาเป็นบทบาทฟาซิลิเตเตอร์เชื่อว่าเป็นหัวเชื้อการลงทุนที่ภาคเอกชนรอคอยค่ะ