“e-MarketPlace” ช่วงโควิดช่วยชีวิตไม่ติดลบ
คอลัมน์ ชั้น 5 ประชาชาติ โดย กษมา ประชาชาติ
ท่ามกลางภาวะความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวันที่ต้องระวังรอบด้าน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด-19 จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ห่าง ๆ อย่างห่วง ๆ แบบที่เรียกว่า “social distancing” หรือการเว้นระยะห่างทางสังคม ทุกคนหันมาใช้ชีวิตประจำวันในบ้าน ลดการเดินทางออกนอกบ้านหากไม่จำเป็นทำทุกวิธีที่จะคุมการระบาด “การ์ดอย่าตก”
พฤติกรรมการใช้ชีวิตรูปแบบใหม่ ทำให้เกิด “ความปกติใหม่” หรือที่เรียกว่า “new normal” ซึ่งโซเชียลมีเดียจะเข้ามามีบทบาทมีผลต่อการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้ามากขึ้น-เร็วขึ้น
อย่างตอนนี้ทุกคนคงจะเห็นการเปิดพื้นที่ในโซเชียลมีเดียเป็นตลาดนัดออนไลน์ในรูปแบบ “e-Marketplace” ผุดขึ้นมามากมาย ซึ่งจริง ๆ แล้วการสร้างตลาดนัดออนไลน์แบบนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ที่ผ่านมาไม่ใช่จังหวะเลยไม่เปรี้ยงปังเท่าตอนนี้ เชื่อได้ว่าแต่ละคนคงเป็นสมาชิกใน e-Marketplace ไม่ต่ำกว่า 2-3 แห่งแน่นอน
ยกตัวอย่าง e-Marketplace พี่ ๆ น้อง ๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดพื้นที่ให้วางขายสินค้าออนไลน์เป็นลำดับต้น ๆ เลย คือ ธรรมศาสตร์และการฝากร้าน ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีสมาชิก 164,535 ราย, จุฬาฯมาร์เก็ตเพลส โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีสมาชิก 220,087 ราย, KKU Group มีสมาชิก 139,440 ราย และขณะนี้ขยายวงกว้างไปทุกมหาวิทยาลัยเลยก็ว่าได้
และหากใครติดตามฟอลโลว์ใน e-Marketplace จะพบว่าสนุกมากพอ ๆ กับการเล่น TikTok ในช่วงเวลาว่าง
เพราะมันคือการเปิดโลกอีกใบหนึ่ง ทำให้เราได้รู้ว่าสินค้าแบบนี้ก็มีขายเหรอ เราสามารถทำสินค้าอะไรได้บ้าง ตลาดต้องการอะไร
e-Marketplace มหาวิทยาลัยทำให้เราต้องใช้เวลานาน ๆ เข้าไปนั่งอ่านรายละเอียดสินค้าทีละชิ้น ๆ ซึ่งเราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าสินค้าที่เราใช้อยู่นั้นผลิตโดยรุ่นพี่-รุ่นน้องของเรานี่เอง หรือแม้แต่เทรนด์สินค้าใหม่ ๆ ที่เป็นนวัตกรรม หรือหัตถกรรมที่ถูกรังสรรค์ออกมาขาย นั่นเพราะตลาดออนไลน์ไม่ใช่แค่การนำเอาสินค้ามาวาง ๆ ขายแบบตลาด ๆ แต่มันดึงดูดเราเข้าไปสู่ “ประสบการณ์ร่วม” ย้อนอดีตไปกับชีวิตมหาวิทยาลัย เช่น ใครเรียนที่จุฬาฯต้องเคยซื้อของร้านจีฉ่อย โชห่วยในตำนาน หรือซื้อผลไม้ที่ร้านลุงฟรุตตี้ อ่านคอมเมนต์ตอบโต้กันไปมา บางคนไม่ได้เข้ามาขายของแต่เข้ามาขายเพื่อน ตามหารักเก่า บางคนเข้ามาให้กำลังใจ
หรือบางคนไม่ใช่แค่มาขายของแต่มาถ่ายทอดประสบการณ์แบบที่ทำให้เราอึ้งไปเลย เช่น พี่คนหนึ่งที่ชีวิตพลิกผันมากจบคณะวิทยาศาสตร์ ทำงานเป็นเทคนิคอลซัพพอร์ตให้บริษัทโฮลดิ้งต่างชาติ แต่จู่ ๆ บริษัทก็ถูกเทกโอเวอร์ เป็นเหตุให้พี่เขาต้องยุติบทบาทในวัย 42 หันเหชีวิตมาให้บริการขับรถผ่านแพลตฟอร์ม “แกร็บ” ที่เรารู้จักในชื่อว่า Grab drive your car ซึ่งถ้าลูกค้าที่ไม่สะดวกขับรถ เช่น ไปเที่ยวแล้วเมา ก็เรียกใช้บริการคนขับมืออาชีพผ่านแอปพลิเคชั่น แต่พอเกิดโควิดรัฐบาลปิดสถานบันเทิงชีวิตก็ผกผันอีกไปสู่การให้บริการขับรถส่งของกับ Lalamove มีรายได้พอเลี้ยงตัวได้ คือชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริง ๆ รู้สึกขอบคุณพี่ที่ถ่ายทอดประสบการณ์ไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากให้น้องอย่างเราเข้าใจชีวิตมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมี e-Marketplace ของกลุ่มวิชาชีพ หรือองค์กรต่าง ๆ ที่ไม่พูดถึงได้ไม่ครบถ้วน แต่ก็เป็นพื้นที่ที่สนุกสร้างสรรค์ไม่แพ้กับ e-Marketplace มหาวิทยาลัยอย่าง “ตลาดนัดนักข่าว” ของสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจเปิดพื้นที่ให้ผู้ที่อยู่ในวิชาชีพสื่อมวลชนนำสินค้ามาจำหน่ายสร้างเสริมรายได้เสริม เพียงสัปดาห์เดียวมีสมาชิกทะลุ 3,134 คนแล้ว
หากเราคิดลบ ๆ “โควิด” จะเป็นเพียงแค่วิกฤต แต่หากเราลองมองให้ลึกลงไปในความมืดมิดวิกฤตนั้น สิ่งที่เห็นชัดเจนที่สุด ไม่ใช่ “เชื้อโรค” นะ แต่หากคือ “โอกาส” ที่จะหยิบยื่นน้ำใจให้กัน e-Marketplace เป็นตัวอย่างช่องทางแห่งโอกาสที่ใคร ๆ เข้าถึงได้ ใครจะรู้ว่านี่อาจเป็นเครื่องมือพลิกชีวิตคนปกติคนหนึ่งไปเลยก็เป็นได้