ร่วม CPTPP ซื้อเวลาแก้ปัญหาไม่ได้
บทบรรณาธิการ
ความตกลงที่ครอบคลุมและความก้าวหน้าสำหรับหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือ CPTPP เป็นประเด็นฮอตอีกครั้ง หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจบลง โดยโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครตเฉือนชนะโดนัลด์ ทรัมป์ พรรครีพับลิกัน จะเข้ารับตำแหน่งเป็นทางการ 20 ม.ค. 2564
ขณะเดียวกันหลายฝ่ายวิพากษ์วิจารณ์และตั้งคำถามรัฐบาลถึงความคืบหน้าในการตัดสินใจว่า ไทยควรเข้าร่วมหรือไม่เข้าร่วมความตกลงดังกล่าว เพราะถึงขณะนี้ยังมีทั้งกลุ่มสนับสนุนและคัดค้านการร่วมขบวน CPTPP ขณะที่นโยบายรัฐยังไม่ชัดเจนว่าจะตัดสินใจแนวทางใดให้ได้ประโยชน์มากกว่าเสีย
ที่ผ่านมามีการศึกษาผลกระทบการเข้าร่วม CPTPP ทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม การค้า การลงทุน หลายครั้ง ตั้งคณะทำงานศึกษาหลายรอบ แต่ยังไม่ได้ข้อสรุป ล่าสุดต้นปีที่ผ่านมา ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (กนศ.) เห็นชอบให้ไทยเข้าร่วมใน CPTPP แต่ก่อนนำเรื่องนี้เข้าพิจารณาใน ครม. กระทรวงพาณิชย์ขอถอนออกจากวาระกะทันหัน
จากนั้นชงเข้ารัฐสภาแต่งตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นศึกษาผลดีผลเสีย ทำให้ปีนี้ไทยพลาดสมัครเข้าร่วม CPTPP ซึ่งปัจจุบันมีสมาชิก 11 ประเทศ คือ ญี่ปุ่น เม็กซิโก แคนาดา เปรู ชิลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน เวียดนาม หลังสหรัฐถอนตัว
แต่ทันทีที่ไบเดนชนะการเลือกตั้ง เตรียมขึ้นนั่งเก้าอี้ประธานาธิบดีสหรัฐต้นปีหน้า หลายฝ่ายคาดว่าเป็นไปได้ที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายใหม่ นำสหรัฐเข้าร่วม CPTPP ในฐานะเคยเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงผลักดันมาตั้งแต่ปี 2549 อย่างไรก็ตาม หากสหรัฐจะริเริ่มความตกลงใหม่แยกวงจาก CPTPP ถาวรก็ไม่ใช่เรื่องแปลก
ดังนั้น เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากความไม่ชัดเจนในระดับนโยบาย ความล่าช้าในการตัดสินใจ รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องหยิบยกข้อถกเถียงอุปสรรคปัญหา ผลกระทบทั้งด้านลบและบวกกลั่นกรองให้ตกผลึก เป็นทางเลือกประกอบการตัดสินใจว่า ไทยจะร่วมหัวจมท้ายกับ CPTPP ดีหรือไม่
แน่นอนว่าในเวทีเจรจาระหว่างประเทศ ไม่มีข้อตกลงใดที่จะมีแต่ได้ จึงอาจจำเป็นต้องหยิบยื่นบางอย่างเป็นการตอบแทน โดยยึดหลักประโยชน์ของประเทศเศรษฐกิจในภาพรวม และให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องถูกกระทบน้อยที่สุด
นอกจากนี้ต้องมีมาตรการช่วยเหลือภาคการเกษตร ธุรกิจและอุตสาหกรรมบางสาขาที่อาจได้รับผลกระทบหรือเสียประโยชน์ สำคัญสุดคือต้องเร่งตัดสินใจให้ทันการณ์ อย่ามัวแต่ซื้อเวลา เพราะไม่ได้ช่วยแก้ปัญหา มีแต่จะสูญเสียโอกาส