เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

เลานจ์ชนะ

10 เม.ย. 2564 | 16:31น.

สามัญสำนึก 
สมถวิล ลีลาสุวัฒน์

เดิมตั้งใจจะเขียนต้นฉบับปิดล่วงหน้า เกี่ยวกับเรื่อง “เทรนด์สุขภาพ” และการลงทุนใหม่ของโรงพยาบาล รวมถึง “ศูนย์ดูแลสุขภาพ” ทั้งคนป่วยปกติ และผู้ป่วยติดเตียง

ที่นับวันจะเติบโตมากขึ้น ทั้งต่อยอด แตกไลน์ แตกธุรกิจ เรียกว่า “ถนนทุกสายกำลังไปทางนี้”

แต่มาเกิด “ข่าวร้าย” ทำลายความหวังของคนไทยทั้งประเทศ ช่วงเข้าสู่เทศกาล “ปีใหม่ไทย” พอดี

เพราะแค่ “วี.ไอ.พี.” ไม่กี่คนที่ “ไร้จิตสำนึก”

หนำซ้ำยังเป็นคนใหญ่สายเอ็น ทั้ง “รัฐมนตรี-นักการเมือง และข้าราชการชั้นสูง”

ที่แห่กันไปเที่ยวผับออฟเด็กย่าน “ทองหล่อ” สุขุมวิท 55 อย่างโจ๋งครึ่ม กึ่ง ๆ เลี้ยงรับรอง จนติดโควิด-19

บานปลายกลายเป็น “คลัสเตอร์” ปมใหม่ที่มาดับฝันงานฉลองสงกรานต์อย่างน่าเศร้าใจที่สุด

ซ้ำรอยวิกฤต “สนามมวย” และ “มหาชัย”

กระทั่งกระทรวงสาธารณสุขออกมาตรการควบคุมการระบาดในเขตกรุงเทพฯ เป็น “โซนอันตราย” และ 4 จังหวัด คือ ปทุมธานี นนทบุรี นครปฐม สมุทรปราการ ที่ถูกยกระดับเป็นพื้นที่สีแดง

ร้านอาหารต้องปิดภายใน 3 ทุ่ม แต่ไม่ห้ามเดินทาง

ขณะที่ “บุรีรัมย์” จังหวัดบ้านเกิดของรัฐมนตรีโสดผู้ติดเชื้อ ประกาศเข้มให้ผู้ที่มาจากพื้นที่สีแดงต้องกักตัว 14 วัน

เท่ากับทุบมู้ดการใช้ชีวิต ท่องเที่ยว และการค้าขาย อย่างน่าเสียดาย ทั้ง ๆ ที่ทุกอย่างเริ่มจะดีขึ้น

โดยเฉพาะเรื่องของความเชื่อมั่น และการเปิดประเทศ

แม้แต่ “นายกรัฐมนตรี” ก็เสียใจ ไปไม่เป็น ที่คนของรัฐบาลทำเสียรังวัด ตกม้าตาย กลายเป็นตัวฉุด GDP ให้ต่ำลง ทั้ง ๆ ที่ทีมเศรษฐกิจอยากเสกให้ปีนี้โต 4%

สรุป “เลานจ์ชนะ” ไม่ใช่ “เราชนะ”

ศบค.ชุดเล็ก ยังเหนียม ไม่กล้าใช้ยาแรง ตามที่สาธารณสุขเสนอ จึงมีมติคงระดับพื้นที่การระบาดของโควิด-19 ตามเดิม “ยังไม่มีพื้นที่สีแดง”

แต่ยังให้อำนาจ ผู้ว่าราชการจังหวัด หรือผู้ว่าฯ กทม. กำหนดมาตรการที่เหมาะสมเฝ้าระวังได้

ล่าสุด สภาความมั่นคงแห่งชาติ หรือ สมช. จะเร่งทำการบ้านร่วมกับ สธ. เพื่อหาแนวทางการให้ยาแรงเฉพาะจุดที่มีปัญหา เป็นการโฟกัสพื้นที่เชิงลึก

ว่าแต่ สถิติ “ตัวเลข” ผู้ติดเชื้อรายวันกลับพุ่งขึ้น และมี “ไทม์ไลน์” เชื่อมโยงถึง “คน-สิ่งแวดล้อม” จากแหล่งเพาะเชื้อสถานบันเทิงที่เป็นข่าว

ทำเอาประชาชนกระอักกระอ่วนไปตาม ๆ กัน

กรรมใดใครก่อ กำลังโดนประจานผ่านสื่อออฟไลน์-ออนไลน์ สนุกปากชาวบ้าน

ยิ่งเสี่ยเจ้าพ่ออ่างตัวจริง “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” live สด ผ่าน FB ยิ่งเรียกเสียงฮือฮา

พร้อมเปลี่ยนชื่อ “คริสตัลคลับ” เป็น “ไทยคู่ฟ้าคลับ” ตีแสกหน้าคนทำเนียบจัง ๆ

ที่น่าตกใจ รมช.สาธารณสุข “สาธิต ปิตุเตชะ” ให้สัมภาษณ์ว่า ได้รับรายงานผลตรวจจากโรงพยาบาลจุฬาฯ พบว่า 24 คนจาก “คลัสเตอร์ทองหล่อ” มีสัดส่วน 70% ติดเชื้อโควิดสายพันธุ์ใหม่จากอังกฤษ

ผลคือการระบาดจะเร็วขึ้นกว่าสายพันธุ์ปกติ 1.7 เท่า และปริมาณไวรัสในผู้ป่วย แม้ไม่มีอาการ แต่จะมีจำนวนไวรัสที่สูงมาก สังเกตจากค่า Ct ของสายพันธุ์สถานบันเทิง

เป็นซูเปอร์สเปรดเดอร์แบบ new normal

เหมือนการทิ้งระเบิดของคนชื่อ ไพศาล พืชมงคล ที่ปรึกษา พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่โพสต์ขึ้นเฟซในกลุ่มสมาชิกสปอร์ตคลับ คร่าว ๆ ว่า

คลัสเตอร์ทองหล่อ มี 3 บิ๊กนักการเมือง 2 บิ๊กจาก 2 ธนาคารยักษ์ และนักการทูตแถบเอเชีย เป็นโต้โผที่ดั้นด้นไปคุยงานราชการจากทำเนียบถึงผับลับเฉพาะ

ซึ่งเกี่ยวกับ “โครงการยักษ์” เป็นสำคัญ

ส่วนจะเป็นโปรเจ็กต์อะไร ต้องให้ สมช.สืบเชิงลึกอีกที

เพราะความลับไม่มีในโลก

แม้แต่ “บิล” ค่าดริงก์ รายชื่อเด็กนั่งดริงก์ ยังถูกแชร์ในไลน์กลุ่มละเอียดยิบ

อยากหัวเราะ แต่หัวเราะไม่ออก

สงสารประเทศไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ สามัญสำนึก โควิด-19