Skip to content

นโยบาย European Green Deal กระทบสินค้าเกษตร-อาหารส่งออก

10 ก.ค. 2564 | 18:03น.
นโยบาย European Green Deal กระทบสินค้าเกษตร-อาหารส่งออก
คอลัมน์ ช่วยกันคิด
สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

 

สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ติดตามศึกษา และรายงานพัฒนาการของนโยบาย European Green Deal ซึ่งครอบคลุมประเด็น และแนวทางการดำเนินงานของสหภาพยุโรป ต่อการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

ล่าสุด สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป ได้รายงานความคืบหน้าสถานการณ์การจัดทำกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ (climate law) และท่าที บทบาทของสหภาพยุโรปในเวทีโลกต่อประเด็นดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิต ผู้ส่งออกสินค้าเกษตร และอาหาร ดังนี้

1.กฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ

1) เมื่อวันที่ 21 เมษายน 2546 คณะรัฐมนตรียุโรปและสภายุโรปได้เห็นชอบต่อร่างข้อเสนอ (provisional agreement)

สำหรับร่างกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศ (climate law) ครอบคลุมประเด็นต่าง ๆ อาทิ

1.1) ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ในอัตราร้อยละ 55 ภายในปี 2573 และให้เป็นศูนย์ (climate neutrality) ภายในปี 2593

1.2) การติดตามผลการดำเนินการเพื่อปรับเปลี่ยนแผน

1.3) การเพิ่มแหล่งเก็บสะสมคาร์บอน (carbon sink)

โดยสหภาพยุโรปจะมีการกำหนดกฎระเบียบเพิ่มเติม เรื่อง land use, land-use change and forestry regulation ภายในเดือนมิถุนายน 2564

1.4) กระบวนการพิจารณาเพื่อกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกสำหรับปี 2583

1.5) การปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นลบ ภายหลังปี 2583

2) คณะมนตรียุโรปและสภายุโรปจะต้องให้ความเห็นชอบอย่างเป็นทางการต่อกฎหมาย ก่อนที่จะประกาศใน Official Journal of the Union เพื่อให้มีผลบังคับใช้ต่อไป

นอกจากนี้ คณะกรรมาธิการยุโรปจะมีการพิจารณาปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานของสหภาพยุโรปสอดคล้อง/บรรลุเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกในอัตราร้อยละ 55 ภายในปี 2573

ซึ่งครอบคลุมอุตสาหกรรม อาทิ การก่อสร้าง การเกษตร การขนส่ง และพลังงานทางเลือก

2.การประชุม Leaders’ Climate Summit เมื่อวันที่ 22-23 เมษายน 2564 นาย Charles Michel (ประธานคณะมนตรียุโรป) ได้กล่าวสุนทรพจน์ในที่ประชุมดังกล่าว ซึ่งมีประเด็นสำคัญต่าง ๆ ดังนี้

1) เน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยสหภาพยุโรปได้จัดสรรงบประมาณถึง 6 แสนล้านยูโร (1/3 ของงบประมาณ) ในการฟื้นฟูสหภาพยุโรป ผ่านโครงการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับสภาพภูมิอากาศ

รวมทั้งการผลักดันการจัดตั้งกลไก carbon border adjustment mechanism (CBAM) เพื่อป้องกันการรั่วไหลของคาร์บอน และสร้างการแข่งขันที่เท่าเทียม (level playing field) ระหว่างภาคธุรกิจของสหภาพยุโรปกับประเทศที่สาม

ทั้งนี้ จีน บราซิล อินเดีย และสหรัฐอเมริกา แสดงท่าทีคัดค้านแผน CBAM ของสหภาพยุโรป ในประเด็นของการเลือกปฏิบัติ และการกีดกันทางการค้า

2) สหภาพยุโรปจะให้ความช่วยเหลือในการระดมทุน 1 แสนล้านดอลลาร์/ปี เพื่อสนับสนุนเป้าหมายด้านสภาพภูมิอากาศของโลก ซึ่งที่ผ่านมาสหภาพยุโรปเป็นผู้นำในการสนับสนุน climate finance กับประเทศที่กำลังพัฒนา นอกจากนี้ สหภาพยุโรปจะพัฒนา green bonds เพื่อเป็นมาตรการสำคัญในการระดมทุน โดยจะมีการจัดตั้ง European Green Bond Standard

ข้อคิดเห็นของสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป

การปรับปรุงกฎระเบียบต่าง ๆ เพื่อให้การดำเนินงานของสหภาพยุโรปสอดคล้องกับนโยบาย European Green Deal โดยเฉพาะมาตรการด้านการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้ได้ในอัตราร้อยละ 55 ภายในปี 2573 และให้เป็นศูนย์ (climate neutrality) ภายในปี 2583 ตามร่างกฎหมายด้านสภาพภูมิอากาศของสหภาพยุโรป อาจส่งผลกระทบต่อประเทศผู้ผลิตและส่งออกสินค้าเกษตรและอาหาร

อย่างไรก็ตาม สำนักงานที่ปรึกษาการเกษตรต่างประเทศ ประจำสหภาพยุโรป จะติดตามความคืบหน้าในการออก/ปรับปรุงกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องต่าง ๆ ของสหภาพยุโรปอย่างใกล้ชิด และรายงานให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทราบในโอกาสแรก

เพื่อเตรียมความพร้อมในการปรับตัวของภาคการผลิตสินค้าเกษตรของไทย

แท็กที่เกี่ยวข้อง

คอลัมน์ ช่วยกันคิด ส่งออก