บทบรรณาธิการ
การทยอยปลดล็อกผ่อนคลายมาตรการเข้ม นับถอยหลังเปิดเมืองเป็นทางการวันที่ 1 พ.ย. 2564 ปรับโหมดการใช้ชีวิต การดำเนินธุรกิจ สร้างสมดุลอยู่ร่วมกับโควิด-19 ได้อย่างปลอดภัย ปลุกบรรยากาศโค้งสุดท้ายปีนี้ให้กลับมาคึกคัก เป็นสิ่งที่ประชาชน ธุรกิจเอกชน นักลงทุนทั้งไทย ต่างชาติอยากเห็นและต้องการให้เป็นจริง
แต่การเมืองร้อนกำลังฉุดสถานการณ์ในภาพรวมของประเทศที่เริ่มคลี่คลายตกอยู่ในความเสี่ยง จากความขัดแย้งในพรรคแกนนำรัฐบาล ศึกภายในพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ที่เริ่มขยายวงกระทบพรรคร่วม
ปลายปีนี้จึงเป็นช่วงที่ต้องจับตาดู พร้อมกับลุ้นระทึกภัยน้ำท่วมที่กลับมาเขย่าขวัญ วิกฤตน้ำแม้จะเอาอยู่ แต่เกมการเมือง การช่วงชิงอำนาจคาดเดาได้ลำบาก
รอยร้าวจากการจับสัญญาณความเคลื่อนไหวของพี่น้อง 3 ป. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย น้องเล็ก พี่รอง กับพี่ใหญ่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในความเป็นจริงอาจไม่ได้เป็นเหมือนที่หลายฝ่ายคาดการณ์ แต่ข้อมูลข่าวสารผ่านทางสื่อที่นับวันยิ่งแจ่มชัดว่าพรรค พปชร.มีการเลือกขั้ว แบ่งข้าง บิ๊กตู่-บิ๊กป้อม จึงมิอาจจินตนาการเป็นอย่างอื่น
โดยเฉพาะปฐมบทความขัดแย้งที่เกิดขึ้นหลังการกดดันปรับเปลี่ยนเจ้ากระทรวงคลองหลอด กรณีหักหลังโหวตอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกฯ กับ 5 รัฐมนตรี นำมาซึ่งการเช็กบิลปลด 2 รมช.สายฟ้าแลบ ก่อนน้องเล็ก พี่ใหญ่ แข่งวัดพลังแยกกันลงพื้นที่ เป็นคลื่นใต้น้ำเกิดแรงกระเพื่อมทั้งในรัฐบาล ภายในพรรค พปชร.
แถมกระทบชิ่งถึงพรรคร่วมอย่างพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) หลังนายกฯมอบหมายให้ พล.อ.ประวิตร กำกับดูแลหน่วยงาน 4 กรม ในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อดีต รมช.เกษตรฯเคยกำกับดูแล ข้ามหน้านายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกฯและ รมว.พาณิชย์ นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.เกษตรฯ จุดกระแสความไม่พอใจให้พรรค ปชป. ไม่นับการขัดขาปีนเกลียวกับพรรคภูมิใจไทยก่อนหน้านี้
ช่วงการเมืองฝุ่นตลบ ข่าวปล่อย ข่าวลือแพร่สะพัด ทั้งเรื่องปรับ ครม. เตรียมยุบสภานับถอยหลังเลือกตั้ง บวกกับผู้นำรัฐบาลเดินสายพบปะเยี่ยมเยียนประชาชนถี่ยิบในช่วงนี้ จึงถูกตีความว่าส่งสัญญาณล่วงหน้า หากเป็นจริง หลายปัญหาที่ยังรุมเร้ายิ่งน่าห่วง ทั้งภัยน้ำท่วม โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลาย แต่ยังไม่อาจวางใจ การฟื้นเศรษฐกิจ เตรียมปักหมุดเปิดเมือง ฯลฯ
ถ้าฝ่ายการเมืองยังห่วงหน้าพะวงหลัง สาละวนแก้ปมขัดแย้ง แก้เกมการเมือง ทุ่มเททำงานได้ไม่เต็มที่ โค้งสุดท้ายปีนี้ ประชาชน ภาคธุรกิจเอกชน จึงได้แต่ภาวนาอย่าให้การเมืองบั่นทอน ทำลายบรรยากาศเศรษฐกิจที่เริ่มมีความหวังริบหรี่ดับวูบลงอีก