เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
ดวง ดวงรายสัปดาห์ 18-24 ตุลาคม 2569
เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
Real Estate เจ้าสัวเจริญ ปรับพอร์ตสินทรัพย์ทำเลทอง 1.1 หมื่นล้าน ปิดดีลขายได้แล้ว 20 แปลง
กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
Economic กทม.อนุมัติเงินช่วยน้ำท่วมแล้ว 3 แสนราย ระดมทีมช่าง เร่งประเมิน ขยายเวลารับคำร้อง
ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
Business ยูนิลีเวอร์ ย้ำไทย Regional R&D & Innovation Hub
ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
Finance ขานรับเกณฑ์ใหม่ซื้อขายหุ้น ‘InnovestX’ วิเคราะห์ดึงดูดฟันด์โฟลว์
จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
Real Estate จับชีพจร ‘อสังหาฯ’ ‘นิคม’ มาแรง ‘ออฟฟิศ’ หั่นราคาเดือด 
‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
Economic ‘พูนพงษ์’ วางกรอบงาน เข้ม ‘พาณิชย์จังหวัด-ทูตพาณิชย์’
ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
World ปิดฉากประชุม IMF ‘กอร์เกียวา’ ยกย่องผ้าไหมไทย หยอดหวานใส่ประชุมทุกวัน-ไทยคว้าเหรียญทอง
ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
Real Estate ลุุยพลิกฟื้น “อควาเรียมหอยสังข์” จากโปรเจ็กต์ร้าง 18 ปี สู่แลนด์มาร์กแห่งใหม่สงขลา
เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
Real Estate เริ่มม.ค.70 ปิด ‘ถนนบรมราชชนนี’ สร้างส่วนขยาย ‘คู่ขนานลอยฟ้า’ เสร็จ ม.ค. 73
ดูทั้งหมด

เศรษฐกิจไทย ในม่านหมอกสงคราม

03 ส.ค. 2568 | 08:41น.
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สุดใจ ชาญชาตรีรัตน์

เวลานี้ต้องเรียกว่าเศรษฐกิจไทยและคนไทย กำลังใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางม่านหมอกสงคราม ทั้งสงครามการค้า (ภาษีทรัมป์) และสงครามสนามรบชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังยืดเยื้อและทำให้ภูมิทัศน์ของเพื่อนบ้านเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พร้อมกับการสูญเสียทั้งชีวิต ทรัพย์สินและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

แม้ว่าล่าสุดประเทศไทยจะมีข่าวดีสามารถปิดดีลภาษีกับสหรัฐด้วยอัตรา 19% ก่อนเส้นตาย 1 สิงหาคมที่ผ่านมา

โดยที่สินค้า “สวมสิทธิ” หมายถึงแอบอ้างว่าเป็นสินค้าไทยส่งออกไปสหรัฐจะถูกเก็บอัตราภาษี 40% ระดับเดียวกับเวียดนาม

แต่นี่เป็นเพียงการ “เริ่มต้น” ของสงครามการค้า ที่ส่งผลกระทบถึงทุกคน และกำลังสร้างระเบียบการค้าโลกใหม่

ดูเหมือนจะเป็นข่าวดีสำหรับตัวเลข 19% เพราะต่ำกว่าเวียดนาม 20% และอยู่ในระดับเดียวกับเพื่อนบ้านหรือประเทศคู่ค้าคู่แข่งสำคัญ แต่ก็ยังเป็นคำถามว่าประเทศไทยใช้อะไรแลกมากับตัวเลขนี้บ้าง

แม้ว่า “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะหัวหน้าทีมไทยแลนด์จะออกมาชี้แจงถึงกรอบเงื่อนไขต่าง ๆ แต่ก็ยังมีรายละเอียดอีกมากที่ยังไม่ได้เปิดเผย

สำหรับประเด็นของสินค้า “สวมสิทธิ” ที่ถูกเรียกเก็บอัตราภาษี 40% ก่อนหน้านี้มีการประเมินว่า สินค้าส่งออกไทยไปสหรัฐ มีสัดส่วนของสินค้าสวมสิทธิถึง 20-21% หลากหลายสินค้า อาทิ ล้อรถยนต์, แผงโซลาร์เซลล์, เครื่องพิมพ์ เป็นต้น

ดังนั้นประเด็นสำคัญคือ การกำหนดสัดส่วน Local Content เท่าไหร่ ถึงจะเรียกว่าเป็นสินค้าไทย ตามความหมายของสหรัฐอเมริกา

เรื่องนี้นายพิชัยอธิบายว่า เท่าที่หารือจะอยู่ที่ระดับ 40-60% ซึ่งเรื่องนี้จะต้องมีการเจรจาทำข้อตกลงกับสหรัฐต่อไป เป็นเรื่องการใช้ระบบตรวจสอบแหล่งกำเนิดสินค้า (Rules of Origin) ที่เข้มงวด เพื่อป้องกันการใช้ไทยเป็นช่องทางผ่านของสินค้าจากจีน และสร้างความมั่นใจว่าสินค้าไทยจะไม่ถูกใช้เพื่อหลบเลี่ยงภาษี

ประเด็นนี้ถือเป็นโจทย์สำคัญของภาคผลิตไทย เพราะผู้ประกอบการที่เคยพึ่งพาจีน อาจกลายเป็นซัพพลายเชนของการ “สวมสิทธิ” สินค้าจีนที่จะโดนภาษี 40% โดยไม่รู้ตัว

ข้อมูลของศูนย์วิจัย SCB EIC ระบุว่า จากการทำวิจัยพบว่ามีผู้ผลิตไทยกว่า 3,000 รายที่อาจเข้าข่าย “สวมสิทธิ” สินค้าจีน

คืออาจไม่มีการผลิตจริง หรือเป็นการแปรรูปขั้นต้นเล็กน้อยเท่านั้น รวมถึงมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรที่ต่ำมาก โดยผลวิจัยยังพบว่าธุรกิจดำเนินงานในลักษณะนี้มีมูลค่ากิจการรวมกันสูงถึง 1.04 ล้านล้านบาท ในปี 2023 หรือประมาณ 5% ของขนาดอุตสาหกรรมไทย

ดังนั้นจากนี้ไปหัวใจสำคัญของการอยู่รอดและไปต่อคือ “การปรับตัว” การปรับโครงสร้างภาคการผลิต ที่ทุกคนต้องยอมรับการเปลี่ยนแปลง

เพราะถ้าไม่เปลี่ยนไม่ปรับ ก็อาจไม่มีที่ยืน

เช่นที่หลายคนก็ออกมาเตือน แน่นอนสำหรับธุรกิจยักษ์ใหญ่ คงวางแผนตั้งรับกันเต็มที่แล้ว ด้วยความพร้อมด้านทรัพยากรทุกด้าน ทั้งศักยภาพความรู้ความสามารถของคนและเงินทุน

แต่ที่ทุกคนกังวลก็คือ เอสเอ็มอีไทย ที่มีจำนวนมากมาย วันนี้อาจจะยังไม่รู้ตัวว่ากำลังถูกไล่ล่า

มองในแง่ดีต้องถือว่าการ “เขย่าโลก” ครั้งนี้ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ก็ทำให้ประเทศไทยที่หลายคนออกมาเตือนว่า เศรษฐกิจไทยที่เปราะบางเพราะ “ปัญหาเชิงโครงสร้าง”

เพราะวิกฤตจากสงครามการค้าในครั้งนี้ ทำให้ประเทศไทยถูกบังคับให้ต้องปรับและเปลี่ยนโครงสร้างอย่างจริงจังมากขึ้น

อย่างที่รัฐมนตรีคลังกล่าวว่า ประเทศไทยมีปัญหาเชิงโครงสร้างหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องการลงทุน (ไม่สะดวก) เงื่อนไขต่าง ๆ ของสหรัฐเรื่องการลงทุน ถือว่าเป็นสิ่งที่ประเทศไทยควรทำอยู่แล้ว เพื่อเพิ่มความสะดวก ทำให้เกิดการลงทุนในไทยมากขึ้น ดังนั้นมองว่า วิกฤตครั้งนี้ก็เป็นโอกาสที่ดีของประเทศไทย ที่จะปรับแก้ดึงการลงทุน ส่งเสริมการลงทุนประเภทใหม่ รวมทั้งเพิ่มซัพพลายเชนให้เป็นคนไทยมากขึ้น

ทีมไทยแลนด์ทำให้ประเทศไทยไม่เสียเปรียบได้ดีลภาษี 19% แต่การจะทำให้ “ได้เปรียบ” หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการปรับโครงสร้างของประเทศไทยนับจากนี้