Skip to content

มหากาพย์ ‘เขากระโดง’

14 ส.ค. 2568 | 08:45น.
มหากาพย์ ‘เขากระโดง’
คอลัมน์ : สามัญสำนึก 
ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต

เริ่มมีหลักฐานออกมามากขึ้นเรื่อย ๆ กรณีพิพาทที่ดินเขากระโดง จ.บุรีรัมย์

คดีนี้จะว่าไปถือว่าเป็นเรื่องการเมืองกลาย ๆ รวมถึงผลประโยชน์ที่มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็น ข้าราชการ นักธุรกิจ และประชาชน

ความเป็นมาโดยสังเขปของที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ รัชกาลที่ 5 พระราชทานที่ดินดังกล่าวให้กับการรถไฟแห่งประเทศไทย หรือชื่อเดิมกรมรถไฟหลวง เพื่อสร้างรถไฟตั้งแต่นครราชสีมาถึงอุบลราชธานี รวมไปถึงเขตบริเวณเขากระโดง

ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 6 ออก พ.ร.ฎ. 2 ฉบับ พ.ศ. 2462 และ พ.ศ. 2464 ให้กรมรถไฟหลวง จ่ายเงินชดเชยเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างของชาวบ้านจำนวนหนึ่ง และอีกจำนวนหนึ่งให้ครอบครองที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อสร้างทางรถไฟ

แต่ต่อมากลับพบการรุกล้ำพื้นที่และขอออกโฉนดที่ดิน

การรถไฟฯเคยทำเรื่องให้กรมที่ดินเพิกถอนโฉนดมาหลายรอบ ที่ฮือฮาและเป็นทางการช่วงปี พ.ศ. 2540 จังหวัดบุรีรัมย์ ทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้วินิจฉัยกรณีนี้

เนื่องจากการรถไฟฯระบุว่าเป็นเจ้าของที่ดิน แต่กรมที่ดินอ้างว่าออกโฉนดถูกต้องแล้ว เพราะ 2 หน่วยงานตีความ พ.ร.ฎ.ทั้ง 2 ฉบับต่างกัน กรณีแนวเขตท้าย ที่สุด สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาวินิจฉัยว่า เขากระโดง เป็นที่ดินของการรถไฟฯ

แต่คดีนี้ก็ยืดเยื้อมาเรื่อย ๆ กระทั่งเกิดการฟ้องร้องเจ้าของที่ดินบางแปลง และมีคำพิพากษาจากศาลฎีกา และศาลอุทธรณ์ภาค 3 ออกมา ช่วงปี 2560-2563

ความน่าสนใจคือแม้จะฟ้องเจ้าของที่ดินบางแปลง แต่ในคำพิพากษาระบุชัดว่า ที่ดินเขากระโดง 5,083 ไร่ ทั้งหมดเป็นของการรถไฟฯ

กรมที่ดินตั้งคณะกรรมการร่วมกับการรถไฟฯ ตรวจสอบหลักฐานและแนวเขตตามข้อพิพาท

น่าสนใจว่าระหว่างที่การตรวจสอบยังไม่สิ้นสุด กรมที่ดินอ้างว่าการรถไฟฯ ไม่มีแผนที่หลักฐานแนบท้ายของตัวเอง แต่ใช้ของทหาร จึงมีคำสั่งไม่เพิกถอนหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินที่ออกทับที่ดินการรถไฟฯ

กระทั่งต่อมาการตรวจสอบพบข้อมูลชัดเจนว่า ที่ดินพิพาททั้งหมดเป็นของการรถไฟฯ จึงฟ้องต่อศาลปกครองยกเลิกคำสั่งกรมที่ดิน

ทั้งการรถไฟฯและกรมที่ดิน ยื้อกันไปยื้อกันมา กระทั่งเกิดการเปลี่ยนแปลงในรัฐบาล ที่พรรคภูมิใจไทยถอนตัวออกไป

กรณีนี้จึงเริ่มเดินหน้าอย่างเต็มที่ จนขั้นตอนมาถึงปัจจุบันนี้

ถ้าถามว่าก่อนหน้านี้ทำไมไม่ทำอะไรเลย ?

จากหลักฐานต่าง ๆ การรถไฟฯพยายามดำเนินการมาตลอด แต่ความคืบหน้าเป็นไปอย่าง “ละเมียดละไม”

ส่วนหนึ่งเพราะเครือข่ายของผู้เกี่ยวข้อง มักมีบทบาททางการเมืองเสมอ ๆ

บางครั้งเป็นพรรคร่วมรัฐบาล และหลายครั้งมีอำนาจในกระทรวงมหาดไทย ที่คุมกรมที่ดิน หรือนั่งเก้าอี้กระทรวงคมนาคม ที่คุมการรถไฟฯ

จึงเมื่อการเมืองมีความเปลี่ยนแปลง หลักฐานต่าง ๆ ก็เริ่มออกมาเรื่อย ๆ

น่าสนใจและกลายเป็นไวรัลในตอนนี้ ไม่พ้นหลักฐานเมื่อปี พ.ศ. 2513 ผู้นำตระกูลใหญ่ในบุรีรัมย์ มีหนังสือถึงการรถไฟฯขอใช้ประโยชน์บนที่ดินเขากระโดง ซึ่งเป็นของการรถไฟฯ

ไม่ต่างจากยอมรับกลาย ๆ ว่า ที่ดินขนาดใหญ่แปลงนี้เป็นของการรถไฟฯ แต่ไม่รู้ต่อมาทำอีท่าไหน จึงมีบุคคลต่าง ๆ ขอออกโฉนดที่ดินเขากระโดง และเปลี่ยนมือกันไปมากว่า 900 โฉนด

แต่แปลงใหญ่ ๆ ตกอยู่ในมือแค่ไม่กี่คน

แม้ฝั่งเจ้าของที่ดินพยายามยื้อเรื่องนี้ แต่ท่าทีของรัฐบาลที่ประกาศชัดต้องถอนโฉนดตามคำพิพากษาก็แข็งกร้าวยิ่ง

รวมถึงส่งเรื่องให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้ามาสืบสวนประเด็นผู้เกี่ยวข้องทั้งการเมืองและข้าราชการ

งานนี้ต้องตามกันยาว ๆ ว่าจะลงเอยเช่นใด เพราะผู้เกี่ยวข้องล้วนมีอิทธิฤทธิ์ไม่ธรรมดา