เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ดูทั้งหมด

รัฐบาลภูมิใจไทย บ้านเพื่อคนไทยเอาไงต่อ

14 ก.ย. 2568 | 09:03น.

คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : เมตตา ทับทิม

เวลคัมรัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล อย่างเป็นทางการ ณ ที่นี้ค่ะ

แม้จะรู้อยู่เต็มอกว่า นายกฯหนูงานล้นมือ แต่วันนี้ขอชวนคุยอีกสักเรื่อง ว่าด้วยโครงการบ้านเพื่อคนไทย ที่หลายคนแอบแซะว่า ถ้าตัดคำว่า คน ออกไป แบรนด์ที่แท้จริงของโครงการนี้ก็คือ บ้านเพื่อไทย

และถ้าไม่มีอุบัติเหตุทางการเมือง ตามแผนเดิมเจ้าภาพผู้รับผิดชอบโครงการก็คือ กระทรวงคมนาคม วางไทม์ไลน์ไว้หลายขั้นตอน โดยท่านอดีต รมช.คมนาคม “สุรพงษ์ ปิยะโชติ” ให้ข่าวเมื่อต้นเดือนกรกฎาคม 2568 ความว่า ในส่วนของฝ่ายการเมือง กระทรวงคมนาคมเตรียมเสนอบรรจุเข้าสู่วาระประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในเดือนตุลาคม 2568 และเดือนพฤศจิกายนเป็นคิวจับสลากผู้จะได้รับสิทธิซื้อ

งานนี้ไม่จับสลากคงไม่ได้ เพราะซัพพลายลอตแรกมีจำนวนจำกัด 5,000 หน่วย แต่มีประชาชนยื่นแสดงความสนใจ 2.6 แสนคน ในจำนวนนี้ รัฐบาลก็เข้าใจทำ เพราะบ้านเพื่อคนไทยไม่ได้โอนกรรมสิทธิ์ เนื่องจากพัฒนาบนที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย ดังนั้น จึงเป็นการขายสิทธิการเช่าระยะยาว ภาษาไฮโซเรียกว่าขายแบบลีสโฮลด์

แต่เนื่องจากบ้านเป็นของชิ้นใหญ่ มีราคาสูงอยู่ ประชาชนกลุ่มเป้าหมายของบ้านเพื่อคนไทยส่วนใหญ่จึงฟันธงได้ว่าต้องกู้เงินมาซื้อ แล้วจะมีแบงก์ไหนในประเทศนี้ที่จะมาปล่อยเงินกู้ซื้อบ้านเพื่อคนไทย ถ้าไม่ใช่แบงก์รัฐ ซึ่งก็คือ “ธอส.-ธนาคารอาคารสงเคราะห์”

วิธีการปล่อยเงินกู้ ธอส.ก็อยากสกรีนประชาชนคนไทยที่อยากซื้อ คำตอบสุดท้ายมีผู้ผ่านเกณฑ์เครดิตดีพอ 1.3 แสนคน ซึ่งก็ยังเยอะอยู่ …เห็นรึยังว่าดีมานด์ต้องการที่อยู่อาศัยของคนไทยมีมหาศาลแค่ไหน

การจับสลากก็ทำได้น่ารัก เพราะไปจับมือกับสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หน่วยงานที่เก่งที่สุดในประเทศไทยในการจับสลาก เพราะทำเป็นปกติธุระอยู่แล้วในการออกหวยเดือนละ 2 ครั้ง

ทั้ง 2 ขั้นตอนนี้คงไม่มีใครกังขา แต่การทำงานอีกหลายขั้นตอนที่เหลือนี่สิ น่าคิด

เช่น ไทม์ไลน์กระทรวงคมนาคมบอกว่า ก่อนจะเข้าที่ประชุม ครม.ในเดือนตุลาคม ทางเจ้าภาพที่แท้จริงคือการรถไฟฯ ซึ่งก็มอบภารกิจให้กับบริษัทลูก “บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด-SRT Asset” ไม่ใช่ว่าเชื่อมือหรือให้ความไว้วางใจอะไรหรอก แต่เป็นเพราะเขาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่ดินรถไฟ (ฮา) เรียกว่าเป็นแลนด์ลอร์ด และเดาว่าน่าจะยังไม่เคยมีประสบการณ์หรือมีความเชี่ยวชาญในฐานะดีเวลอปเปอร์ (นักพัฒนาที่ดิน) แต่อย่างใด

โดย SRT Asset จะต้องเคลียร์ในเรื่องการประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างลอตแรก 5,000 หน่วยดังกล่าว ไทม์ไลน์ที่แจ้งมาคือจะจัดทำร่าง TOR (เงื่อนไขประมูล) ให้จบภายในเดือนมิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา

แต่โครงการนี้ก็ดูจะมีความคืบหน้าแบบแปลก ๆ เพราะถามใครก็ไม่มีใครรู้ว่าไปถึงไหนแล้ว เรื่องนี้จริงหรือไม่จริง คงต้องตรวจสอบกับ “พันตำรวจเอก ศุภกร ศุภศิณเจริญ” กรรมการการรถไฟฯ รักษาการในตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ SRT Asset และขออนุญาตผสมโรงด้วยซะเลยว่า ขอนัดสัมภาษณ์ท่านศุภกรตั้งแต่ไตรมาส 1/68 แล้ว จนป่านนี้ท่านยังไม่รับนัดเลยค่ะ (ฮา)

ขั้นตอนถัดมาที่อยากขายไอเดียขอให้มีการพิจารณาทบทวน เป็นเรื่องราคา เพราะตอนวันประกาศโครงการเมื่อ 17 มกราคม 2568 ราคาขายซัดเข้าไป คอนโดฯห้องละ 3 ล้านบาท ยังไม่รู้ว่าบ้านแนวราบจะราคาเท่าไหร่ เพราะมีที่ดินรถไฟหลายแปลงอยู่ในเมือง เรื่องนี้ทำประชาชนคนซื้ออกหัก เพราะคาดหวังจะได้บ้านเช่ารัฐบาลที่ราคาไม่แพง

เรื่องราคามี 3 นายกอสังหาฯ ทั้ง “สุนทร สถาพร” นายกสมาคมบ้านจัดสรร “ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต” นายกสมาคมคอนโด “พรนริศ ชวนไชยสิทธิ์” นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ไทย บ่นกระปอดกระแปด แทนที่จะทำเป็นกึ่งสวัสดิการขายในราคาไม่แพงให้คนไทยผู้มีรายได้น้อยมีโอกาสเข้าถึงที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง

แต่พอมากำหนดราคาขายหลังละ 3 ล้านบาท กลายเป็นตลาดคนในเมือง คนมีกำลังซื้อ ปิดกั้นผู้มีรายได้น้อยจะมีโอกาสได้มีที่พักอาศัยในเขตเมือง ที่สำคัญกลายเป็นเอาความได้เปรียบของที่ดินรัฐที่มีต้นทุนถูก มาขายแข่งกับโครงการของเอกชน เรียกว่าผิดฝาผิดตัวไปเยอะ

นโยบายบ้านเพื่อ (คน) ไทย ในยุครัฐบาลภูมิใจไทย ถ้าลดราคาลงมาเหลือสัก 1 ล้านบวกลบ แล้วท่านจะเปลี่ยนชื่อโครงการเป็นบ้านภูมิใจไทย มั่นใจว่าไม่มีใครคัดค้านแน่นวล ฟันธง