เปลี่ยนผ่านรถ EV ต้องดูแลทุกฝ่าย
รถ EV
คอลัมน์ : สามัญสำนึก ผู้เขียน : สันติ จิรพรพนิต
เป็นอีกประเด็นใหญ่ในวงการธุรกิจของไทย เมื่อสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย (EVAT) ร่วมกับอีก 9 สมาคมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ออกแถลงการณ์ร่วมยื่นข้อเสนอต่อรัฐบาล รักษาเสถียรภาพอุตสาหกรรมยานยนต์
ปฐมเหตุไม่พ้นการเข้ามาของกลุ่มรถ EV จีน ที่ได้อานิสงส์จากมาตรการสนับสนุนการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า EV 3.0 และ 3.5 ทั้งเรื่องภาษี เงินอุดหนุน และอื่น ๆ
เพราะปัจจุบันรถยนต์ EV จากจีนส่วนใหญ่ยังมาในรูปนำเข้าทั้งคัน หรือ CBU โดยได้สิทธิพิเศษตามความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน ที่ทำให้การนำเข้ามีอัตราอากร 0%
แม้ตามเงื่อนไขค่ายรถที่เข้าร่วมต้องตั้งโรงงานในประเทศไทย และผลิตชดเชยในอัตรา 1:1 และ 1:1.5 ในภายหลังก็ตาม
แต่ในข้อเท็จจริงโรงงานหลายแห่งใช้วิธีนำเข้าชิ้นส่วนจากจีนเป็นหลัก
เป็นที่รับรู้กันดีว่าอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของจีนนั้นอาศัยปริมาณการผลิตจำนวนมาก ทำให้ต้นทุนต่อชิ้นถูกลง จนสามารถตีตลาดสินค้าแทบทุกชนิดทั่วโลก
โดยเฉพาะรถยนต์ EV ที่จีนพัฒนาไปไกลและรวดเร็ว แถมต้นทุนก็ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับรถยนต์พลังงานอื่น ๆ
เนื่องจากชิ้นส่วนของรถยนต์ EV นั้นมีน้อยกว่ารถยนต์สันดาปภายใน หรือ ICE หลายเท่า ต้นทุนสูงสุดคือแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ที่ใช้ขับเคลื่อนรถยนต์
แต่เมื่อมองย้อนกลับไปในช่วงไม่ถึง 10 ปีที่ผ่านมา เทคโนโลยีของจีนที่ก้าวล้ำไปเรื่อย ๆ บวกกับยอดการผลิตที่มากขึ้นจากความต้องการทั่วโลก ทำให้ต้นทุนราคาแบตเตอรี่ถูกลงอย่างมาก แถมมีประสิทธิภาพสูงขึ้น
ปัจจุบันการชาร์จแบตเตอรี่ และระยะทางวิ่งต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง ซึ่งเคยเป็นข้อด้อยของรถ EV มาตลอด ทุกวันนี้ทำได้ไม่ต่างจากรถยนต์ที่เติมน้ำมันเลย
รถยนต์ EV จีนจึงตีตลาดยานยนต์ทั่วโลก
ก่อนหน้านี้สหรัฐและยุโรปต้องออกมาตรการภาษีมากีดกัน เพื่อรักษาอุตสาหกรรมยานยนต์ของตัวเอง
ในขณะที่ประเทศไทยก็ไม่ต่างจากทั่วโลกที่มีวิสัยทัศน์ด้านสิ่งแวดล้อม และลดการพึ่งพาน้ำมัน จนออกมาตรการสนับสนุนรถยนต์ EV
อย่างไรก็ตามแม้มีเงื่อนไขต้องตั้งโรงงานผลิตในประเทศไทย แต่เพราะการนำเข้าชิ้นส่วนถูกกว่าผลิตในประเทศ ทำให้หลายค่ายรถนิยมนำเข้ามากกว่า
ทำให้หลายอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ และจะยิ่งมากขึ้นตามยอดขายของรถ EV จีนที่เพิ่มสูง สวนทางกับรถยนต์อื่น ๆ ที่ผลิตในประเทศ
เพราะเป็นที่รู้กันว่าค่ายรถจากญี่ปุ่น หรือยุโรป ที่ผลิตในประเทศไทยนั้น ใช้ชิ้นส่วนจำนวนมากจากผู้ผลิตในประเทศ
แม้โดยเงื่อนไขของรัฐบาลในอนาคตค่ายรถ EV ต้องผลิตในประเทศไทยโดยเฉพาะแบตเตอรี่ ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญ
แต่ความเห็นของ 10 สมาคมที่ออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ มองว่าควรมีมาตรการอื่น ๆ สนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ในระหว่างนี้ด้วย
หลัก ๆ เช่น ขยายฐานภาษีระหว่างรถนำเข้าและผลิตในประเทศให้ห่างกันมากขึ้น จากปัจจุบันรถนำเข้าเสียภาษีมากกว่าแค่ 8% เท่านั้น รวมถึงเพิ่มเกณฑ์สัดส่วนมูลค่าเพิ่มในประเทศ หรือ Local Content เพื่อให้ค่ายรถใช้วัตถุดิบในประเทศไทยมากขึ้น
กำหนดให้ผู้ผลิตรถยนต์ต้องจัดซื้อชิ้นส่วนร่วม (ชิ้นส่วนที่ใช้ร่วมกันระหว่างรถ EV กับรถยนต์ ICE) ที่ผู้ประกอบการในไทยมีศักยภาพในการผลิต ฯลฯ
ขณะที่กระทรวงการคลังที่รับผิดชอบเรื่องอัตราภาษีต่าง ๆ ยืนยันว่าหลาย ๆ ข้อเรียกร้องรัฐบาลพิจารณาอยู่แล้ว โดยเฉพาะ Local Content เพื่อดูแลอุตสาหกรรมของไทย
ต้องยอมรับว่ารถยนต์ EV เป็นเทรนด์ที่ได้รับความนิยมทั่วโลก และในอนาคตรถยนต์ ICE จะค่อย ๆ หายไป หลายแบรนด์ที่ยังไม่ไป EV เต็มตัว ทำแบบลูกผสมน้ำมัน+ไฟฟ้า หรือไฮบริด มากขึ้น
แต่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านนี้นอกจากภาคเอกชนที่ต้องปรับตัวแล้ว รัฐบาลต้องคอยประคับประคอง หรือให้แต้มต่อบ้างในบางกรณี
เพื่อให้ทุกภาคส่วนอยู่รอดในช่วงรอยต่อนี้ และเดินหน้าไปได้พร้อม ๆ กัน