Skip to content

ความเท่าเทียมคือปกติ

07 มิ.ย. 2569 | 12:08น.
ความเท่าเทียมคือปกติ
คอลัมน์ : สามัญสำนึก
ผู้เขียน : สมถวิล ลีลาสุวัฒน์ 

หลายปีหลังมานี้ คนไทยคุ้นชินกับคำว่า “เพศสภาพ” และ “ความเท่าเทียม” กันมากขึ้น


เพราะโลกใหม่ไม่มีกำแพงใด ๆ อีกแล้ว ยกเว้นแต่กำแพงภาษีของเสี่ยทรัมป์ 

เดือนมิถุนายนของทุกปี จะเป็นเดือนสัญลักษณ์ของ LGBTQIAN+ กลุ่มคนที่มีพลังล้นเหลือและสร้างสรรค์สุดประมาณ 

เพราะพวกเขาผ่านการต่อสู้ เรียกร้องมาทุกรูปแบบ จนมีที่ยืนอย่างสวย ๆ เริ่ด ๆ เป็นบรรทัดฐานของความเท่าเทียมทางเพศที่กฎหมายไทยยอมรับแล้ว

หลายคู่แต่งงานกัน เป็นชายชาย หญิงหญิง บางคู่ดูเรียบง่าย บางคู่ก็โอเวอร์แอ็ก แล้วแต่บุคลิก และไลฟ์สไตล์ ไม่มีใครผิดใครถูก

ล่าสุด ถนนในเมือง และถนนต่างจังหวัดตามโรงแรมดัง เริ่มทาสีพื้นเป็นสีรุ้ง เป็นถนนสายรุ้ง สีฉูดฉาด สร้างสีสันให้ทำเล ดึงคนรุ่นใหม่เข้ามาถ่ายรูป เช็กอิน ตามกระแสที่มาถึง ปีละครั้ง

แต่ปีนี้ดูดุเดือดขึ้นในด้านการตลาด ห้างใหญ่ในเมืองทุ่มงบฯ หนัก จัดอีเวนต์รับ Pride Month กันบานฉ่ำ

งาน Bangkok Pride Festival 2026 เพิ่งถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยแนวคิด “Patch the World with Pride” หรือความหมายที่ว่า “ถักทอโลกด้วยความภาคภูมิใจ” 

ไฮไลต์คือขบวนพาเหรด ถนนสีลม ที่แสดงถึงพลังขับเคลื่อนสิทธิความเท่าเทียม เพื่อผลักดันให้กรุงเทพมหานครเป็นเจ้าภาพ WorldPride ให้ได้ในปี 2030

เช่นเดียวกับการเสนอตัวเป็นเจ้าภาพกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2030 ของการกีฬาแห่งประเทศไทยด้วย

ดังนั้น ปี 2030 จะเป็นปีสำคัญของบิ๊กอีเวนต์ระดับโลก  

ส่วน “สยามพารากอน” ถือเป็นห้างนางเอกที่ร่วมกับกลุ่มบางกอกไพรด์ จัดงาน Pride Month สุดอลังการทุกปี 

The Celebration : Right to Love 2026 คือธีมปีนี้ที่ขบวนพาเหรดจะมาเฉิดฉายหน้าศูนย์การค้าตลอดเดือนนี้

กล่าวถึงเครดิตต้องยกให้ “เศรษฐา ทวีสิน” อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีบทบาทสำคัญ ในเรื่องสิทธิความเท่าเทียมทางเพศและความหลากหลายทางเพศ 

โดยเฉพาะผลงานการผลักดัน พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (สมรสเท่าเทียม) ที่เข้าสู่คณะรัฐมนตรีและสภาผู้แทนราษฎรในยุคนั้น 

จนประกาศใช้เป็นกฎหมายได้สำเร็จเป็นครั้งแรก

การขับเคลื่อนด้านเพศสภาพมีทั้งกฎหมายสมรสเท่าเทียม กฎหมายรับรองเพศสภาพให้บุคคลสามารถเปลี่ยนคำนำหน้านามและรับรองสิทธิทางกฎหมายตามเพศสภาพของตนเองได้

พร้อมชูประเทศไทยเป็นฮับ World Pride ด้วยการประกาศวิสัยทัศน์และขอให้รัฐบาลสนับสนุน เป็นเจ้าภาพจัดงาน Bangkok World Pride ยกระดับสิทธิความเท่าเทียมและขับเคลื่อนเศรษฐกิจสิทธิสาธารณสุข 

ส่งเสริมการขยายสิทธิบัตรทองให้ครอบคลุมการรักษาพยาบาลสำหรับคนข้ามเพศด้วย

จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันคนรุ่นใหม่ให้ความสำคัญกับ “ความเท่าเทียม” มากขึ้นเรื่อย ๆ และมองว่าเรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ประเด็นที่ต้องรอการยอมรับ 

แต่คือมาตรฐานพื้นฐานที่คาดหวังให้เกิดขึ้นจริง ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน องค์กร หรือสังคมรอบตัว 

คนรุ่นใหม่ กลุ่ม Gen Z ราว 62% มองว่า ความหลากหลายทางเชื้อชาติเป็นสิ่งที่ดีต่อสังคม 

และกว่า 96% ของ Gen Z ไทย มองว่า การมีเป้าหมายในการทำงานเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพชีวิตเช่นกัน

จึงคาดหวังความเป็นธรรม ยอมรับความแตกต่าง และเคารพในความเป็นมนุษย์ ที่เป็นเรื่องปกติขององค์กรและสังคม  

ขณะที่องค์กรที่ได้รับการยอมรับจากคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน 

ไม่ได้ถูกตัดสินจากผลตอบแทนหรือความก้าวหน้าในอาชีพอย่างเดียว 

แต่คือการเคารพในคุณค่าของพนักงาน การสร้างสมดุลชีวิตและการงาน มีวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างสอดคล้องกับตัวตนของผู้คนจริง ๆ

เพราะการเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่สิทธิพิเศษ 

แต่คือเรื่องปกติที่ทุกคนควรได้รับอย่างเท่าเทียม