เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
Finance ราคาทองวันนี้ (15 ต.ค. 69) ขยับลง 200 บาท รูปพรรณขายออก 66,550 บาท
เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
News เปิดเหตุผล ‘เงินเยียวยาน้ำท่วม กทม.’ ได้ไม่เท่ากัน-เงินเข้าช้า ล่าสุดอนุมัติแล้วกว่า 2 แสนราย
ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
Finance ฟินโนมีนา ชี้วิกฤตเทขาย AI ลามทั่วโลก ลุ้นประธาน ‘เฟด’ ส่งสัญญาณดอกเบี้ยคืนนี้
ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
Economic ไทยผนึก WEF ดัน “ข้าวคาร์บอนต่ำ” เชื่อมตลาดโลก ชูดีลซื้อระยะยาว-เงินทุน เพิ่มรายได้ชาวนา
ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
Automotive ลูกค้า YAMAHA กิน McDonald’s ฟรี วันนี้ถึง 14 พ.ย. 2569  
SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
Real Estate SC ทุ่ม 1.1 หมื่นล้านปลุกบางโพ ผุดคอนโดริมน้ำ ดึง “วิน-ตู” พรีเซ็นเตอร์ พรีเซล 17-18 ต.ค.นี้
กรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำ 24 ชม. เร่งระบายน้ำบางปะกง-คลองรังสิต
Economic กรมชลฯ ระดมเครื่องสูบน้ำ-ผลักดันน้ำ 24 ชม. เร่งระบายน้ำบางปะกง-คลองรังสิต
ไทยพีบีเอส แจงดราม่า “นักข่าวพลเมืองไม่ได้ค่าตอบแทน” ยันยึดหลักสร้างพื้นที่สาธารณะ
News ไทยพีบีเอส แจงดราม่า “นักข่าวพลเมืองไม่ได้ค่าตอบแทน” ยันยึดหลักสร้างพื้นที่สาธารณะ
สทนช.เร่งระบายน้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ท่วมขังลดแล้ว 922 ล้าน ลบ.ม. คาดคลี่คลายภายใน ต.ค.
Economic สทนช.เร่งระบายน้ำเจ้าพระยา-บางปะกง ท่วมขังลดแล้ว 922 ล้าน ลบ.ม. คาดคลี่คลายภายใน ต.ค.
‘ไทย-สวิส’ ชื่นมื่นดัน 4 ความร่วมมือ มุ่งขยายตลาด EFTA
Politics ‘ไทย-สวิส’ ชื่นมื่นดัน 4 ความร่วมมือ มุ่งขยายตลาด EFTA
ดูทั้งหมด

อนาคตการทำงานและภาวะผู้นำในประเทศไทย

22 ก.พ. 2568 | 10:10น.
คอลัมน์ : SD TALK
ผู้เขียน : อภิวุฒิ พิมลแสงสุริยา

ในวันเปิดตัว IMPACT Leadership : บริการพัฒนาภาวะผู้นำสำหรับผู้บริหารและหัวหน้ารูปแบบใหม่ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมพูดถึงงานวิจัยที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง สลิงชอท กรุ๊ป กับศูนย์วิจัยอนาคตศึกษา FutureTales Lab

โดย MQDC ที่คาดการณ์ว่าในอีก 10 ปีข้างหน้าสภาพแวดล้อมการทำงานของไทยจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเทคโนโลยี วัฒนธรรมองค์กร และแนวคิดการบริหารคนจะเข้ามามีบทบาทสำคัญยิ่งขึ้น ผู้นำต้องสามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ เพื่อสร้างองค์กรที่มีความมั่นคงและเติบโตอย่างยั่งยืน

นี่คือแนวโน้ม 5 ประการที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต

1.การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีและวัฒนธรรมไทย (Tech Meets Traditions) เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่เทคโนโลยีโดยเฉพาะ AI ไม่ได้มาแทนที่มนุษย์ แต่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะ เทคโนโลยีถูกนำมาใช้ในการแนะนำเพื่อนร่วมงานใหม่ ส่งเสริมกิจกรรมที่ช่วยกระชับความสัมพันธ์ และเสริมสร้างโอกาสให้พนักงานได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างเป็นอิสระ

แม้ว่าหลายองค์กรจะมีพนักงานทำงานจากหลากหลายสถานที่ แต่เทคโนโลยีจะช่วยให้ทุกคนยังคงเชื่อมโยงกันได้โดยไม่สูญเสียอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม ตัวอย่างเช่น เทศกาลสำคัญอย่างสงกรานต์และลอยกระทง ก็สามารถเฉลิมฉลองร่วมกันผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล โดยพนักงานสามารถแลกเปลี่ยนของขวัญดิจิทัล หรือส่งคำอวยพรเสมือนจริงถึงกันได้ ทำให้แม้จะอยู่ห่างไกลก็ยังรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร

2.เทศกาลแห่งวิกฤตท่ามกลางคลื่นลมของความไม่แน่นอน (Crisis Festivals in Uncertain Waves) – ผู้นำต้องให้ความสำคัญกับการบริหารคนมากกว่าที่เคย เพราะพนักงานต้องเผชิญกับความเครียดจากสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รวมถึงความกดดันทางสังคมที่เพิ่มขึ้น องค์กรที่ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่นในการทำงาน การดูแลสุขภาพจิต และการสร้างสมดุลระหว่างชีวิตและงาน จะสามารถรักษาพนักงานที่มีคุณภาพเอาไว้ได้ จากนี้ไปผู้นำต้องทำหน้าที่เป็นทั้งผู้บริหารและที่ปรึกษาทางอารมณ์สำหรับพนักงาน ต้องสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานรู้สึกมั่นคง มีคุณค่า และมีแรงจูงใจในการทำงาน

การบริหารงานแบบเน้นผลลัพธ์เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป ผู้นำต้องเปิดโอกาสให้พนักงานได้แสดงความคิดเห็นและพัฒนาตัวเอง เพื่อให้สามารถปรับตัวและเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงได้อย่างมั่นใจ

3.ยุคแห่งอัตลักษณ์ที่หลากหลาย (The Versatile Identity Era) – รูปแบบการทำงานของคนไทยจะเปลี่ยนไปอย่างมาก จากเดิมที่เคยทำงานในองค์กรเพียงแห่งเดียว คนทำงานในอนาคตจะหันมาทำงานแบบ Multigig Economy หรือการทำงานหลายอาชีพพร้อมกัน ซึ่งเปิดโอกาสให้แต่ละคนสามารถใช้ทักษะที่หลากหลายและออกแบบเส้นทางอาชีพของตัวเองได้มากขึ้น

เทคโนโลยีจะช่วยให้คนสามารถทำงานจากที่ไหนก็ได้ ทำให้เกิดการแข่งขันที่สูงขึ้นในตลาดแรงงาน คนที่สามารถพัฒนาทักษะและสร้างแบรนด์ส่วนตัวที่แข็งแกร่งจะมีโอกาสมากกว่า ในทางกลับกันผู้ที่ไม่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาจต้องเผชิญกับความท้าทายมากขึ้น

ผู้นำองค์กรต้องเข้าใจแนวโน้มนี้ และออกแบบนโยบายการจ้างงานให้ยืดหยุ่นและโปร่งใส เพื่อดึงดูดคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงาน นอกจากนี้ ยังต้องสร้างวัฒนธรรมที่เอื้อให้พนักงานสามารถเติบโตไปพร้อม ๆ กับองค์กรได้ด้วย

4.อนุรักษนิยมยุคใหม่ (Neotraditionalism) – ผู้นำต้องสามารถผสมผสานภูมิปัญญาดั้งเดิมให้เข้ากับนวัตกรรมสมัยใหม่ เพื่อสร้างคุณค่าและความแตกต่างให้กับองค์กร หลักคำสอนทางศาสนา เช่น ความเมตตา การให้อภัย และทางสายกลาง สามารถนำมาใช้ในการบริหารคน เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่ดีขึ้น

อย่างไรก็ตาม องค์กรต้องหาวิธีปรับใช้แนวคิดนี้ให้เหมาะสมกับยุคดิจิทัล ระบบอาวุโส และโครงสร้างที่เคร่งครัดอาจไม่สอดคล้องกับแนวคิดการทำงานที่ยืดหยุ่นของคนรุ่นใหม่ ผู้นำต้องหาวิธีผสมผสานคุณค่าทางวัฒนธรรมให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสังคม เพื่อให้สามารถบริหารงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5.พลังแห่งความหลากหลายเพื่อโลกที่อยู่ร่วมกันอย่างเท่าเทียม (Diverse Synergy for an Inclusive World) – ความหลากหลายจะกลายเป็นหัวใจสำคัญขององค์กรในอนาคต องค์กรต้องให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกันของคนที่มาจากหลากหลายเชื้อชาติ อายุ เพศ และพื้นเพทางสังคม เทคโนโลยี

เช่น AI และแพลตฟอร์มอัจฉริยะจะช่วยสนับสนุนการทำงานของทีมที่มีความหลากหลาย ช่วยให้เกิดการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และสร้างสภาพแวดล้อมที่พนักงานทุกคนรู้สึกมีคุณค่าและมีส่วนร่วม ผู้นำต้องพัฒนา EQ และทักษะในการบริหารทีมที่มีความหลากหลาย เพื่อสร้างสัมพันธภาพที่แข็งแกร่งและนำพาทีมไปสู่เป้าหมายร่วมกัน

การทำงานระหว่างเจเนอเรชั่นก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่สำคัญ องค์กรต้องสนับสนุนแรงงานสูงวัย และสร้างโอกาสให้ทุกคนสามารถเรียนรู้และเติบโตไปพร้อมกัน

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ผู้นำในอนาคตต้องมีความสามารถในการปรับตัวและมองการณ์ไกล ไม่เพียงแค่บริหารงานได้ดี แต่ต้องสามารถสร้างแรงบันดาลใจ สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่ยั่งยืน และดึงดูดคนเก่งให้อยู่กับองค์กรในระยะยาว การทำงานในอนาคตจะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่หากองค์กรสามารถปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มเหล่านี้ได้ ก็จะสามารถเติบโตและประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน