คอลัมน์ : SD Talk ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์ https://tamrongsakk.blogspot.com
เห็นมีการตั้งคำถามนี้อยู่ในเพจเพจหนึ่งน่าสนใจดี ผมก็เลยขอนำเอามาแชร์ไอเดียกัน น่าจะทำให้เกิดข้อคิดเตือนใจสำหรับคนที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพื่อปรับปรุงโปรแกรมทำนองนี้ครับ
ในความเห็นของผม ผมมีความเห็นอย่างนี้ครับ
1.Leadership ไม่ใช่แค่การส่งคนไปอบรม แล้วก็บอกว่าคนคนนั้นผ่านหลักสูตรนั้น ๆ แล้ว (บางหลักสูตรมีการสอบข้อเขียนหรือปฏิบัติด้วย) ได้คะแนนสูง ได้รับวุฒิบัตรแล้ว ก็แปลว่ามีความพร้อมที่จะเป็นผู้นำทีมงานได้แล้ว ถ้าใครยังไม่ผ่านหลักสูตรนั้น ๆ ก็ถือว่ายังไม่มีคุณสมบัติที่จะ Promote ได้
แต่ Leadership จะเกิดจาก
1.1 ตัวของคนคนนั้นเอง ว่าจะมีทุนเดิมอยู่มากน้อยแค่ไหน และจะสร้างและพัฒนา Leadership ในตัวเองให้เพิ่มขึ้นได้อีกหรือไม่
1.2 เกิดจากประสบการณ์ของคนคนนั้นที่จะหล่อหลอมและทำให้มี Leadership เพิ่มขึ้นได้มาก-น้อยเท่าใด
2.หัวหน้าของคนคนนั้น
2.1 เป็นต้นแบบที่ดีของการเป็นผู้นำหรือไม่ ศิษย์จะเก่งก็ต้องมีครูที่ดี ถ้าหัวหน้าไม่ใช่ต้นแบบที่ดีจะทำให้ลูกน้องพัฒนาภาวะผู้นำให้เพิ่มขึ้นได้ยาก
2.2 มีศักยภาพที่จะ Coach/ให้คำปรึกษาแนะนำ/สอนงาน/เป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกน้อง ตลอดจนสามารถวางแผนให้ลูกน้องได้พัฒนา Leadership ในตัวเองได้หรือไม่ เพราะหัวหน้าหลายคนเก่งเฉพาะตัว แต่สอนคนไม่เป็น ให้คำปรึกษาไม่เป็น อย่างนี้ก็จะทำให้เกิดปัญหาในการสร้าง Successor ครับ
2.3 หัวหน้ามีความพร้อมและให้ความร่วมมือในการสร้าง Leader ขึ้นมาแทนตัวเองหรือไม่ ถ้าหัวหน้าไม่พร้อม หรือไม่ให้ความร่วมมือ หรือเป็นหัวหน้าที่มีทัศนคติไม่ดี อีคิวต่ำ ขี้อิจฉาริษยา เห็นคนอื่นเก่งกว่าตัวเองไม่ได้ ฯลฯ
อย่างนี้ก็คงจะทำให้การพัฒนา Leader มีปัญหาตามไปด้วยแหละครับ
นี่แหละครับคือคำตอบ ว่าทำไมโปรแกรมการพัฒนาผู้นำในปัจจุบันถึงไม่สามารถเตรียมผู้จัดการในอนาคตได้ในจุดที่ผมเห็นว่าเป็นอุปสรรคที่สำคัญในการพัฒนา Leader ครับ