Skip to content

ผลงานไม่ดีจะขอลดค่าจ้างได้ไหม ?

16 ต.ค. 2568 | 12:12น.
ผลงานไม่ดีจะขอลดค่าจ้างได้ไหม ?
คอลัมน์ : SD Talk
ผู้เขียน : ธำรงศักดิ์ คงคาสวัสดิ์
https://tamrongsakk.blogspot.com

คำถามมีอยู่ว่า….

“พนักงานทดลองงานทำงานไม่ดีจะเรียกมาแจ้งผลขอลดเงินเดือนลง และให้เวลาต่อทดลองงานออกไปดีหรือไม่” หรือ

“พนักงานประจำมีผลงานไม่ดีจะเชิญมาคุย เพื่อขอลดเงินเดือนลง และจะมอบหมายงานให้เขามี Value ในงานที่เพิ่มขึ้น ถ้าพนักงานยินยอมจะทำได้ไหม” หรือ

“ถ้าพนักงานคงไม่ยินยอมลดเงินเดือน บริษัทจะขอลดเงินอื่นที่ไม่ใช่เงินเดือน เช่น ค่าน้ำมันได้หรือไม่”

ผมเลยอยากจะมาทำความเข้าใจในหลักของ “ค่าจ้าง” ให้ตรงกันเสียก่อนคือ….

การลด “ค่าจ้าง” นั้นทำไม่ได้ เพราะผิดกฎหมายแรงงานครับ แต่ถ้าพนักงานยินยอมที่จะลดค่าจ้าง โดยการทำสัญญายินดีลดค่าจ้างของตัวเองลงแล้วเซ็นชื่อก็อาจทำได้

แต่..ถามใจของตัวเราเองดูสิครับ ว่าถ้าใครมาบอกให้เราลดค่าจ้างลงน่ะเรารู้สึกยังไง และเราอยากให้บริษัทลดค่าจ้างของเราหรือไม่ ?

ผมใช้คำว่า “ค่าจ้าง” เพราะกฎหมายแรงงานไม่มีคำว่าเงินเดือน ถ้าจะถามว่าค่าจ้างมีความหมายว่ายังไง ก็ตอบได้ (ตามมาตรา 5 ไปหาอ่านในกฎหมายแรงงานนะครับ) แบบเร็ว ๆ ว่าคือเงินที่นายจ้างจ่ายให้กับลูกจ้างเพื่อเป็นค่าตอบแทนการทำงานตามสัญญาในเวลาทำงานปกติ

ดังนั้น จึงต้องมาตีความว่า “เงิน” ประเภทต่าง ๆ ที่บริษัทจ่ายให้กับพนักงานนั้น เงินตัวไหนบ้างที่เป็นค่าจ้าง หรือเงินตัวไหนที่ไม่เป็นค่าจ้าง เช่น….

เงินเดือนเป็นค่าจ้างแหงแก๋ เพราะเป็นค่าตอบแทนการทำงานที่ลูกจ้างได้รับจากนายจ้าง คือฉันทำงานให้เธอ เธอก็ต้องจ่ายค่าตอบแทน (คือเงินเดือน) ให้ฉัน

ค่าวิชาชีพก็เป็นค่าจ้าง เพราะเป็นค่าตอบแทนการทำงานที่ลูกจ้างต้องใช้วิชาชีพนั้น ๆ ในการทำงาน นายจ้างก็เลยต้องจ่ายค่าวิชาชีพให้

ค่าตำแหน่ง, ค่าภาษาก็เป็นค่าจ้าง เพราะเป็นค่าตอบแทนการทำงานที่ลูกจ้างทำงานในตำแหน่งนั้น หรือทำงานโดยต้องใช้ภาษานั้น ๆ ในการทำงาน ฯลฯ

จากที่ผมยกตัวอย่างมาข้างต้นนี้ จึงต้องมาตีความกัน ว่าเงินอะไรบ้างที่เป็นค่าจ้าง อะไรที่ไม่เป็นค่าจ้าง เพื่อจะได้มีการปฏิบัติให้ถูกต้อง

คราวนี้เรากลับมาสู่คำถามข้างต้นคือ “การลดค่าจ้างทำได้หรือไม่ ?”

ก่อนตอบอยากจะตั้งคำถามกลับไปยังผู้ถามว่า….

“การลดค่าจ้างควรทำหรือไม่ ?” และ “ลดค่าจ้างไปแล้วบริษัทจะได้อะไร ?”

ถ้ายังคิดไม่ออกลองตอบคำถามเหล่านี้ดูก่อนไหมครับ

1.บริษัทจะลดค่าจ้างพนักงานเพื่อจะลงโทษที่เขาทำงานไม่ดีใช่หรือไม่, บริษัทคาดหวังหรือมีเป้าหมายอะไรในการลดค่าจ้างพนักงานที่ทำงานไม่ดี ตอบให้ชัด ๆ ได้ไหมครับ

2.ถ้าลดค่าจ้างพนักงานลงเพราะทำงานไม่ดี จะทำให้พนักงานมีผลการทำงานดีขึ้นกว่าเดิมได้จริงหรือ

เช่น เมื่อลดเงินเดือนลงแล้วเขาจะทำงานดีขึ้นได้ตามเม็ดเงินที่ถูกลดลงไปหรือ จะแน่ใจไหมครับว่าเขาจะทำงานดีขึ้น ถ้าเขายังทำงานไม่ดีขึ้นล่ะ บริษัทจะต้องลดเงินเดือนลงไปเรื่อย ๆ จนกว่าเขาจะทำงานให้ดีขึ้นหรือเปล่าครับ

แล้วถ้าสมมุติว่าเขาทำงานดีขึ้นแล้วบริษัทจะปรับเงินเดือนเพิ่มขึ้นให้คืนกลับไปหรือไม่

3.แน่ใจไหมครับว่าพนักงานที่ถูกลดค่าจ้างลงจะไม่แอบ “วางยา” บริษัทด้วยการสร้างความเสียหายแบบลับ ๆ โดยไม่ให้หัวหน้ารู้ เช่น การนำข้อมูลที่สำคัญ ๆ ออกไปเผยแพร่ หรือการไปปล่อยข่าวลือต่าง ๆ ให้เกิดความระส่ำระสายขึ้นในบริษัท ฯลฯ

4.เมื่อลดค่าจ้างพนักงานลงแล้วเขาจะยังคงมีความก้าวหน้า (Career Path) ต่อไปกับบริษัทได้อยู่อีกหรือไม่ ? บริษัทจะไว้วางใจเลื่อนชั้นเลื่อนตำแหน่งเขาในอนาคตหรือไม่ ?

จากคำถามข้างต้นในมุมมองของผม การลดเงินเดือนหรือลดค่าจ้างพนักงานลงเพราะผลงานไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นพนักงานทดลองงาน หรือพนักงานประจำก็ตาม ไม่ได้ทำให้เกิดผลดีอะไรขึ้นมาเลย !!

ถ้างั้นควรทำยังไงถ้าพนักงานทำงานไม่ดี ?

1.มีการประเมินผลการปฏิบัติงานและแจ้งผลการปฏิบัติงาน (Feedback) ให้พนักงานรับทราบแบบตรงไปตรงมา เช่น ถ้าพนักงานทำงานไม่ดี มีปัญหาในการทำงานมากจนหัวหน้ารับไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องกล้าประเมินผลงานให้ต่ำสุด เช่น D หรือ E

2.นำผลการประเมินไปใช้ร่วมกับการให้คุณให้โทษที่ชัดเจน เช่น เมื่อถูกประเมินผลการปฏิบัติงานต่ำสุด ก็อาจจะได้ขึ้นเงินเดือนประจำปีในเปอร์เซ็นต์ที่น้อยมาก หรือไม่ได้ขึ้นเงินเดือน หรือได้โบนัสน้อยกว่าค่าเฉลี่ย หรือไม่ให้โบนัสเลย เนื่องจากผลงานไม่เป็นที่ยอมรับของหัวหน้า และแจ้งผลให้เขาทราบ

ถ้าทำแบบนี้ตัวพนักงานก็อาจจะตัดสินใจเลือกทางเดินของตัวเอง ด้วยการลาออกไปโดยที่บริษัทไม่ต้องไปลดเงินเดือนลงให้มีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องศาลแรงงาน เพราะการขึ้นเงินเดือนประจำปีและการจ่ายโบนัสโดยหลักการแล้วเป็นสิทธิของนายจ้างที่จะให้ใครมากน้อยแค่ไหน หรือไม่ให้เลยก็ย่อมได้

3.ถ้าในที่สุดแล้วบริษัทเห็นว่าพนักงานที่มีผลการทำงานไม่ดีเหล่านี้ไม่พัฒนาตัวเอง ไม่ปรับปรุงผลงานให้ดีขึ้น หรือมีทัศนคติที่เป็นปัญหาที่ไม่สามารถจะทำงานร่วมกันไปได้แล้วจริง ๆ ก็คงจะต้องเจรจากับพนักงานเพื่อหาทางจากกันด้วยดี ซึ่งก็แล้วแต่เงื่อนไขข้อตกลงกันครับ

แต่พูดง่าย ๆ ว่าหลักการข้อนี้คือ “เจ็บแต่จบ” ไม่ควรยืดเยื้อแบบเรื้อรังครับ

การขอลดค่าจ้างที่ผมเล่ามาทั้งหมดข้างต้นนี้ มีสาเหตุเนื่องมาจากพนักงานมีผลการปฏิบัติงานไม่ดี หรือมีปัญหาเกี่ยวกับพฤติกรรมการทำงาน ไม่ใช่กรณีที่บริษัทขอความร่วมมือลดค่าจ้างในยามที่มีวิกฤตนะครับ