เล็กทำลายใหญ่
คอลัมน์ : Market-think ผู้เขียน : สรกล อดุลยานนท์
ในต่างประเทศ กลยุทธ์การตลาดของสินค้าที่เป็นคู่แข่งกันมักจะเล่นกันแรง ๆ
โดยเฉพาะสินค้าที่เป็น “คู่ปรับ” ตลอดกาล อย่าง “โค้ก-เป๊ปซี่” หรือ “ไนกี้-อดิดาส” หรือ “แมคโดนัลด์-เบอร์เกอร์คิง”
หรือแวดวงเบียร์ก็เช่นกัน
ถ้ามีงานใหญ่ระดับชาติหรือระดับโลก ที่สินค้าตัวใดเป็นสปอนเซอร์หลัก
เขาจะห้ามสินค้า “คู่แข่ง” เข้ามาในงาน
แม้แต่ “สี” ของสินค้าก็ไม่ได้
“คู่แข่ง” มักจะหากลยุทธ์เตะตัดขา เพื่อแย่ง “สปอตไลต์” จากสื่อหรือโซเชียลมีเดีย
บางทีแค่ “ประโยคเดียว” ก็แย่งพื้นที่ข่าวได้แล้ว
ส่วนใหญ่จะเป็นแนวจิกกัด หรือแทงสวนแบบเจ็บ ๆ คัน ๆ
ในเมืองไทยก็มีการใช้กลยุทธ์แบบนี้เหมือนกัน
แต่อาจจะเป็นด้วยวัฒนธรรมไทยที่ไม่ชอบการจิกกัดแรง ๆ
“คู่แข่ง” มัก “เตะตัดขา” แบบมีอารมณ์ขัน
อำ ๆ ฮา ๆ แบบนี้คนไทยชอบ
วิธีการแบบนี้เหมือนการเอา “เข็ม” เล็ก ๆ แทง “ลูกโป่ง” ขนาดใหญ่
จิ้มเบา ๆ ทีเดียว ลูกโป่งก็แตกได้
ในแวดวงการเมืองก็เช่นกัน มีการใช้กลยุทธ์แบบนี้เป็นประจำ
แต่โหดร้ายกว่าภาคธุรกิจมากนัก
ไม่จิกกัด ขำ ๆ ฮา ๆ
แต่เอากันแบบตายไปข้างหนึ่ง
ครั้งก่อน ตอนพรรคเพื่อไทยจัดงานใหญ่เปิดตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคเพื่อเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา
หลังจากถูกแย่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
กลายเป็นพรรคฝ่ายค้าน
งานนี้ชื่อว่า “ยกเครื่องเพื่อไทย”
มีการเปิดตัว สส.ทุกจังหวัด เพื่อแสดงความพร้อมของ “เพื่อไทย”
ระหว่างที่กำลังเปิดตัวอยู่ ที่พรรคภูมิใจไทยก็มีการเปิดตัว สส.แค่ 2-3 คน
“อนุทิน ชาญวีรกูล” มารับขวัญด้วยตัวเอง
จำนวน สส.อาจจะไม่กี่คน เทียบกับพรรคเพื่อไทยไม่ได้
แต่บังเอิญว่า สส.ที่มาเปิดตัวนั้นเป็น สส.ของพรรคเพื่อไทย
และที่เจ็บปวดมาก คือ พรรคเพื่อไทยได้ประกาศชื่อ สส.คนนี้บนเวที
แต่ สส.คนนั้นมาปรากฏตัวที่พรรคภูมิใจไทย
ข่าวนี้ใหญ่กว่าข่าว “ยกเครื่องเพื่อไทย”
แย่งพื้นที่ข่าวไปเรียบร้อยเลยครับ
ล่าสุด รัฐบาลคิดแก้เกมเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่ ด้วยการแถลงข่าวใหญ่
อายัดและยึดทรัพย์กลุ่มขบวนการสแกมเมอร์ (Scammer) และไฮบริดสแกม (Hybrid Scam) ซึ่งมีลักษณะเป็นองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ
มีชื่อ “เบน สมิธ” เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย
“เบน สมิธ” คือ คนที่มีรูปคู่กับ “ทักษิณ ชินวัตร” และ “ธรรมนัส พรหมเผ่า”
เป็นเจ้าของเรือยอชต์ที่พา “ทักษิณ-ธรรมนัส” ไปพบกับนายกฯอันวาร์ กลางทะเล
ที่ปรึกษาของ “ผู้กอง” ก็เป็นทนายส่วนตัวให้ “เบน สมิธ” ตอนที่เป็นข่าว
ก่อนที่จะลาออกเมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นประจำสำนักเลขาธิการนายกฯ โควตา “ผู้กอง”
ดังนั้น ทันทีที่มีข่าวยึดทรัพย์ “เบน สมิธ” ในทางการเมืองมองว่านอกจากเป็นกลยุทธ์สร้างข่าวใหม่กลบข่าวเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่แล้ว
ยังเป็นกลยุทธ์ปักดาบใส่พรรคกล้าธรรม และเพื่อไทย ก่อนการเลือกตั้ง
ใช้คม “ความเชื่อ” เรื่องความสัมพันธ์ “เบน สมิธ” กับ “ทักษิณ-ธรรมนัส” เชือด 2 พรรคคู่แข่ง
ข่าวนี้ใหญ่มากครับ
ถ้าเป็นหนังสือพิมพ์ก็ต้องเป็น “ข่าวพาดหัว”
“อนุทิน” แถลงข่าวตอนบ่าย ๆ ถ้าไม่มีอะไรข่าวนี้จะยึดพื้นที่ข่าวเย็นวันนี้จนถึงพรุ่งนี้เช้าอย่างแน่นอน
“อนุทิน” และรัฐบาลจะได้คะแนน
แต่ตอนเย็นมีคนปล่อยภาพเก่าในอดีต
เป็นภาพของ “อนุทิน” ร่วมเฟรมกับ “เบน สมิธ”
ระดับนั่งดื่มไวน์ใกล้ชิดกัน
การปล่อยภาพออกมาตอนเย็นทำให้ “อนุทิน” ไม่สามารถชี้แจงข่าวนี้ได้ทัน
เกมพลิกเลยครับ
คนหันมาให้ความสนใจกับภาพนี้แทน
ข่าวยึดและอายัดทรัพย์แก๊งสแกมเมอร์กลายเป็น “ข่าวรอง”
นี่คือ กลยุทธ์เตะตัดขาทางการเมือง
ลึกซึ้ง
แหลมคม
และโหดร้าย