Skip to content

คุยกับเศรษฐา : ขยับสู่ ‘แอฟริกา’ ใครถึงก่อนชนะ

17 มี.ค. 2569 | 17:31น.
คุยกับเศรษฐา : ขยับสู่ ‘แอฟริกา’ ใครถึงก่อนชนะ
คอลัมน์ : คุยกับเศรษฐา
ผู้เขียน : เศรษฐา ทวีสิน

ในขณะที่เราพูดเรื่องจำนวนประชากรที่ลดลง ปัญหาสังคมสูงวัยในเอเชีย ญี่ปุ่น เกาหลี ยุโรป เจอปัญหานี้เหมือนกันหมด ผลกระทบของมันไม่ใช่แค่เรื่องการขาดแคลนคนหนุ่มสาววัยทำงาน แต่ยังหมายถึงภาวะขาดแคลน “ผู้บริโภค” ทำของออกมาขายแล้วไม่มีคนซื้อ เพราะจำนวนประชากรเราน้อยลง กำลังซื้อน้อยลง

แต่ทวีปแอฟริกากลับมีปรากฏการณ์ที่ตรงกันข้าม

IMF ตั้งข้อสังเกตว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรของแอฟริกาจะสำคัญถึงขั้นไปกระทบกับระเบียบโลกกันเลยทีเดียว ปรากฏการณ์นี้บางครั้งก็เรียกว่า Africa Rising

เหตุที่คาดการณ์ไปไกลกันถึงขนาดนั้นก็เพราะว่า ณ ปัจจุบันทวีปแอฟริกามีประชากร 1.5 พันล้านคน คาดว่าปี 2050 จะเพิ่มเป็น 2.7 พันล้านคน และปี 2070 จะเพิ่มเป็น 3.2 พันล้านคน ไม่เพียงเท่านั้นนะครับ เขาคาดการณ์กันว่าปี 2050 จำนวนประชากรของ คองโก แทนซาเนีย เอธิโอเปีย ไนจีเรีย และอียิปต์ รวมกันจะเท่ากับร้อยละ 50 ของจำนวนประชากรทั้งโลก คำว่า Africa Rising ยังหมายถึงอนาคตที่คาดการณ์กันเอาไว้ไกลมาก นั่นคือในปี 2100 จำนวนประชากรในทวีปแอฟริกาจะกินสัดส่วนร้อยละ 40 ของจำนวนประชากรโลกร้อยละ 70 ของจำนวนประชากรเป็นคนอายุต่ำกว่า 30 และ 1/3 ของประชากรวัยแรงงานจะเป็นผู้คนในทวีปแอฟริกา

ลองจินตนาการว่าคนครึ่งหนึ่งของโลกเป็นคนแอฟริกาดูก็จะพอนึกออกว่า ในวันนี้หาประเทศไทยที่เป็นประเทศเล็ก ๆ ควรต้องให้ความสำคัญกับแอฟริกาในฐานะที่เป็นตลาดที่ใหญ่และสำคัญมากได้แล้ว

ทวีฟแอฟริกา ไม่เพียงแต่เป็นทวีปที่จะมีจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นจนน่าจับตามองว่าจะเป็นทวีปที่จะเป็นผู้เล่นสำคัญบนเวทีโลก เราต้องไม่ลืมนะครับว่า นับตั้งแต่ก่อตั้ง FOCAC หรือความร่วมมือจีน-แอฟริกา ในปี 2543 เป็นต้นมา จีนคือคู่ค้ารายใหญ่ของแอฟริกายาวนานติดต่อกันมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่นับเม็ดเงินที่ลงทุนไปกับโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนน ทางรถไฟ ท่าเรือ มูลค่ามหาศาล และหากอ่านเรื่องนี้จากแว่นของภูมิรัฐศาสตร์ ผมคิดว่าประเทศไทยต้องเริ่มให้ความสำคัญกับทวีปนี้มากขึ้นและจริงจังขึ้น

ในฐานะที่เป็นประเทศเล็ก ๆ เราคงไม่ได้ไปข้องแวะกับประเด็นที่เป็นเรื่องระเบียบโลกเท่ากับที่ต้องมองหาโอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ที่จะส่งผลกลับมาเป็นรายได้ใหม่ ๆ หรือโอกาสใหม่ ๆ ของคนไทย

ตัวผมเองเคยพูดบนเวที Creative Synergy of ASEAN Halal ในงาน Mega Halal Bangkok 2025 วันนี้ประเทศไทยไม่สามารถพึ่งพิงตลาดสหรัฐหรือยุโรปเพียงอย่างเดียวได้อีกต่อไป เราจำเป็นต้องเปิดตลาดใหม่โดยเฉพาะตะวันออกกลาง และทวีปแอฟริกา ซึ่งมีประชากรเป็นมุสลิมจำนวนมาก ผมเดินดูงานในครั้งนั้น เห็นศักยภาพว่าอาหารฮาลาล จะเป็นหนึ่งกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทยที่เราต่อยอดมาจากแบรนด์ “จากครัวไทยสู่ครัวโลก” ซึ่งเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก

ปฏิเสธไม่ได้ครับว่าจุดแข็งของประเทศไทยคือเรื่องอาหาร และหากมองเทรนด์ของโลก มองเทรนด์ของการเพิ่มจำนวนประชากรในโลก ทุกธุรกิจที่เกี่ยวกับฮาลาลคืออนาคต

ทวีปแอฟริกาจะไม่ได้เป็นเพียงทวีปที่มีจำนวนประชากรมากเกือบครึ่งหนึ่งของโลกภายในปี 2100 แต่ยังเป็นทวีปที่มีจำนวนประชากรมุสลิมมากถึงร้อยละ 40 จำนวนประชากรทั้งหมด

นี่คือตลาดที่ใหญ่มาก หากเราจะเริ่มจริงจังกับการเริ่มต้นสร้างแบรนด์ให้ประเทศไทยว่าเราคือเบอร์หนึ่งของอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลที่ดีที่สุด

ประเทศไทยส่งออกอาหารฮาลาลเป็นอันดับหนึ่งของอาเซียน และเป็นอันดับ 12 ของโลก ก่อนโควิดมูลค่าการส่งออกมากถึงหนึ่งล้านล้านบาท มูลค่าการส่งออกของเราเฉพาะตะวันออกกลางกับแอฟริกาเหนืออยู่ที่ 56,000 ล้านบาท กลุ่มประเทศแอฟริกาเหนือนำเข้าอาหารทะเลกระป๋องและอาหารทะเลแปรรูปจากเรามากถึงร้อยละ 70 ข้าวอีกร้อยละ 17

ตลาดนี้เรามีคู่แข่งไหม ? มาเลเซียประกาศจัดตั้ง Halal Industry Development Cooperation แล้ว ดูไบมี Dubai Islamic Economy Development Centre

นั่นแปลว่าถ้าเราช้าก็สุ่มเสี่ยงที่จะตกขบวน แต่การมีคู่แข่งไม่ได้น่ากลัวเสมอไป แหล่งผลิตอาหารฮาลาลหลักของประเทศไทย คือ สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ผมคิดว่าเราไม่ควรมองมาเลเซียเป็นคู่แข่ง แต่ 5 จังหวัดภาคใต้ของเราที่จะเป็นศูนย์กลางอาหารฮาลาลควรมองหาลู่ทางพัฒนาร่วมกับมาเลเซีย ความสัมพันธ์ที่ดีในมิติทางเศรษฐกิจย่อมส่งผลทางอ้อมต่อสถานการณ์ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทยด้วย

ประเทศไทยเป็นประเทศที่คนอยู่ในภาคการเกษตร คือ กลุ่มคนที่เผชิญกับภาวะผันผวนเรื่อง “ราคาพืชผล” จนเป็นปัญหาคู่บ้านคู่เมือง มีทางเดียวเท่านั้นที่จะแก้ปัญหานี้ได้ คือ เราต้องพัฒนาอุตสาหกรรมอาหารที่แปรรูปมาจากสินค้าเกษตรเพื่อการส่งออก ต้องดันอุตสาหกรรมนี้ให้ไปเป็นเบอร์ต้น ๆ ของโลกให้ได้ และมองหาตลาดของ “อนาคต”

สำหรับผมตลาดนั้น คือ ทวีปแอฟริกา

วันนี้ทุกสายตาของโลกกำลังมองไปที่แอฟริกา ฝรั่งถึงกับบอกว่า The World Becoming Numerically MoreAfrican นั่นคือหากจะนับกันตามจำนวนแล้ว โลกทั้งใบกำลังจะกลายเป็นแอฟริกัน ผมเพิ่มเติมให้ว่าเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวนนี้เป็นมุสลิม

วันนี้รัฐบาลไทยต้องมองไปที่แอฟริกาให้มากขึ้น สินค้าเกษตรของเราควรถูกพัฒนาให้เป็นอาหารและวัตถุดิบที่สูงค่าขึ้นเพื่อส่งออกไปทั่วโลก เราต้องส่งเสริมผู้ประกอบการอาหารฮาลาลบ้านเราให้ทะยานไปเป็นเบอร์หนึ่งของโลกให้ได้

ไปแอฟริกาให้ได้ อนาคตอยู่ที่นั่นครับ