เว็บไซต์นี้ใช้คุ้กกี้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีมีประสิทธิภาพยิ่งขี้น อ่านเพิ่มเติมคลิก (Privacy Policy) และ (Cookies Policy)
Skip to content
จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
Economic จับสินค้าสวมสิทธิมูลค่า 1.38 พันล้าน พร้อมขยายบัญชีเฝ้าระวังส่งออกสหรัฐ
ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
Politics ศาลปกครองกลางยกฟ้อง เพิกถอน EHIA ‘อ่างเก็บน้ำคลองวังโตนด’ ชี้อยู่ในอำนาจ ครม.
เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
Economic เปิดฉาก Thailand Content Market 2026 ปลุกเศรษฐกิจสร้างสรรค์ 4.3 หมื่นล้านเหรียญ
“ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
Real Estate “ซีคอน” บุกอีอีซี เปิดศูนย์รับสร้างบ้าน รับดาต้าเซ็นเตอร์ วันแรกจองแล้ว 2 ยูนิต
เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
Politics เทียบนโยบาย 3 ตัวเต็งบอร์ดประกันสังคม “ษัษฐรัมย์ – พนัส – ดร.ทองอยู่”
ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
Politics ประธาน กสทช. เปิดใจเป็นแพทย์ทิ้งคนไข้ไม่ได้ ยันระหว่างรอโปรดเกล้าฯ ประกอบวิชาชีพโดยอิสระ
ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
ไฮไลท์ประชาชาติ ธรรมนัส ปูดข่าวหลาย ‘อธิบดี’ จ่อโดนเด้ง เหตุไม่สนองนโยบาย ‘การเงิน’
สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
Biz Movement สวยงามดั่งนิยาย 3 งานแต่ง 3 สไตล์ “ณเดชน์-ญาญ่า”
‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
Biz Movement ‘ชัชชาติ’ คว้ารางวัลบุคคลต้านทุจริตปี’69 ยกระดับ กทม.เมืองโปร่งใส
‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
Politics ‘ชัชชาติ’ ผนึกกำลัง กอ.รมน. จัดระเบียบเมือง ปราบแรงงานต่างด้าว นอมินี ยาเสพติด
ดูทั้งหมด

คุยกับเศรษฐา : ราชพัสตรา – พิพิธภัณฑ์ รันเวย์ ทรัพย์สินทางวัฒนธรรม

30 พ.ค. 2569 | 19:48น.
ราชพัสตรา
คอลัมน์ : คุยกับเศรษฐา
ผู้เขียน : เศรษฐา ทวีสิน

“A Queen’s wardrobe goes with country’s history” – Pierre Balmain

สัปดาห์สุดท้ายของเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีเรื่องที่นำมาซึ่งความปีติและภาคภูมิใจอย่างล้นพ้นของชาวไทย นั่นคือรัฐบาลประเทศฝรั่งเศสได้ถวายเครื่องอิสริยาภรณ์ชั้น กร็องต็อฟฟีซีเยร์ (Grand Officier) ของเครื่องอิสริยาภรณ์ตระกูลเลฌียงดอเนร์ (The Legion of Honor) ซึ่งถือเป็นเครื่องราชอิสริยาภรณ์ประจำชาติชั้นสูงสุดของฝรั่งเศส แด่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา อันเนื่องมาจากรัฐบาลฝรั่งเศสซาบซึ้งในพระกรณียกิจของพระองค์ที่มีต่อการส่งเสริมวัฒนธรรมและวิถีชีวิตฝรั่งเศสในประเทศไทย และเพื่อเฉลิมฉลองวาระ 170 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ฝรั่งเศส

ในสัปดาห์เดียวกันนั้นที่ Musée des Arts Décoratifs พิพิธภัณฑ์ศิลปะการตกแต่ง สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้เสด็จไปทรงเปิดงานนิทรรศการ “La Mode en Majesté – Royal Thai Dress : From Traditionto Modernity” – ราชพัสตราสู่สากล

และนับเป็นพระกรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมที่ผมได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จในวันเปิดนิทรรศการ และยังได้ชมนิทรรศการที่ทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะมองจากมุมของประวัติศาสตร์ทางการทูต ประวัติศาสตร์แฟชั่นเครื่องแต่งกายไทย และอัจฉริยภาพของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในการนำเสนอภาพของประเทศไทยผ่านฉลองพระองค์เมื่อครั้งดำรงสถานะสมเด็จพระราชินี และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อโดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินเยือนยุโรปและสหรัฐอเมริกาในช่วงทศวรรษที่ 1960 และนั่นจึงเป็นที่มาของประโยคที่ผมยกมาในต้นบทความของปิแอร์ บัลแมง ที่บอกว่า ฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีทั้งหมดมาพร้อมกับประวัติศาสตร์ของชาติ

ราชพัสตรา

ถ้าจะใช้ภาษาอังกฤษเราคงเรียกสิ่งนี้ว่า Fashion Diplomacy สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวงได้ทรงทำงานทางความคิดอย่างละเอียดอ่อนเพื่อนำเอาความเป็นไทย วัฒนธรรมไทย และภูมิปัญญาไทยไปแสดงให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาชาวโลก จึงเป็นที่มาของการทำงานร่วมกันระหว่างพระองค์ท่านกับปิแอร์ บัลแมง และ Maison Lesage และนี่คือที่มาของชุดไทยพระราชนิยมทั้ง 8 แบบ ไม่นับฉลองพระองค์อื่น ๆที่ออกแบบโดยบัลแมงกับ Lesage โดยใช้ผ้าไทย ผ้าไหม และการประยุกต์ใช้ลวดลายของงานหัตถกรรมของชาวบ้านผ่านการตีความของดีไซเนอร์โอกูตูร์ชั้นนำอย่างบัลแมง

ราชพัสตรา

และนับเป็นโชคดีของพสกนิกรชาวไทยอย่างเราที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ พระองค์ทรงเล็งเห็นความสำคัญของหมุดหมายทางประวัติศาสตร์ที่ทับซ้อนกันหลายมิตินี้ ทั้งบทบาทของปิแอร์ บัลแมง กับ Maison Lesage ในฐานะ “มรดกทางวัฒนธรรม” ร่วมสมัยของฝรั่งเศสที่มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกับการปรากฏตัวของผ้าไทย และชุดไทยที่ปรากฏแก่สายตาชาวโลกผ่านฉลองพระองค์ของสมเด็จพระราชินีของเรา และนี่คือเหตุผลที่พระองค์ท่านทุ่มเทกำลังความสามารถทั้งความวิริยะอุตสาหะในการเตรียมงานนิทรรศการที่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่นำฉลองพระองค์ของสมเด็จพระบรมราชชนนีไปจัดแสดงนอกประเทศ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่สามารถทำได้โดยง่าย เพราะเป็นที่รู้กันว่าการแสดงงานที่ Musée des Arts Décoratifs อันถือเป็นสถาบันด้านศิลปะประยุกต์การออกแบบและแฟชั่นที่ทรงอิทธิพลอย่างยิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

แต่ด้วยพระอุตสาหะของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ใช้เวลาเตรียมงานนี้นับปีจนทางฝรั่งเศสได้ประจักษ์ในศักยภาพของนิทรรศการจนได้จัดแสดงในพื้นที่แกลเลอรี่หลักซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากความมุ่งมั่นในพระหฤทัยของพระองค์ท่านที่ปรารถนาจะสื่อสารให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับฝรั่งเศสในมิติของสิ่งที่เป็น Intangible Cultural Heritage นั่นคือวัฒนธรรม ศิลปะ แฟชั่น และงานช่างฝีมือชั้นสูง (Craftsmanship) อันเลอค่าของทั้งสองประเทศ และสมกับที่รัฐบาลฝรั่งเศสได้ยกย่องพระองค์ในฐานะผู้มีคุณูปการทางด้านวัฒนธรรม

ราชพัสตรา

ทรัพย์สินทางวัฒนธรรมนี้ถูกนำไปจัดแสดง ณ กรุงปารีส เราได้เห็นผ้าไทย ผ้าไหม ผ้าทอฝีมือคนไทยที่ผ่านการออกแบบตัดเย็บด้วยช่างฝีมือระดับโอกูตูร์ที่เป็นตำนานของฝรั่งเศสเปล่งประกายต่อสายตาของโลกแล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็นต่อไปและเพื่อตอบสนองต่อพระวิริยะอุตสาหะของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ ที่ได้เบิกทาง เปิดประวัติศาสตร์ให้เราเห็นว่าผ้าไทยไม่ได้แปลกแยกจากความสง่างามอย่างเป็นสากลของโลกแฟชั่นเลยแม้แต่น้อย คือ ทำอย่างไรเราจะทำให้ผ้าไทยของเราเป็นวัตถุดิบในการตัดเย็บของห้องเสื้อชั้นนำทั่วโลกได้

ราชพัสตรา

เมื่อปี พ.ศ. 2567 ผมได้ไปเยือนโรงงานผลิตผ้าของแบรนด์ Zegna และได้นำพระดำริของพระองค์ท่าน โดยนำผ้าย้อมครามจากดอนกอยโมเดล จังหวัดสกลนคร ซึ่งเป็นผ้าย้อมครามจากวัสดุธรรมชาติมานำเสนอต่อ Zegna ซึ่งเขาเห็นศักยภาพ และขณะนี้ยังอยู่ในกระบวนการที่รอการพัฒนาร่วมกัน

แรงบันดาลใจและความปลื้มปีติจากการชมนิทรรศการครั้งนี้ ทำให้ผมคิดว่าทำอย่างไรผ้าไทยจะได้ไปต่อในระดับโลก

เราต้องจริงจังกับการทำงานร่วมกับแบรนด์ที่เป็น Craftsmanship ของโลก เหมือนเมื่อครั้งบัลแมงและ Maison Lesage เคยเนรมิตผ้าไทยให้เคลื่อนไหวบนไวยากรณ์แฟชั่นสากลอย่างสง่างามได้

From Tradition to Modernity จะไม่ใช่แค่ชื่อนิทรรศการ ผมอยากเห็นผ้าของช่างฝีมือไทยอยู่ที่ปารีสและทุก ๆ เมืองบนโลกนี้ในหลากหลายประโยชน์ใช้สอยของชีวิตผู้คนร่วมสมัยครับ